ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

มหาลัยสายพระรอง ไม่เด่นแต่ดีต่อใจ

share image

Oxford, Cambridge, Harvard, MIT และมหาลัยชื่อดังระดับโลกเหล่านี้นี่ถ้าเปรียบเป็นตัวละครในซีรี่ย์ ก็คงหนีไม่พ้นพระเอก/นางเอกหน้าตาดี โปรไฟล์เริ่ด บ้านรวยและเพอร์เฟ็คท์สุดๆ แบบที่ว่าใครๆ ก็อยากเข้า(ใกล้)กันใช่มั้ยล่ะคะ และก็แน่นอนว่าเค้าดีพร้อมกันขนาดนี้ คู่แข่งก็มารอกันให้พรึ่บ 

 

แต่...มีใครเคยตกหลุมรักพระรองมากกว่าตัวเอกของซีรี่ย์บ้างมั้ยคะ? (อย่างหมอฉลามนี่ก็เปิดตัวมาแบบพระรอง แต่ตอนจบคือเด่นสุดอะไรสุด) เชื่อว่าต้องเคยกันบ้างแหละ วันนี้เราก็เลยอยากพูดถึงมหาลัยกลุ่มพระรอง ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในสายตาของใครหลายๆ คน แต่จริงๆ แล้วเป็นมหาลัยที่น่าสนใจมาก บางที่อาจจะเหมาะกับเรามากกว่าพระเอก/นางเอกซะอีก 

 

ก่อนจะไปดูมหาลัยกลุ่มที่เรียกว่ายังไม่ดังแต่ปังมากกลุ่มนี้ เราขอพูดถึงข้อดีของการเลือกมาเรียนต่อมหาลัยแนวนี้กันก่อนค่ะ

 

  • ค่าเทอมมักจะไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมหาลัยระดับท๊อปๆ เพราะเค้าตั้งใจเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึง มาเรียนได้แบบไม่ต้องกู้เงิน ไม่ต้องลงเงินออมกับใคร (นอกจากแบงก์) และหลายๆ ที่ก็มีทุนให้อีกด้วย ใจป้ำมาก
  • คู่แข่งน้อยกว่า แปลว่าเรามีโอกาสได้เข้าเรียนมากกว่า ทำคะแนนสอบดีๆ เขียน SOP เก๋ๆ ครบๆ แค่นี้ก็เปอร์เซ็นต์เข้าได้สูงแล้วล่ะ
  • ใครอยากขอทุน มหาลัยเหล่านี้ก็น่าสน เพราะคนแย่งทุนน้อย
  • มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษเยอะ เพราะคนไทยไปเรียนน้อย เลยต้องพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ถือเป็นการฝึกพูดชั้นดี เรียนจบมาก็อาจจะพูดอังกฤษสำเนียงเป๊ะไปเลยค่า


 

Peralta Community College District (เรียนต่ออเมริกา)


 

  • ค่าใช้จ่ายถูกกว่ามหาลัยส่วนใหญ่ในอเมริกาเยอะมาก ราวๆ $4,467 ต่อปีเอ๊ง ส่วนค่าเช่าหอก็แค่ประมาณ $9,804 เทียบกับมหาลัยอื่นๆ จะอยู่ที่ประมาณ $10,000 อัพ
  • มีหลักสูตรให้เลือกเยอะ ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ ใครอยากไปทางไหน ที่นี่เค้ามีให้หมดค่า
  • มีการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับนักศึกษากว่า 60% สายเปย์มาเองค่ะ

มหาลัยแห่งนี้มีแคมปัสตั้ง 4 ที่ด้วยกัน กระจายไปตามรัฐต่างๆ ทั่วอเมริกา แต่ละแคมปัสก็มีหลักสูตรให้เลือกเรียนแตกต่างกันออกไป ทั้งสายวิทย์ สายศิลป์ ที่นี่เค้ามีให้หมดค่ะ
จุดเด่นของที่นี่นอกจากเรื่องค่าเทอมและค่าใช้จ่ายที่ถูกซะจนอาจจะมีเงินเหลือไปช้อปได้สบายๆ แล้วเนี่ย ยังมีเรื่องของกิจกรรมที่เค้าใส่ใจจัดให้นักศึกษามาก ทั้งการออกแคมป์ ดินเนอร์นานาขาติ ที่ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ จากทั่วโลก ส่วนใครที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากออกมาอยู่ไกลบ้าน ไม่ต้องกังวลค่ะ ที่นี่เค้ามีบริการช่วยเหลือนักศึกษาเยอะมาก ทั้งดูแลด้านสุขภาพจิต การทำวีซ่า เงินทุน การหาที่พัก คือใส่ใจมากๆ ปลื้มมากค่ะ

 

Sacred Heart University (อเมริกา)



 

  • อัตราส่วนของนักศึกษาต่ออาจารย์ในห้องคือแค่ 15 ต่อ 1 ทำให้มั่นใจได้ว่าได้เรียนอย่างใกล้ชิด งงตรงไหน เข้าหาอาจารย์ได้ทันที
  • มีทุนการศึกษาให้ค่อนข้างเยอะ อย่างป.ตรีนี่แจกกันโครมๆ มีทุนให้สูงสุดถึง $17,000
  • กำลังขยายตัว สร้างตึกเพิ่มเพียบ หอพักระดับเวิร์ลคลาส สร้างมาไม่นานนี้เอง มีห้องเล่นเกม ฟิตเนส สนามแข่งเกมให้ด้วยนะ ถูกใจรัวๆ

