ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ส่องงานรับปริญญาหลังเรียนจบจากทั่วโลก

graduation ceremony around the world

    เมื่อไม่นานมานี้หลายๆ มหาลัยในไทยได้ต้อนรับบัณฑิตใหม่หลายแห่งทั่วประเทศเลย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานึกถึงการรับปริญญาในไทยก็จะนึกถึงชุดครุยของมหาลัยต่างๆ ดอกไม้รับปริญญา หรือธนบัตรรับปริญญาแน่ๆ! ที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นช่างภาพรับปริญญาที่จะตามติดบัณฑิตไปถ่ายรูปรับสวยๆ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำไว้ดูตอนจบไปแล้ว

    แต่รู้มั้ยว่าที่ต่างประเทศ Graduation ceremony ของเค้าก็ไม่น้อยหน้านะ  เพราะในหลายประเทศ กิจกรรม/พิธีจบการศึกษาก็พีคไม่แพ้กัน ลองไปดูกันว่าพิธีรับปริญญาที่เมืองนอกจะเหมือนพิธรรับปริญญาจุฬา มธ หรือมชบ้านเรามั้ย ไปดูกันเลย

 

ญี่ปุ่น

 

คิดว่าหลายคนคงเคยเห็นรูปภาพของนักศึกษาญี่ปุ่นแล้วว่าเขารับปริญญากันสนุกแค่ไหน! เพราะในพิธีจบการศึกษาของมหาลัยในญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่  Kanazawa College of Art นักศึกษาจะแต่งเป็นอะไรก็ได้! หรือเรียกว่า costume นั่นแหละ ดังนั้นเราจะเห็นนักศึกษาญี่ปุ่นแต่งเป็นไวโอลิน เสือ เรนเจอร์ทั้งห้าสี (มาเป็นแก๊ง) ตุ๊กตา หมาแมว Iron man หรือคนเล่นกีตาร์ใน Madmax! ดูน่าสนุกจริงๆ

 

อิตาลี

 

ในอิตาลี บัณฑิตจบใหม่สามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ (ปกติของมหาลัยตะวันตก คือไม่บังคับใส่ชุด) แต่สิ่งที่พิเศษคือ บัณฑิตจะใส่ Laurel wreath (แปลไทยคงแปลว่าหรีดใบลอเรล) ไว้บนหัว ซึ่งประเพณีนี้มีมานานตั้งแต่สมัยโรมันแล้ว ส่วนที่ต้องใส่ Laurel wreath ก็เพราะความหมาย Laurel wreath แสดงถึง ‘ชัยชนะ’ และ ‘เกียรติยศ’ หรือ ‘การทำอะไรสำเร็จ’ (cross the finish line) เพราะฉะนั้นเมื่อเรียนจบแล้ว การสวม Laurel wreath (เรียกว่าหรีดก็จริงแต่เป็นหรีดเล็กๆ นะคะ สวมหัวได้) ก็แสดงถึงความยินดีนั่นเอง

 

 

อังกฤษ (Oxford)

 

มหาลัยเก่าแก่อย่าง Oxford มีประเพณีที่เรียกว่า ‘trashing’ คือในวันสอบ final exams เนี่ยนักเรียน Oxford จะใส่เสื้อคลุม (นึกถึงเสื้อคลุมในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์) ไปสอบ หลังจากสอบเสร็จจะ ‘อาบ’ แชมเปญ หรือ ปาวิปครีม คอนเฟตติ กลิตเตอร์ หรือของแหยงๆ หน่อยก็ได้ไป (เช่นนมข้น) ไป เป็นเหมือนสัญลักษณ์ว่า ‘ชั้นเรียนจบแล้ว!’ ก็ทำอะไรเลอะๆ เทอะๆ ได้ (เพราะหลังจากนี้คงไม่ได้ทำตัวบ้าๆ บอๆ อีก)

 

