ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ไดอารี่เรียนต่อนอก by น้องจินต์ - เล่าประสบการณ์หาเพื่อนฝึกภาษาสไตล์น้องจินต์

share image

ตอนเตรียมตัวจะมาเรียนต่อที่อังกฤษช่วงแรกนี่คือพยายามฝึกภาษาอังกฤษเยอะมากกก เพราะตอนนั้น IELTS ยังไม่ถึงที่ทางมหาลัยกำหนด ก็เลยต้องมาเริ่มด้วยการเรียน pre-sessional course ก่อน และพอเป็นแบบนี้เราก็ใจแป้วไปนิดๆ ว่าถึงเวลาเรียนโทจริงๆ เราจะรอดมั้ย

 

คราวนี้เราก็เลยอยากฝึกภาษาแบบเน้นๆ โดยเฉพาะตรงการพูดกับการฟัง (ซึ่งกลัวมากว่าจะไม่ทันเพื่อน) คือดูหนังแบบไม่เปิดซับก็แล้ว ลองฟังข่าว BBC แล้วพูดตามก็แล้ว มันก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ คิดไปคิดมาก็นึกขึ้นได้ว่า เอ๊ะ เดี๋ยวเราก็ไปเรียนปรับพื้นฐานที่นู่นอยู่แล้ว เพื่อนๆ ร่วมห้องก็น่าจะภาษาระดับเดียวกับเรา งั้นเดี๋ยวลองตีซี้เพื่อนฝรั่งหลายๆ คน น่าจะได้อยู่นะ คิดแล้วก็สบายใจ บินไปแบบไม่เครียดมากค่ะ

 

 

เริ่มต้นหาเพื่อนฝึกภาษา

 

ตอนเข้าเรียนคลาสแรก จำได้เลยว่าเค้ามีกิจกรรมละลายพฤติกรรมให้ทำกัน แบบเล่นเกมส์กับเพื่อนในห้องอะไรงี้ แล้วก็ได้แนะนำตัวกัน เราก็ไปแบบเดี่ยวๆ ไม่มีเพื่อนกับเค้าเลย แต่ก็คิดว่า เออ เดี๋ยวก็หาได้แหละ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด เพราะเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ในห้องคือพวกเดียวกันกับเรา เราอาศัยความยิ้มสยามแบบนางงามมิตรภาพ ก็ได้เพื่อนสาวชาวจีนนามว่า เรเชล มาเกี่ยวก้อยกัน

 

พอเล่นเกมส์เสร็จ ต่อไปก็เข้าสู่พาร์ทจริงจัง คือมีการทำเทสต์เล็กๆ น้อยๆ และสัมภาษณ์นักศึกษาแต่ละคนเป็นภาษาอังกฤษ ตอนสัมภาษณ์นี่ก็จะคล้ายๆ กับ IELTS part speaking ค่ะ คือคุยเรื่องทั่วไปหมูหมากาไก่ แต่จริงๆ แล้วคนคุมสอบคือเนียนฟังการใช้ภาษาอังกฤษของเรา แล้วก็จะประเมินว่าเราจะต้องไปเรียนภาษากรุ๊ปไหน คือมันจะแบ่งออกเป็น 4 กรุ๊ป คือ  1 เก่งแบบกลางๆ ตะกุกตะกักหน่อย 2 เก่งแบบใช้ได้ 3 เก่งมาก และ 4 คือเก่งแบบจะมาเรียนปรับพื้นฐานทำไมยะถ้าเก่งขนาดนี้! 

 

ในส่วนของเรากับเรเชลก็ได้เข้าไปอยู่กรุ๊ป 3 ค่ะ และมีเพื่อนร่วมห้องอีกประมาณ 10 กว่าคน มีทั้งมาจากจีน ไทย ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ตุรกี บาเลรุส กรีก ฝรั่งเศส เบลเยี่ยมและเยอรมันค่ะ โอ๊ย อีกนิดจะจัดโอลิมปิคได้แล้วมะ มาเกือบครบ!

 

ต่างประเทศ ต่างสำเนียง (และคาแรคเตอร์)

 

ณ ตอนนี้ เราก็ได้สนิทกับเรเชลไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรเชลเป็นคนน่ารัก โก๊ะๆ และสวยน่ารักแบบนางเอกซีรี่ย์จีน ที่ดีอย่างนึงคือสำเนียงของนางฟังง่ายมาก เพราะนางพูดชัดถ้อยชัดคำ ไม่เร็วเกินไป ยิ่งเวลาเม้าท์กันเรื่องซีรี่ย์นี่คือจะออกรสชาติมาก 

 

พอเริ่มเปิดเรียน แน่นอนว่าเราก็ไปชวนเพื่อนสาวชาวไทยนามว่า วี มาเข้ากรุ๊ปด้วย ตอนแรกๆ เราคุยภาษาไทยกันเยอะมาก แต่พอมีเรเชลอยู่ในกลุ่มด้วย เราก็เกรงใจเค้า เลยเลือกพูดภาษาอังกฤษกัน นางจะได้มีส่วนร่วมด้วย และนี่เป็นข้อดีมากๆๆ เพราะมันทำให้เราได้ฝึกภาษาอังกฤษได้ดีสุดๆ ค่ะ

 

