ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เช็คลิสต์เลือกเอเจนซี่เรียนต่อนอก (ฉบับไม่อวยใคร)

share image

    การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองและใช้ตัวช่วย ซึ่งก็คือเอเจนซี่เรียนต่อนอกนั่นเอง ซึ่งในบ้านเรานั้นมีเยอะมาก มองไปทางไหนก็เจอ! วันนี้เราเลยมาแบ่งปันวิธีการเลือกเอเจนซี่ แบบไม่อวยใครเป็นพิเศษให้รู้กันไปเลย!

 

เช็คเว็บไซต์

    หนึ่งในสิ่งที่ทำได้ง่ายมากๆ ไม่ได้ถ่อสังขารไปที่ตึกเอเจนซี่คือเช็คเว็บไซต์ของเค้าค่ะ! เว็บไซต์ที่ดีควรมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าติดต่อได้ที่ไหน ต้องทำยังไง มีบริการอะไรบ้าง ฯลฯ นอกจากนี้เว็บไซต์ยังสามารถเช็คอายุได้ด้วย ข้อสังเกตคือยิ่งทำมานาน ยิ่งแก่ ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์อย่างนึงว่าเค้าจะไม่โกงเราค่ะ เปิดมานานถ้าโกงคงจะโดนปิดไปแล้วเนาะ

 

    

อ่านรีวิว    

    เดี๋ยวนี้ในเว็บบอร์ดอย่างพันทิป เฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์เองมีการแนะนำเอเจนซี่ไว้เยอะมาก ‘ที่นั่นดีค่ะ ที่นู่นก็ดีน้า’ ประมาณนี้ ซึ่งจะรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นการรีวิวที่ไม่แอบขายของ? (เพราะขายของเยอะมากกก)

 

    ในพันทิป ขอแนะนำให้กดไปดูหน้าโปรไฟล์ของ user ที่เขียนตอบค่ะ จะมีกระทู้ที่เค้าตอบอยู่ เราลองไปไล่ดูเลยถ้ามีแต่กระทู้แนะนำเรียนต่อก็ให้สงสัยไว้เนิ่นๆ ว่านี่ต้องเป็นเอเจนซี่แฝงตัวมาแน่นอน (เพราะใครจะมาเม้นทุกกระทู้ คำตอบเดิมๆ ที่ถามว่าจะเลือกเอเจนซี่ที่ไหนดี?) ถ้าเป็นรีวิวตัวจริงหน่อย กระทู้จะหลากหลายกว่าค่ะ

 

    ดังนั้นควรอ่านหลายๆ กระทู้ จดโน้ตข้อดีข้อเสียที่รีวิวเขียนเอาไว้ด้วยเพื่อใช้เป็นตัวพิจารณาในตอนหลังจ้า

 

ดูมหาลัยที่เอเจนซี่ดูแล

    ในเว็บไซต์อย่างที่บอกไปว่าแต่ละเอเจนซี่จะมีรายชื่อมหาลัยที่เค้ารับดูแลอยู่ เราก็ไปดูว่าเอเจนซี่ไหนบ้างที่มีมหาลัยที่เราอยากไปเรียนต่อ หรือใกล้เคียงกับหลักสูตรที่อยากไปเรียนต่อ ตรงนี้แนะนำให้ลองโทรถามเอเจนซี่ เพราะเอเจนซี่ที่ดูแลนักเรียนมานาน ดูแลจริงๆ จะสามารถตอบข้อมูลให้เราได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา หลักสูตรที่เราอยากเรียน หรือถ้าสมัครกับเค้าจะได้ส่วนลดค่าเทอมรึเปล่า เป็นต้น

 

    จริงๆ ขั้นตอนนี้เราควรรู้แล้วว่าเราอยากเรียนอะไร และเรียนที่ประเทศไหนเพราะเอเจนซี่จะได้ทำการ scope รายชื่อมหาลัยอันมหาศาลให้แคบลงได้จ้า

 