ส่วนคำว่าtrashing ก็หมายถึงของที่ปานั่นแหละ ทางมหาลัยก็มีกฎนะว่าปาแล้วก็ต้องเก็บจ้า! ขอเสริมอีกนิสว่าในอิตาลีก็มีประเพณีนี้ด้วยนะ

 

ฟินแลนด์

 

    นักศึกษาฟินแลนด์มีประเพณีที่เหมาะกับประวัติศาสตร์ความเป็นไวกิ้งอยู่นะ เพราะบัณฑิตที่จบการศึกษาป.เอก สามารถนำดาบเข้าไปในพิธีจบการศึกษาได้จ้า! ใช่ค่ะ อ่านถูกแล้ว ‘ดาบ!’ ที่นำดาบเข้าไปได้ก็เพราะดาบแสดงถึงการต่อสู้ในนั่นเอง ‘ในการเรียนที่หนักหน่วง มีความดี ความถูกต้อง และความจริงอยู่’

 

    แต่การนำดาบเข้าไปก็มีกฎอยู่นะ ที่ University of Lund อธิบายว่านักศึกษาปริญญาเอกต้องถือดาบ่มีใบประกาศอย่างเป็นทางการจากประเทศฟินแลนด์เท่านั้น! ซึ่งต้องมีความยาว 87 เซนติเมนตรพอดีเป๊ะ ต้องหนัก 1.6 ปอนด์และต้องถือทางฝั่งซ้ายเท่านั้น ส่วนผู้หญิงนั้นต้องมีเข็มขัดหรือของคล้ายๆ กันที่เข้ากับชุดด้วย เพราะจะได้ถือดาบได้อย่างเหมาะสม!

 

นอร์เวย์

 

ที่นอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 20 เมษายนถึง 17 พฤษภาคมถือเป็นวันหยุดแห่งชาติ ในช่วงเวลานี้จะมีการเฉลิมฉลองที่เรียกว่า ‘Russefeiring’  ซึ่งนักเรียนที่เรียนจบแล้วมาเฉลิมฉลองจะถูกเรียกว่า Russ

 

ส่วนการ Russefeiring นี่เป็นได้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวด้วยชุดบ้าๆ บอๆ ไปปาร์ตี้ กินเหล้า ฯลฯ หรือการทำ challenge แปลกๆ ตั้งแต่ไปบุกบ้านครู ยันแก้ผ้าในที่สาธารณะเลยจ้า

 

คือเอาง่ายๆ ว่าฉลองเรียนจบแบบสุดเหวี่ยง บางคนมีการเหมารถบัสมาแล้วติดเครื่องเสียงดังๆ จากนั้นก็จะมีการประกวดกันด้วยว่ารถคนไหนมีเสียงที่ดีที่สุด! เอากับเค้าสิ

 

อเมริกา

 

ที่ Wellesley College มหาลัยหญิงล้วนด้านศิลปศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในรัฐ Massachusetts มีประเพณีแปลกๆ ตอนเรียนจบอยู่คือ การแข่งตีล้อ! (rolling the hoops) แล้วเป็นการแข่งขันที่จริงจังด้วยนะ ประเพณีนี้เริ่มจากการเป็นกิจกรรมในวัน May Day ก่อนจากนั้นก็ค่อยๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพิธีจบการศึกษา

 

โดยนักศึกษาหญิงจะตั้งแคมป์ข้ามคืนกันเลยเพื่อจองที่ ล้อของพวกนางคือจะตกแต่งให้ไฉไลสุดๆ ส่วนใครที่ตีล้อเข้าเส้นชัยก่อนจะถูกเพื่อนๆ จับโยนลงทะเลสาป Waban! (เอ๊า)

 

เช็คลิสท์ข้อเสียของการไปเรียนต่างประเทศ

รวมค่าใช้จ่ายหยุมหยิมที่ต้องรู้เมื่อเรียนต่างประเทศแบบออนไลน์

 

Source; Bustle

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K