ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เช็คลิสท์ข้อเสียของการไปเรียนต่างประเทศ

disadvantages of studying abroad

    เรารู้ว่าหลาย ๆ คนอย่างไปเรียนต่อต่างประเทศกัน (ไม่งั้นจะเข้า Hotcourses Thailand เหรอ) แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดแบบนี้ จึงอาจจะทำให้ต้องเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อน ซึ่งถือว่านี่ก็ป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น เพราะหลาย ๆ อันอาจจะวาดฝันการไปเรียนต่างประเทศแล้วจะได้ไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ที่นั่น แต่จริงๆ แล้วมันไม่ง่ายขนาดนั้น!

 

    เพราะหลายคนไปแล้วก็ฝืนเรียนแต่ไม่จบ เครียดมาก อยู่ต่อเรียนต่อไม่ไหวจนสุดท้ายต้องลาออกจนต้องบินกลับมาซบอกแม่ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่ไทยแทน วันนี้เราเลยรวบรวมเกี่ยวกับข้อเสียหรือปัญหาต่าง ๆ ที่มักเกิดกับนักศึกษาไทยที่ไปเรียนต่อต่างประเทศมาให้อ่านกัน

 

disadvantages of studying abroad

 

ความห่างไกลจากสิ่งคุ้นเคยหรือคุ้นชิน

    หลายคนที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนใหญ่ล้วนเกิดและเติบโตมาจากประเทศไทยและใช้ชีวิตในระบบการศึกษาไทย หรือแม้กระทั่งผู้ที่เรียนในสถาบันนานาชาติก็ตาม ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวแทบทั้งชีวิตก็ล้วนมาจากประเทศสารขัณฑ์แห่งนี้ การไปเรียนต่อต่างประเทศทำให้การดำเนินชีวิตหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไป เช่น ความห่างไกลจากพ่อแม่ เพื่อ กลับต้องไปสู้ชีวิตตัวคนเดียวและพึ่งตนเองแทบทุกครั้งที่เกิดปัญหา เวลาอยากปรึกษาหรือระบายอะไรกับใครก็ไม่กล้าเพราะเกรงใจหากยังไม่สนิท

 

    บางคนอาจจะมีโฮสต์แฟมิลีหรือเพื่อนต่างชาติอยู่บ้าง แต่ก็คงอดคิดถึงครอบครัวไม่ได้ อาหารการกินของไทยก็ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยอันดับหนึ่งของโลกก็หายากในต่างประเทศ แม้จะมีร้านอาหารไทย แต่รสชาติก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าไม่ค่อยเรียลไทยเลย ครั้นทำเองก็ไม่ถนัด วัตถุดิบก็หาซื้อยาก ถึงจะหาซื้อได้ แต่ก็ทำไม่อร่อยอยู่ดีจนต้องเททิ้ง ได้แต่ซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังความอยากไปได้บางวัน แต่สุดท้ายก็ต้องหมดอยู่ดี ไหนจะเรื่องวัฒนธรรม หรือหลักศาสนาบางอย่างที่แตกต่างจากเรา บางครั้งทำให้เกิด Culture Shock ที่หลาย ๆ คนบอกว่าอยู่ไปเดี๋ยวก็ชินและปรับตัวได้ แต่บางคนแม้กระทั่งกลับถึงไทยแล้ว ก็ยัง Shock อยู่เลย

 

    ยกตัวอย่างการแสดงความรักอย่างการกอด จูบในที่สาธารณะ แหม เวลาเห็นมันก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบหางตาไปดู แล้วเราก็ยังทำตัวไม่ถูกเวลาเค้าแสดงออกใกล้ ๆ การที่เด็กหรือผู้หญิงสูบบุหรี่ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาบางอย่างเพื่อเข้าสังคม แต่บางทีก็อดตั้งคำถามไม่ได้ใช่ไหมว่าทำไปเพื่ออะไร สภาพอากาศก็แตกต่างจากบ้านเรา บางทีก็ร้อนจนไม่อยากใส่เสื้อผ้าออกไปไหน หนาวก็หนาวจนตัวแข็งจนไม่อยากทำอะไร วันไหนหิมะตกหนักถนนบางสายก็ปิดขาด ไปไหนก็ลำบาก ดังนั้นคำว่า ‘จะอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา’ จึงแทบจะเป็นคำพูดที่เป็นสัจนิรันดร์

 

 