หลังจากนั้นกลุ่มเราก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น เริ่มสนิทกับเพื่อนๆ ต่างชาติมากขึ้น ยิ่งพอหลังเลิกเรียน เรายังมีเวลาว่างกันเยอะ (เพราะพวกการบ้านและรายงานยังไม่โหดมาก) พวกเราก็นัดรวมตัวกันไปกินข้าวบ้าง ไปดูหนังบ้าง และก็อย่างที่บอกว่าถึงเราจะมีเพื่อนคนไทยในกลุ่ม แต่พอไปแฮงค์เอ้าท์กับคนอื่นๆ แบบนี้ มันทำให้เราต้องสปีคตลอดเวลา และกล้าขึ้นด้วยค่ะ

 

พอคบกันไปนานๆ เราเริ่มจับคาแรคเตอร์ของเพื่อนสนิทจากแต่ละประเทศได้ เลยจะขอมาเม้าท์ไว้หน่อย อิๆ

 

  • เพื่อนชาวญี่ปุ่น 

    • มี 2 แบบค่ะ คือแบบตะเร้กตะน้อยยย น่ารัก พูดเบาๆ ช้าๆ มีมารยาทมาก และอีกแบบจะออกซ่าส์ๆ เสียงดังขึ่้นมาหน่อย แต่ไม่ว่าจะแบบไหนคือก็น่ารักเป็นส่วนใหญ่ 

    • จุดเด่นอีกอย่างนึงคือชาวญี่ปุ่นคือ เค้าจะมีการออกเสียงคำบางคำในภาษาอังกฤษให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นด้วย (เอ๊ะ ยังไง) ตัวอย่างเช่น คำว่าแมคโดนัลด์ ชาวญี่ปุ่นจะออกเสียงว่า Ma-ku-do-na-ru-do เก๋ไปอีก

    • คุยด้วยแล้วเพลิน บางทีเค้าคิดคำไม่ออกเราก็ช่วยเค้า และบางทีเค้าก็ช่วยเราค่ะ

  • เพื่อนชาวเกาหลี

    • น่ารักอีกแล้ว ส่วนใหญ่เราจะตีสนิทได้เร็วมากเพราะมีเรื่องเม้าท์กันเยอะ ทั้งซีรี่ย์เอย Blackpinkเอย GOT7เอย โอ๊ย สนุกมาก ยิ่งพอได้รู้เรื่องกอสซิปจากชาวเกาหลีเอง เราจะรู้สึกอยากเม้าท์กับเค้าบ่อยๆ ไปอีก

    • เพื่อนชาวเกาหลีของเราเค้าติดคำว่า โอ่ (แบบลากเสียงยาวๆ) คล้ายๆ กับเวลาเค้าพูดภาษาเกาหลีเลยค่ะ น่าร้าก

  • เพื่อนชาวตุรกี

    • สาวๆ สวยมากกก และส่วนหนุ่มๆ นี่ถ้าใครเป็นสายชอบผู้ชายเข้มๆ ลุคพระเอกแดนทะเลทรายคืออาจจะกรี๊ดได้ เพราะเค้าหน้าตาสไตล์นี้กันเยอะอยู่ อร๊ายยย

    • สำเนียงชาวตุรกีฟังไม่ยากค่ะ ไม่เข้มหนัก แต่บางคนอาจจะพูดเร็วหน่อย ต้องขอให้ช้านิดส์

    • คนประเทศนี้ค่อนข้างเฟรนด์ลี่ (โดยเฉพาะหนุ่มๆ ถ้าจะกิ๊กกัน อย่าลืมดูไปนานๆ ด้วยนะคะ หลายๆ คนเค้าจะแต่งงานแต่กับคนศาสนาเดียวกันเท่านั้นเด้อ) 

  • เพื่อนชาวเยอรมัน

    • ใครชอบคนพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้น หรืออยากได้คำแนะนำการพูดภาษาอังกฤษแบบตรงแหน่ว แนะนำชาวเยอรมันค่ะ เพราะเท่าที่เรียนและทำงานมา คนประเทศนี้พูดตรงมากกก ก็น่าสนใจไปอีกแบบค่ะ

    • คนประเทศนี้พูดภาษาอังกฤษชัดพอสมควรเลยนะคะเท่าที่เราเจอมา 

 

 

อ่ะ เม้าท์กันมานาน ขอแนะนำทิปส์เรื่องการหาเพื่อนฝึกภาษาแบบใช้ได้ผลมาให้ฟังกันค่ะ

 

  1. พยายามหาเพื่อนต่างชาติมาเข้ากลุ่มกับเรา จะได้ทำให้เราต้องพูดภาษาอังกฤษไปเอง เพราะเกรงใจเพื่อน

  2. อย่าอายเวลาพูด คิดซะว่าเพื่อนเค้าก็เหมือนเรานั่นแหละ คือเป็นชาวต่างชาติ มาเรียนต่อต่างประเทศเหมือนกัน

  3. อย่าคิดว่าคนอื่นเก่งกว่าเราเท่านั้น ขอบอกเลยว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติไหนในโลก และจริงๆ ความเป็นคนไทย ความมีสระ วรรณยุกต์เยอะแยะ มันทำให้เราออกเสียงได้ชัดกว่าคนประเทศอื่นๆ นะ

  4. ดูหนัง ดูรายการทีวีภาษาอังกฤษยังใช้ได้ผลอยู่เสมอ

  5. อย่ากลัวที่จะพูดคำว่า Pardon? หรือ Could you say that again please? และรับรองเลยว่า อยู่ต่อไปนานๆ เราแทบจะไม่ได้พูดคำนี้เลย เพราะภาษาเราจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

 

หวังว่าเรื่องเม้าท์วันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะค้า วันนี้น้องจินต์ขอตัวไปนอนมาสก์หน้าก่อนล่ะ บ๊ายบายค่า

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K