ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบประสบการณ์ ขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ อเมริกายังไงให้ผ่านฉลุย?

how to pass student visa interview

สวัสดีค่า สัปดาห์ก่อนนู้นนน มิสเคยทำโพลเอาไว้ในเฟสบุ๊กให้ซิสๆ มาโหวตกันว่าอยากรู้เรื่องอะไรมากที่สุด เดี๋ยวมิสไปสืบให้ วันนี้มิสเอารายงานฉบับนั้นมาเสิร์ฟแล้วค่า

 

    หัวข้อที่ซิสๆ อยากรู้มากที่สุดก็คือ ‘สัมภาษณ์วีซ่าอย่างไรให้ผ่าน!?’ โดยในการสืบของมิสนี้จะขอเน้นการขอ ‘วีซ่านักเรียน’ เนาะเพราะมิสก็สืบเรื่องราวการไปเรียนต่อมาเป็นประจำ ถ้าหลุดธีมเดี๋ยวจะเสียภาพลักษณ์ค่ะ อิอิ

 

    เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าหากเราอยากจะไปเรียนต่างประเทศเป็นเวลานานๆ เราต้องขอวีซ่านักเรียนไปก่อน ซึ่งการขอวีซ่าเนี่ย มันก็จะเป็นอะไรที่ลุ้นพอสมควรเลยค่ะ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะได้วีซ่ารึเปล่า เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่านกงศุลล้วนๆ ดังนั้นการขอวีซ่าจึงเป็นขั้นตอนที่ใครหลายๆ กังวลเยอะมากก มิสเลยไปสืบมาว่าคนที่เค้าเคยขอวีซ่าผ่านเนี่ย เค้าทำยังไงกันบ้าง

 

    การจะรู้ว่าเราจะขอวีซ่าให้ผ่านได้อย่างไรก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดใช่มั้ยคะ? มิสเลยไปดูกระทู้ วีซ่า F1 อเมริกาไม่ผ่านค่ะ ไม่รู้เหตุผลทำไมถึงไม่ผ่าน??? ของคุณ สมาชิกหมายเลข 4311742  ซึ่งในกระทู้จขกท. ได้เขียนอธิบายคำถามและคำตอบระหว่างกงศุลและจขกท. ไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ‘ไปเรียนที่ไหน’ ‘ทำไมถึงต้องไปที่นี่’ ‘กลับมาจะทำอะไรต่อ’ ฯลฯ ซึ่งซิสๆ ไปดูสนทนาเต็มๆ ได้ในกระทู้ แต่ที่มิสยกกระทู้นี้มาเพราะคุณ Kodiak ตอบคำถามได้ดีค่ะว่าทำไมจขกท. ถึงไม่ได้วีซ่า

 

    อ่านดูบทสนทนาของคุณเจ้าของกระทู้แล้วสะดุดกึกตรงนี้เลยครับ

    Q: ถ้าเรียนจบมหาลัยจะทำงานอะไร

    Me : อยากได้ตำแหน่งที่ดีในการทำงาน และเงินเดือนที่ดีในอนาคตค่ะ

 

    มันคือการตอบไม่ตรงคำถามโดยสิ้นเชิง  คำถามคือ  จบมาจะทำงาน "อะไร"  ซึ่งคำตอบของเจ้าของกระทู้จับต้องไม่ได้  แสดงให้ผู้ฟังเข้าใจว่ายังไม่มีการวางแผนชีวิตการทำงานอะไรเลยว่าจะทำอะไรหลังเรียนจบ

 

    การตอบคำถามหลายอย่างก็ดูค่อนข้างหลักลอย  คล้ายกับท่องตามเอเจนซี่บอกเพื่อมาตอบไปงั้นๆ ไม่ได้ตั้งใจหาข้อมูลไปเรียนจริงจัง  อย่างเช่นการตอบเรื่องว่าทำไมถึงเลือกไปบอสตัน  หรือทำไมถึงอยากไปเรียนที่โรงเรียนนี้  ไม่สื่อให้ผู้ฟังได้เห็นว่าตัวผู้ตอบคำถามนั้นได้วางแผนและหาข้อมูลเอง

 