การเหยียดเชื้อชาติและการบูลี่

    

    ใครว่ากันว่าปี 2020 แล้ว การเหยียดเชื้อชาติถือเป็นเรื่องล้าสมัยและไกลตัวมาก ลองเปรียบเทียบกันดูสิคะว่าประเทศไทยเราเคยเหยียดชาติใดบ้างหรือเปล่าเอ่ย? อย่าว่าแต่เราเหยียดต่างชาติเลยค่ะ แม้แต่คนไทยด้วยกันเองเรายังเหยียดและบูลี่กันแทบทุกวันทั้งเชิงกายภาพ จิตใจ และวาจา แล้วจะคาดหวังอะไรล่ะคะว่าคนต่างชาติเค้าจะไม่เหยียดหรือบูลี่เราทั้งลับหลังหรือต่อหน้า ยิ่งประเทศในซีกตะวันตกด้วยแล้ว เดิมทีเขาเป็นผู้ล่าอาณานิคม จึงมักคิดว่าตนเหนือกว่าชาติอื่น ๆ อยู่แล้วในบรรทัดฐานทางสังคม และหลาย ๆ ประเทศก็เป็นผู้นำโลกในด้านต่าง ๆ ในปัจจุบัน ชาวตะวันตกบางคนที่ยังคงมี Mindset เดิมนี้อยู่ก็ยากที่จะอดไม่ได้ที่จะเหยียดเชื้อชาติโดยเฉพาะชาวผิวสี รวมทั้งชาวเอเชียอย่างเรา ๆ ยกตัวอย่าง ชาวสหรัฐฯ มักจะเข้าใจผิดจนเหมารวมหรือ stereotype ว่าชาวเอเชียแทบทุกคนเป็นชาวจีนเสียด้วยซ้ำ เพราะทั้ง 2 ประเทศแทบจะเป็นคู่ปรับกันในทุก ๆ ด้าน แม้แต่ผู้นำเองยังสาดวาทะใส่กันตลอดเวลาที่เกิดปัญหาบางอย่าง จะเห็นได้จากสิ่งที่ชัดเจนในปัจจุบันเลยคือสถานการณ์โควิด ชาวเอเชียแทบทุกคนถูกชาวต่างชาติไม่ต้อนรับในการให้บริการในบางที่ เดินหนี หรือเขยิบที่นั่งหนีเมื่อเข้าใกล้ ที่แย่ไปกว่านั้นเลยคือการเข้ามาหาเรื่อง ต่อว่า จนถึงกระทั่งทำร้ายร่างกายทั้ง ๆ ที่เขาเหล่านั้นยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ถึงจะมีการรณรงค์เรื่องการเหยียดและบูลี่ในแทบทุกสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าสิ่งเหล่านี้มันถูกหล่อหลอมเข้าในชีวิตเรามานานจนฝังลงในรากลึกของจิตใจไปแล้วค่ะ

 

​disadvantages of studying abroad​

 

ค่าใช้จ่ายอันสูงลิ่ว แพง! 

    ค่าครองชีพในการใช้ชีวิตต่างประเทศนั้นค่อนข้างสูง ไหนจะเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก อาหารการกิน ค่าเดินทาง จิปาถะ ไทยว่าแพงแล้ว ให้คูณ 3 คูณ 5 ได้เลยที่ต่างประเทศ เหมือนจะโชคดีหน่อยที่บางรายได้ทุนศึกษาต่อจากต่างประเทศ บางคนสถานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยด้านการเงิน แต่เรียนดีก็อาจจะได้รับทุนเรียนฟรีให้เปล่า แถมครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่กำหนด หรือบางคนได้ส่วนลดค่าเล่าเรียน แต่หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ‘ไม่พอ!’ จนแทบจะเป็นเทรนด์เลยก็ว่าได้ที่ต้องไปหางานพาร์ทไทม์ทำกันเพื่อให้อยู่รอด การเรียนว่ายากแล้ว ยังต้องแบ่งเวลาชีวิตไปทำงานอีก บางคนวาดฝันได้ไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ก็คือพักก่อน! เพราะต้องเอาชีวิตตรงข้างหน้านี้ให้รอดก่อน บางคนเรียนจบก็ต้องทำงานชดใช้ทุนอีก นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาหลัก ๆ เลยในการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีสถานะทางการเงินทางบ้านที่ไม่ค่อยสู้ดีนักไปจนถึงปานกลาง