ดูประเทศที่เอเจนซี่เชี่ยวชาญ

    ต่อจากข้อที่แล้ว เพราะแต่ละเอเจนซี่จะมีความเชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน คือบางเอเจนซี่จะส่งนักเรียนไปเรียนต่ออังกฤษเท่านั้น ถ้าเราอยากไปเรียนต่อออสเตรเลียหรืออเมริกาก็ต้องใช้เอเจนซี่ที่ส่งนักเรียนไปอเมริกาหรือออส เพราะแต่ละประเทศเงื่อนไขการรับสมัคร (คะแนนวัดผลเอย เอกสารยิบย่อยเอย) ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเรารู้แล้วว่าอยากไปประเทศไหน อาจะใช้เกณฑ์นี้เป็นตัวเลือกเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญการส่งเด็กนักเรียนไปประเทศนั้นได้เลย

 

บริการครบวงจรหรือไม่

    เช็คว่าเอเจนซี่บริการครอบคลุมหรือป่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่า ที่พัก รถรับส่งจากสนามบิน จองตั๋วเครื่องบิน ประกันเดินทาง ประกันสุขภาพ ฯลฯ เพราะหลายๆ ครั้ง นักเรียนเองอาจจะงานยุ่ง ติดพันกับภาระอื่นๆ การมีเอเจนซี่คอยช่วยเตือน ขอเอกสารนู่นนี่เพื่อมาทำวีซ่าก็ประหยัดเวลาและพลังงานได้เยอะอยู่ เพราะเอกสารขอวีซ่ามันยุ่งมากค่า

 

    บางทีจองเครื่องบินอีก ถ้าจองเองเผลอๆ ต้องไปเปลี่ยนสนามบินตอนต่อเครื่องก็ไม่ไหวน้า ดังนั้นนอกจากให้เอเจนซี่จัดการให้แล้ว เราก็ต้องเช็คอีกทีนึงด้วย

 

เปรียบเทียบเอเจนซี่

    อย่าไปหาเพียงเอเจนซี่เดียว!  เพราะนั่นคือการตัดโอกาสเราไปเลยนะ แนะนำว่าหลังจากหาข้อมูลมาแล้ว เลือกมา 3 เอเจนซี่ที่เราอ่านรีวิว ศึกษาข้อมูลมาแล้ว จากนั้นก็ลองเข้าไปคุยค่ะ ถ้าเอเจนซี่ไหนดี เค้าจะโทรตาม คอยถามความคืบหน้าเรื่อยๆ เอาใจใส่ตลอด เผลอๆ มาบอกคอร์สเวิร์คช็อปการเขียน SOP, จัดทดสอบ IELTS อะไรด้วยนะ

 

    ตรงนี้สำคัญเพราะมันเป็นไปได้ว่าถ้าเค้าดูแลเราดีก่อนไปแล้ว เค้าจะดูแลตอนเราไปถึงด้วยค่ะ ในกรณีที่เรามีปัญหาตอนไปเรียนต่อ (ไม่ว่าจะอยากย้ายบ้าน หรือปัญหาวีซ่า ฯลฯ) เอเจนซี่ที่ดีควรดูแลทั้งตอนอยู่ไทยและต่างประเทศนะ

        

เอเจนซี่ต้องฟรี

    ถ้าไปติดต่อเอเจนซี่ที่ไหน แล้วเค้าคิดค่าบริการ ขอให้ Say goodbye! Say No! เท่านั้นค่ะ เพราะเอเจนซี่ไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มน้า ที่ไหนคิด คิดไปก่อนเลยว่ามีสิทธิ์โกง ส่วนใครที่สงสัยว่าเอ้า งั้นเอเจนซี่จะเอาเงินจากไหน? คำตอบคือค่า commission จากการสมัครเรียนของเราให้มหาลัยที่เค้ารับเป็นตัวแทนค่ะ

 

    นี่เป็น tips คร่าวๆ เท่านั้นนะ ตัวนักเรียนเองต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยนะ เราต้องรู้ให้เท่าๆ กับเอเจนซี่เด้อ

 

ทำความรู้จักเอเจนซี่ผี! ตามหลอก (เอาเงิน) คนที่อยากไปเรียนต่อนอก!

Recheck ความพร้อมก่อนสมัครเรียนต่อกับ Agency

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

391.1K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.3K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

66.1K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

60.4K