    อีกอย่างที่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญหรือเรื่องความน่าเชื่อถือของโรงเรียนที่จะไปเรียน  อาจจะอยู่ในข่าย blacklist รายชื่อโรงเรียนที่เอื้อให้นักเรียนต่างชาติใช้เข้าไปเรียนเพื่อทำงานหรือโดดวีซ่า  ประเภทโรงเรียนจ่ายครบจบแน่  ทั้งนี้ผมไม่รู้จักชื่อโรงเรียนนี้ก็เลยไม่แน่ใจว่าโรงเรียนนี้จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร  มีคุณภาพในการเรียนการสอนจริงหรือไม่  แต่เท่าที่ลอง search ดูสถานที่จาก google map และ google street view ก็เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ได้มีอาคารเป็นของตัวเอง  ใช้พื้นที่ตั้งอยู่ในตึกอาคารสำนักงานร้านค้าอีกที

 

    การสัมภาษณ์รอบสองนั้น  ไม่มีใครตอบได้ครับว่าจะผ่านหรือเปล่า  แต่ที่แน่ๆ คือไม่ว่าจะไปสัมภาษณ์ที่ไหนก็ไม่ต่างกันครับเพราะข้อมูลคุณถูกบันทึกไว้ในระบบแล้ว  การเปลี่ยนจากเชียงใหม่มากรุงเทพจะยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยด้วยซ้ำ  หากเป็นผมถ้าตั้งใจอยากไปเรียนจริงๆ ก็จะลองยื่นขอใหม่อีกที  คราวนี้กรอกเอกสารในระบบให้ละเอียดมากที่สุดตั้งแต่แรก  (กรอกด้วยตัวเองนะ)  และเตรียมตอบคำถามดีๆ  หาเหตุผลอธิบายให้ผู้ฟังเชื่อว่าคุณตั้งใจไปเรียนจริงๆ  และเชื่อได้ว่าคุณจะกลับมาเมืองไทยแน่ๆ หลังเรียนเสร็จ

    

    มิสขอสรุปที่กงศุลถามเลยแล้วกัน คำถามหลักๆ ที่กงศุลจะถามเลยก็คือ ไป ‘ทำอะไรที่อเมริกา’ ‘เรียนที่ไหน’ ‘จะอยู่ USA นานเท่าไหร่’ ‘เรียนเสร็จแล้วจะกลับมาทำอะไรที่เมืองไทย’ ‘ทำงานอะไรอยู่ที่ไทย’ ‘บริษัทเกี่ยวกับอะไร’ ‘เรียนจบที่ไหน สาขาอะไรมา’ ‘ใครเป็น Sponsor ให้’

 

    ขอพูดจากประสบการณ์มิสแล้วกัน เพราะเคยไปขอวีซ่าอเมริกามาเหมือนกัน คำถามจะคล้ายๆ กันเลย ซึ่งทุกอย่างที่เราตอบต้องเป็นความจริงเท่านั้น! ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเอกสาร (D160 และ I-20 ซึ่งทางสถาบันจะออกให้) หรือสิ่งที่เราตอบกงศุลไป ทั้ง 2 อย่างต้องสัมพันธ์และสอดคล้องกันนะคะ โดยกงศุลจะยึดสิ่งที่กรอกเข้าไปเป็นหลักค่ะ จากนั้นก็มาถามคำถามเราเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสิ่งนั้นๆ ถ้าเราตอบไม่ตรงคำถาม หรือตอบเฉไฉไม่ชัดเจนก็เกมส์ค่ะ

 

    ที่สำคัญคือเราต้องยืนยันให้กงศุลรู้ให้ได้ว่าเราจะกลับมาไทยแน่ๆ ไม่ไปโดดร่มอยู่หลังเรียนจบ ดังนั้นต้องมีเป้าหมายและแพลนในอนาคตชัดเจนพอสมควรเพื่อจะตอบคำถามได้ค่ะ กงศุลบางท่านอาจถามเยอะกว่านี้ ขอดูไปทรานสคริปส์ หรือ Bank Statement ด้วย ส่วนใครถ้าพ่อแม่ออกเงินให้ก็บอกไปตรงๆ เลยว่าพ่อแม่เป็น Sponsor ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเค้าส่งเราไปเรียนเนาะ     

 