 

ภาษาที่เป็นปัญหา

    ภาษาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการเรียนต่อต่างประเทศ เพราะถ้าสื่อสารภาษาเขาไม่ได้ ยังไงก็เรียนไม่รอด แต่เชื่อแน่นอนว่าคนที่จะไปเรียนต่างประเทศนั้น คงมีดีกรีและความสามารถในด้านภาษาอังกฤษอยู่แล้วพอสมควร เพราะส่วนใหญ่การสมัครเรียนมักจะต้องยื่นผลทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ (เช่น IELTS และ TOEFL) ซึ่งจะกำหนดคะแนนขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วเมื่อได้ไปเรียนที่นั่นจริง ๆ บางคนที่ว่าแน่ยังแพ้เด็กประถมเลยค่ะ หากเป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ยิ่งทำให้การสื่อสารยากขึ้นไปอีก หากไม่ได้ปูพื้นฐานแน่น ๆ มาก่อน หลายคนอาจจะใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวันและเอาตัวรอดในสังคมได้ แต่กลับการเรียนการเรียน มันย่อมมีความยากง่ายตามแต่เนื้อหาอยู่แล้ว บางคนอาจจะจับใจความพอได้ แต่เนื่องจากภาษาของศาสตร์ในการเรียนบางอันก็เป็นศัพท์ใหม่และยังไม่คุ้นเคย ไม่รู้จักก็มักจะทำให้หลุด จนทำให้จับรายละเอียดในรายวิชานั้น ๆ ไม่ได้เลย ไหนจะต้องกลั่นกรองเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาอีกก็ย่อมยากขึ้นไปอีกเพราะไม่รู้เรื่องในสิ่งที่อาจารย์สอนแล้ว

 

ความคาดหวังสูงจากทั้งตนเองและคนรอบข้าง

    หรือประเทศไทยมักจะปลูกฝังลูกหลายให้เรียนสูง ๆ จบสูง ๆ ไว้เพื่ออนาคตในชีวิตและการทำงานที่ดี เพื่อเงินเดือนสูง ๆ จะได้ไม่อายใคร ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมหน้าใหญ่ ประมาณว่าเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ ยิ่งเรียนสูงยิ่งทำให้เกิดความคาดหวังจากทั้งตนเอง ครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างสูง และแน่นอนป้าข้างบ้านที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเฝ้าถามถึงอนาคตอันสดในของเราอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความกดดัน กดดันทั้งด้านสายการเรียนว่า สถานศึกษา ประเทศที่ไปเรียน รวมถึงสายงานว่าจะเป็นไปตามค่านิยมของคนไทย บางท่านต้องเลือกเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ เมื่อมันไม่ใช่มันก็ต้องฝืนเรียน แย่หน่อยก็ต้องรีไทร์ ดีขึ้นมาหน่อยก็พยายามฝืนถู ๆ ไถ ๆ ให้เรียนจบได้ แต่แย่ไปกว่านั้นคือจบมาแล้วไม่รู้จะทำงานอะไรต่อ เพราะอาจจะมีอีโก้สูงเพราะเรียนจบสูง หรือไม่ได้ชอบสายงานที่มาจากสายการเรียนนั้นจริง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้หางานยาก และงานที่ตัวเองว่าใช่ก็อาจไม่ใช่งานที่สังคมชอบ และถ้าทำงานนั้นก็คงหวนกลับมาคิดเสียดายว่าทำไมถึงเรียนด้านนี้ในตอนแรกหากจะเลือกทำงานที่ไม่ตรงสายการเรียน ด้านความคาดหวังในเรื่องอนาคตของผู้ที่เรียนต่างประเทศยิ่งมีทบเท่าทวีคูณ

 

    สิ่งเหล่านี้ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่ต้องการดับฝันผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศหรือผู้ที่มีความฝันอยากเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่เป็นเพียงการยกตัวอย่างในอีกมุมมองเพื่อให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานที่อาจจะเจอหรือเจอแน่นอน เพื่อการเตรียมพร้อมและสามารถหาทางรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ทันท่วงที Hotcourse เชื่อเสมอว่า ‘แม้อุปสรรคจะเป็นสิ่งที่ขมขื่น แต่ผลของมันมักจะหวานชื่นเสมอ’ ทุกคนว่ายังไง คิดเหมือนกันมั้ย?

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K