ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบประสบการณ์เรียน Dual Degree หลักสูตรปริญญา 2 ใบ 2 ประเทศ

share image

สวัสดีค่าซิส!

    วันศุกร์อีกแล้วววว เมื่อคืนใครหัวร้อนกับ ส.ว.ลากตั้งก็มาอ่านบทความมิสดับร้อนได้นะ (เกี่ยวมั้ย? ไม่เกี่ยวแต่อยากด่า!) วันนี้ตื่นเต้นมากกก เพราะไปสืบเรื่องที่ไม่เคยสืบมาก่อนเลย นั่นก็คือเรื่อง Dual Degree นั่นเองค่า!

 

    Dual Degree คือการเรียนปริญญา 2 สาขาในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่มหาลัย 2 แห่งจะร่วมมือกันสร้างหลักสูตรนี้ เผลอๆ อาจได้บินไปเรียน 2 ประเทศและได้รับปริญญาจากทั้ง 2 มหาลัยเลยจ้า ปังปุริเย่ และตอนนี้มหาลัยหลายแห่งก็เริ่มเพิ่มหลักสูตร Dual Degree กันมากขึ้นแล้ว มิสเลยจะไปสืบประสบการณ์ชาวเน็ตที่เคยไปเรียนโปรแกรมนี้มาให้อ่านกัน

 

    ขอเริ่มจาก What are the pros and cons of pursuing a MS/MBA dual degree? ก่อนซึ่งมีคนมาตอบไว้ว่า

 

    ข้อดี

    - การเรียน: ได้เรียนหลากหลาย คุณจะไม่ได้เป็นแค่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่สองเรื่อง

    - เครือข่าย: Dual Degree มีอยู่ในหลายแคมปัส หลายมหาลัย ดังนั้นคุณจะได้รู้จักเครือข่ายใหญ่ๆ ถึง 2 แห่ง

 

    ข้อเสีย

    - ไม่มีประโยชน์ที่ชัดเจน: เมื่อเรีย Dual Degree แล้วก็ไม่ได้มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

    - ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:  เนื่องจากต้องย้ายที่ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องจ่ายเมื่อย้ายแคมปัส

 

 

    ยกตัวอย่างประสบการณ์จาก A Tale of Two Campuses, Part One: Sciences Po ซึ่งเป็นบล็อกของคุณ Charlotte Goddu ซึ่งเธอไปสัมภาษณ์เพื่อนๆ ที่เข้าเรียนโปรแกรมนี้มา คนแรกคือ Wan Yii Lee ที่เข้าเรียนหลักสูตร Dual B.A. programme ของ Columbia (Columbia University หนึ่งในมหาลัยไอวี่ลีกของอเมริกา) กับ Sciences Po (มหาลัยชื่อดังด้านสังคมศาสตร์ของฝรั่งเศส)

 

    “โปรแกรมปริญญา 2 ใบให้โอกาสนักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างกันใน 2 มหาวิทยาลัยภายใน 4 ปี มันเป็นวิธีเชื่อมการศึกษาสังคมศาสตร์กับศิลปศาสตร์, การใช้ชีวิตในเมืองเล็ก-ใหญ่, วัฒนธรรมฝรั่งเศสและอเมริกันไว้ด้วยกัน สองปีที่ Sciences Po และสองปีที่ Columbia คุณจะเป็นนักเรียนทั้ง 2 ที่”

 

    “ขั้นตอนการสมัครเหมือนตอนที่สมัคร Columbia College เลยแต่จะส่งผ่านอีกเว็บไซต์หนึ่งเท่านั้น ... คุณต้องส่ง transcripts, จดหมายแนะน และผลคะแนนภาษาอังกฤษด้วย นอกจากนั้นก็ใส่ว่าคุณอยากเรียนที่ไหนก่อน-หลัง หลังจากนั้นใบสมัครจะถูกคัดเลือกด้วยคณะกรรมการจากทั้ง Sciences Po และ Columbia”

 

    ซึ่งคุณ Wan Yii Lee เลือกเรียนที่ฝรั่งเศสก่อนเพราะต้องการเรียนภาษาฝรั่งเศสต่อ นอกจากนี้เธอยังไม่คุ้นเคยกับ Sciences Po เท่าไหร่เลยอยากได้ประสบการณ์ตรงนี้ โดย Sciences Po จะมี 3 แคมปัส Le Havre, Menton, และ Reims ซึ่งทั้งสามที่ก็จะต่างกันออกไป

 

    อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่าโปรแกรมนี้มันมีแต่ฝรั่งเศส-อังกฤษเหรอ? ไม่ใช่น้า เค้าอธิบายต่อว่า

 

    “นักเรียนเรียนที่ Sciences Po เพราะพวกเขามีความสนใจเกี่ยวกับประเทศรอบโลกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่ภาษาอื่นๆ ก็เป็นจุดโฟกัสด้วยเช่นกันภาษาอาราบิก จีน เกาหลี ฮินดี สเปน เยอรมัน อิตาเลียน”

 

    Charlotte Goddu บอกว่า จากการคุยกันกับนักเรียนโปรแกรมนี้ 6 คนในแคมปัสที่ฝรั่งเศสว่า รู้สึกว่านักเรียนฝรั่งเศสและองค์กรที่นี่มีความเป็นอิสระมากกว่า ในขณะเดียวกันมหาลัยอเมริกันจะมีวัฒนธรรมแบบทั่วถึงระหว่างอาจารย์กับนักเรียนมากกว่า มหาลัยในฝรั่งเศสไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับนักเรียนนอกชั้นเรียน

 

     แต่หลักสูตรที่ฝรั่งเศสจะจำกัดมากกว่าหลักสูตรในอเมริกา และไม่ค่อยจะเน้นย้ำถึงการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เท่าไหร่ เช่น โรงอาหาร (dining hall) ยิม ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกยกระดับในอเมริกา แต่ที่ฝรั่งเศสแทบไม่มีความหมายอะไร

 

    “17% ของนักเรียนที่ Sciences Po เป็นนักเรียนต่างชาติ” ดังนั้นแคมปัสเลยมีความหลากหลายมากๆ

 

    เมื่อเริ่มตั้งตัวใหม่ได้ที่ Sciences Po อีก 2 ปีถัดมาก็ต้องย้ายไป New York City! ในขณะที่ Sciences Po มีนักเรียนในแคมปัสประมาณ 3,000 คน เมื่อย้ายมา NYC ก็ต้องเจอเพื่อนในมหาลัยเพิ่มอีก 3 เท่าตัว

 

    Wan Yii Lee บอกว่า “เนื่องจากที่แคมปัส Le Havre มีคนไม่มากนัก เลยรู้สึกว่ามีประโยชน์กับการทำความรู้จักทุกคนไว้ แต่ที่ Columbia มีนักเรียนเยอะมาก ฉันไม่เห็น point ของการจะเป็นเพื่อนกับทุกคนที่เจอ”

 

    “ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ ก็ตื่นเต้นกับ Columbia เพราะรู้สึกมีพลังในการเรียนกับโรงเรียนใหม่ๆ”

 

    เท่าที่อ่านและดูจากประสบการณ์ คือจะมีทั้งข้อดีข้อเสียนะสำหรับการเรียน Dual Degree ข้อดีที่เห็นได้ชัดเลยก็คือการได้เครือข่ายที่ใหญ่มากกก กลับไป ใครเรียนรับรองว่าได้เพื่อนเพิ่มเป็นโขยง และมีโอกาสต่อยอดในการทำงานในอนาคตด้วย นอกจากนี้ยังได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย เพราะต้องไปเรียนและใช้ชีวิตใน 2 มหาลัย เป็นการท้าทายความสามารถในการปรับตัวกันไป อีกอย่างที่มิสคิดว่าได้ประโยชน์คือได้เรียนรู้หลักสูตร วิธีการเรียนสอนในแต่ละมหาลัย ถ้าไปคนละประเทศก็จะได้รู้วัฒนธรรมถึง 2 แบบแน่น

 

    แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันนะ เพราะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านักเรียนที่จบ Dual Degree จะได้เงินเดือนเยอะกว่าคนจบปกติ มิหนำซ้ำเผลอๆ อาจต้องเสียเงินมากกว่าด้วย ใครที่มีปัญหาด้านการเงิน Dual Degree อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก อีกอย่างคือเพราะความต้องย้ายไปมาทำให้ต้องปรับตัวกันอีกรอบนึงนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือเพื่อนใหม่ที่จะได้รู้จักกัน

 

อะไรคือหลักสูตร Dual degree?

หลักสูตรปริญญา 2 ประเทศคืออะไร

Dual degree เรียนทีเดียว ได้ 2 ปริญญา พร้อมแนะนำมหาลัยที่เปิดสอนแล้วจ้า

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

391.1K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.3K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

66.1K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

60.4K