    มิสขอข้ามไปขอวีซ่านักเรียนเกาะอังกฤษกันบ้าง ในกระทู้ ยื่นวีซ่านักเรียนอังกฤษไม่ผ่าน ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ ของคุณ สมาชิกหมายเลข 2115889 โดย จขกท. เพิ่งไปหาแฟนมากลับมาตอนเดือนมีนาคม. ขอรอบแรกเป็นแบบวีซ่าท่องเที่ยว ขอไป1 อาทิตย์ แต่อยู่ 5 เดือน ตอนอยู่ที่นู้นก็ดูโรงเรียนไว้ กลับมาก็ทำเรื่องยื่นวีซ่าไปเรียน ยื่นวันที่ 13/6/2017 เดินทาง 3 สิงหา ให้แม่เป็นสปอนเซอร์ ครอสที่เรียนเป็น business English นะคะ เรียน 29 สัปดาห์ เงินในบัญชีหลังจากหักค่าเรียนแล้ว ของเรามี 5 แสนหน่อยๆ ของแม่มี ล้านสี่ พอยื่นไปสถานทูตไม่ให้ผ่าน (ไปอ่านเหตุผลที่สถานทูตไม่ให้ผ่านในกระทู้ค่ะ)

 

    โดยคุณ ชาเขียวปั่นเพิ่มหวาน มาคอมเม้นไว้น่าสนใจมากว่า

 

    จขกทพลาดตรงที่อยู่เกินจากที่ระบุไว้ตอนยื่นขอวีซ่าค่ะ คุณแจ้งว่าจะอยู่ 1 อาทิตย์ แต่คุณกลับอยู่ถึง5เดือน

    และถึงแม้วีซ่าที่อนุมัติจะอนุญาตให้อยู่ได้ถึง 6 เดือน แต่เค้าจะดูว่าคุณเข้าและออกประเทศ

ตรงตามที่คุณยื่นขอหรือไม่ประกอบการพิจารณาวีซ่าครั้งต่อไปด้วยค่ะ

 

    ในความคิดเรา ข้อมูลที่คุณให้สถานทูตดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือค่ะ เช่น

    1.คุณแจ้งว่าทำงานกับที่บ้าน ได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท

    ---คุณทำงานมานานแค่ไหนคะ ทำจริงรึเปล่า ทำไมทำงานแล้วถึงไปอยู่อังกฤษได้ถึง 5 เดือน บริษัทที่บ้านไม่กระทบ??

 

    2.คุณไม่มีอะไรที่จะทำให้สถานทูตมั่นใจว่าคุณจะกลับไทยหลังจากเรียนจบคอร์สค่ะ

    ---คุณแจ้งว่าจะไปเรียนคอร์สภาษา เพื่อกลับมาสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ คุณมีเอกสารยืนยันฐานลูกค้าที่เป็นต่างชาติ ของบริษัทคุณไหมคะ ลูกค้าต่างชาติเยอะมากจนถึงกับต้องไปเรียนคอร์สที่เมืองนอกจริงไหม รวมถึงเอกสารที่แสดงถึงกำไรของกิจการที่บ้านน่ะค่ะ

 

    เคสของคุณ เราว่าค่อนข้างยากและต้องหาเอกสารตามที่สถานทูตขอให้ได้ค่ะ

    เพราะตอนนี้สถานทูตไม่เชื่อว่าคุณจะไปเรียนและกลับไทยตามที่ขอค่ะ

    

    ในกรณีนี้คนที่มีประวัติการเดินทางอย่างนี้อยู่ การขอวีซ่าอีกครั้งก็ยากเลย ดังนั้นทุกครั้งที่ขอวีซ่าก็ควรให้อยู่ตามระยะเวลาที่ขอไป อย่าอยู่เกินเด็ดขาดเพราะทุกอย่างมันมีบันทึกประวัติไว้จ้า ก็นั่นแหละะะ มิสได้บอกไปแล้ว ข้อมูลทุกอย่างตรงจริงและตรวจสอบได้ค่ะ ข้อมูบต้องสัมพันธ์กัน ตอบคำถามให้ชัดเจน ตั้งใจเรียนจบมาไปทำอะไร นำไปพัฒนาอะไร ฯลฯ มิสว่าถ้าเตรียมตัวมาดี เอกสารครบถ้วน ทุกอย่างหายห่วงค่ะ

   ถ้าใครไม่อยากผ่านขั้นตอนการเตรียมเอกสารอันยุ่งยากก็สามารถใช้บริการเอเจนต์ได้เช่นกันนะ

 

    เจาะลึก วีซ่าทำงาน 2 ปีหลังเรียนจบในอังกฤษ (Post Study work visa)

    [INFOGRAPHIC] ส่องสนามแข่งวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ประเทศไหนขอยาก ประเทศไหนได้ง่าย มาดูกัน

    Infographic มาทำความรู้จักวีซ่าหลังเรียนจบของประเทศต่างๆ กันเถอะ อัพเดท 2019

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

418K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

339.2K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

87.9K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.2K