ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เช็คความเข้าใจ เรารู้การใช้ Passive Voice มากแค่ไหน?

share image

เรารู้อยู่แล้วว่า Passive Voice มีโครงสร้างต่างจากประโยค active ทั่วไป และหลายคนอาจมีปัญหาในการเข้าใจการใช้ และโครงสร้างของมัน    

 

    วันนี้ Hotcourses Thailand จะขอมาไขข้อข้องใจและความเชื่อผิดๆ ในการใช้ Passive Voice กัน

 

Passive voice คืออะไร?

 

     Passive voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ จะใช้ในตอนที่ต้องการเน้นบุคคลหรือกรรมที่ถูกกระทำ มากกว่าจะเน้นตัวบุคคลที่เป็นคนกระทำ 

 

โครงสร้าง Passive Vioce

 

    

Subject + V. To be + V3 (Past participle)                                                               โดย กริยา V. to be ได้แก่ am, is, are, was, were, be, being, been

 

    

ก่อนจะเข้าใจโครงสร้าง Passive Voice นั้นต้องเข้าใจโครงสร้าง Active voice ก่อน

 

ตัวอย่าง

 

    Active Voice: Alina Starkov creates a Rafka map.

 

    อลิน่า สตาคอฟสร้างแผนที่ราฟกา

 

    Passive Voice: A Rafka map is created by Alina Starkov.

 

    แผนที่ราฟกาถูกสร้างโดยอลินา สตาคอฟ

 

    ในที่นี้แล้ว Create เป็น Present Simple ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนไปเป็น Passive Vioce จึงใช้ Is create ซึ่งเป็น Present Simeple เหมือนกัน

 

เปรียบเทียบการเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ใน Tense

 

    ตัวอย่างประโยคในแต่ละ Tense

    

 

Active Voice

Passive Voice

Present

 

 

Simple

She writes an essay.

An Essay is written (by her).

Continuous

She is writing an essay.

An essay is being written.

Perfect

She has written an essay.

An essay has been written.

Perfect Continuous

She has been writing an essay.

An essay has been being written.

Past

 

 

Simple

She wrote an essay.

An essay was written (by her).

Continuous

She was writing an essay.

An essay was being written.

Perfect

She had written an essay.

An essay had been written.

Perfect Continuous

She had been writing an essay.

An essay had been being written.

Future

 

 

Simple

She will write an essay.

An essay will be written (by her).

Continuous

She will be writing an essay.

An essay will be being written.

Perfect

She will have written as essay.

An essay will have been written.

Perfect Continuous

She will have been writing as essay.

An essay will have been being written.

 

 

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ Passive

 

1. จริงหรือไม่ ที่เราไม่ควรใช้ Passive Voice

 

Ans. ไม่จริง ถึงแม้ว่าบางครั้ง การเขียนประโยคด้วยรูปแบบ Passive Voice จะทำให้ประโยคดูไม่ชัดเจน แต่ในบางประโยค บางบริบทก็ยอมรับได้ บางครั้งอาจจะสื่อสารได้ดีกว่าแบบ active voice 

 

2.  จริงหรือไม่ที่การใช้ Passive Voice ผิดไวทยากรณ์ (Grammatical mistake)

 

Ans. ไม่จริง การใช้ Passive Voice นั้นเป็นสไตล์การเขียนมากกว่า และส่วนใหญ่จะใช้เพื่อทำให้ข้อความชัดเจนขึ้น

 

3. จริงหรือไม่ หากมี “To be” อยู่ในประโยค ประโยคนั้นคือ Passive Voice

 

Ans. ไม่จริง ประโยค Active Voice ก็มี “To be” ได้ ตัวอย่างประโยค Active Voice ที่มี 'to be' ก็เช่น I want to be a journalist. (ฉันอยากเป็นนักข่าว) ต้องสังเกตให้ดีว่าตัวบ่งบอกลักษณะของ Passive Voice นั้นคือ Subject + V. to be + V3 (past participle)

 

4. จริงหรือไม่ ถ้าประโยคขึ้นด้วย "I/We" ถือเป็น Active Voice เพราะ Passive Voice จะใช้กรรมขึ้นต้น หรือมักจะหลีกเลี่ยงการใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

 

Ans. ไม่จริง มีหลายประโยคที่เป็น passive voice และขึ้นต้นด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 เช่น I was hit by a car.  (ฉันถูกรถชน)

ตอนไหนที่ควรใช้ Passive Voice?

 

1. เมื่อเมื่อต้องการเน้นกรรม 

 

    150 Votes are required to pass the law.

 

    ในรูปประโยค Active คือ The law requires 150 votes to pass. การใช้รูป Passive Voice คือต้องการเน้นว่าต้องมี 150 เสียงถึงจะผ่านกฎหมายได้ 

 

2. เมื่อไม่รู้ว่าประธานคือใคร 

    Chemicals have been dumped into the river.

 

    ประโยคนี้เราไม่รู้ประธาน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทิ้งสารเคมีลงในแม่น้ำ ดังนั้นการใช้ Passive Voice จึงทำได้ในกรณีนี้ แต่ถ้าประโยคไหนที่เรารู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ การเลือกใช้ active voice อาจให้ความหมายที่ชัดเจนกว่าได้

 

3. เมื่อผู้อ่านไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ว่าใครเป็นคนกระทำ 

 

    (Passive voice) Baby Mal was delivered at 2 PM yesterday.

    (Active voice) Dr. Sonya delivered baby Mal at 2 PM yesterday.

 

    ในประโยคแรก ซึ่งเป็น Passive Voice แปลว่า เด็กน้อยชื่อมัลคลอดเมื่อเวลาบ่ายสอง เมื่อวาน

    ส่วนอีกประโยค ซึ่งเป็น active voice แปลว่า คุณหมอซอนย่าทำคลอดทารกชื่อมัลเมื่อเวลาบ่ายสอง เมื่อวาน

 

    จะเห็นว่า แค่ประโยคแรก คนอ่านก็เข้าใจแล้ว เพราะ Baby Mal คือ Oject หรือกรรมที่เราต้องการเน้นเท่านั้น (เราไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ว่าใครทำคลอด)

    

มัดรวมการใช้ Tense 12 แบบ จำง่าย หายงง!

รวมการใช้ If clause 4 แบบ ฉบับมองปุ๊บเข้าใจปั๊ป!

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

397K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K