 

ถึงจะเพิ่งก่อตั้งมาประมาณ 50 กว่าปี แต่ความดีความเก่งของเค้าก็ไม่ใช่ย่อยๆ นะคะ เค้าเริ่มติดอันดับในบางสำนักแล้ว ตัวหลักสูตรของเค้าก็หลากหลาย มีทั้งด้านศิลปศาสตร์, การบริหารธุรกิจ, การดูแลสุขภาพ, การสื่อสาร, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมศาสตร์ คือรวมคณะท๊อปๆ ไว้หมดเลย

 

เรื่องเรียนเป็นหลักแต่เวลาพักก็สำคัญ ที่นี่เค้ามีศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจร ที่เราชอบเป็นพิเศษคือหน่วยดูแลนักศึกษาแบบอารมณ์ดี๊ดี ที่มีชื่อน่ารักมากๆ ว่า ทีม s.w.e.e.t. Peer Educators ที่เค้าจะให้ความรู้ด้านสุขภาพและความมั่นใจในตัวเอง คือแค่เห็นข้อนี้ก็รู้สึกว่าที่่นี่น่าสนแล้วล่ะค่ะ


 

International College Dundee (เรียนต่อสหราชอาณาจักร)



 

  • วิวดี อากาศดี ออกแนวชนบทหน่อยๆ เหมาะกับคนที่เบื่อแสงสีในเมือง ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองที่ติดหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดในยุโรป จากการจัดอันดับของ Lonely planet เลยนะ
  • ค่าครองชีพและค่าเช่าหอในเมืองนี้ถือว่าถูกที่สุดในสกอตแลนด์
  • รับตั้งแต่ IELTS 4.5 แค่ต้องมาเรียนภาษาเพิ่ม 

 

ใครชอบแนวชนบท ฝันอยากปั่นจักรยานชมวิวสวยๆ ผ่านแม่น้ำลำธาร สูดอากาศบริสุทธิ์ระหว่างทางไปมหาลัยต้องไม่พลาดมหาลัยในสกอตแลนด์แห่งนี้ค่ะ วิวเค้าสวยมาก น่าอยู่มาก เมืองก็ออกเล็กๆ อบอุ่น ทุกคนรู้จักกันหมดอะไรแบบนั้น 

 

แต่ถึงจะเป็นชนบทก็ไม่ต้องกลัวเหงานะคะ เพราะนักเรียนต่างชาติที่นี่เยอะอยู่พอสมควร กิจกรรมก็ค่อนข้างเยอะ ไม่หงอยแน่นอน การเรียนการสอนก็ดีมาก การันตีด้วยเรตติ้งระดับเหรียญทองเลยค่าคุณ

 

Glyndwr University (สหราชอาณาจักร)



 

  • โลเคชั่นสวย ธรรมชาติยังเยอะ ทั้งสายน้ำ ภูเขา มาครบ เหมาะกับสายลุยและรักธรรมชาติ
  • มหาลัยขนาดเล็ก ทำให้อยู่กันแบบอบอุ่น เหมือนครอบครัว ไม่เหงาแน่ๆ 
  • ติดหนึ่งในมหาลัยใหม่ที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร

 

เพราะเป็นมหาลัยน้องใหม่ เลยทำให้การดูแลบริหารออกจะทันสมัยเอามากๆ เค้าเข้าอกเข้าใจนักเรียนเป็นอย่างดีว่ายุคสมัยนี้ต้องเรียนด้านไหนให้ทัน จบไปได้งานเร็ว และก็รู้ว่านักเรียนต้องการความช่วยเหลือด้านไหนมาก คือใหม่แต่ใส่ใจนะจ๊ะ อันนี้ให้คะแนนเพิ่มไปเลย

 

La Trobe - Didasko (เรียนต่อออสเตรเลีย)



 

  • ยืนหนึ่งเรื่องการสอนออนไลน์ เค้าสอนสายนี้ล้วนๆ ค่ะ ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมีวีซ่าก็เรียนได้
  • เรียนจบแล้วได้วุฒิปริญญาตรีด้วยนะเอ้อ
  • ติดอันดับ 18 สถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย

 

จุดเด่นของเค้าก็แน่นอนค่ะว่าเป็นเรื่องของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เลยทำให้ค่าใช้จ่ายถูกมาก และยังไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าให้วุ่นวาย อยู่บ้านก็เรียนได้ชิลๆ แต่ไม่ได้เรียนแล้วได้แค่ใบประกาศอะไรอย่างเดียว ที่นี่เค้าร่วมมือกับมหาลัยใหญ่ๆ ในออสเตรเลีย ทำหลักสูตรให้มาตรฐาน เรียนจบแล้วได้ปริญญาสำหรับป.ตรี ไปกอดให้ชื่นใจด้วย

 

ส่วนใครที่นึกภาพว่าการเรียนออนไลน์อาจจะน่าเบื่อ แค่ดูพาวเวอร์พ้อยท์ผ่านจออะไรงี้ ขอให้เลิกคิดได้เลยค่ะ เพราะแต่ละคอร์สของเค้าจัดเต็ม มีมัลติมีเดียหลายอย่างให้น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ชอบคือเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เอาที่เราสะดวก เริ่ดมาก


 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.5K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.2K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K