ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ก็มาดิค้าบ! เรื่องที่ต้องรู้ก่อนวางแผนเรียนต่อปี 2021!

prepare to study abroad after Covid-19

    เดือนธันวาคมแล้วค่า TvT

    โควิด-19 (และเหตุการณ์อื่นๆ ที่พีคไม่หยุดไม่หย่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ทำให้ปีนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและไม่ productive เหลือเกิน (หลายๆ ครั้งก็แทบจะร้องขอให้พอก๊อน!) หลายๆ คนก็ต้องเลื่อนแผนที่วางไว้ออกไปทั้งหมด รวมถึงแผนการเรียนต่อต่างประเทศด้วย

 

    ไม่เป็นไรนะคะ (ปลอบ) ปีหน้าต้องดีกว่าเดิม! เพราะฉะนั้นเรามาเตรียมตัวรับมือกับการเรียนต่อในปีหน้ากันเถอะ มาดูกันว่าอะไรบ้างที่จะเป็นเทรนด์ อะไรบ้างที่จะมาแน่ๆ และควรเตรียมตัวยังไงกับปีหน้า เผื่อจะได้โน้ตเก็บไว้เป็นตัวช่วยตัดสินใจเนาะ

 

สาขาเรียนต่อมาแรงแห่งปี

 

    ถ้าเราเป็นคนที่อยากมีทักษะทันสมัย จำเป็นและได้ใช้ได้อนาคตแน่ๆ ตอนนี้แหละ (ซึ่งเป็นเวลาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั่วโลกไปอย่างแน่นอน) เป็นเวลาที่เหมาะสมมากที่จะมานั่งหาว่าทักษะอะไรจะเป็นที่ต้องการและจำเป็น

 

    โควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าสาขาสุขภาพ (Healthcare - หมอ พยายาล ผู้ช่วยพยาบาล ฯลฯ), สาขาวิจัยการแพทย์ (Medical research - นักวิจัย นักวิทย์ในห้องแลป เป็นต้น), สาขา supply chain (เช่นโลจิสติกส์), สาขา IT และ digital industries and manufacturing (งานที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล) กำลังมาก มาเร็วและมาแรงด้วยเพราะขาดแคลน และมีโอกาสจะเป็นที่ต้องการเยอะมากๆ

 

    ดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือหาอะไรที่เราสนใจและลองดูว่าสาขานั้นมันไปเกี่ยวข้องกับสาขาที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคตยังไงได้บ้าง เพื่อให้เราสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในทั้งสองสาขานั่นแหละ หรือถ้าตอนนี้ใครกำลังเล็งเปลี่ยนสายงานอยู่ ก็ใช้ช่วงเวลานี้ศึกษาตลาดของสาขานั้นๆ ได้เลยว่ามีอะไรที่เป็นที่ต้องการบ้าง

 

    เราขออ้างอิงจาก Career Group Companies ว่าอาชีพไหนที่จะเป็นที่ต้องการในปีหน้ากันบ้าง

    1. Digital Marketing Specialists เพราะทุกอย่างย้ายไปอยู่ในโลกออนไลน์เกือบทั้งหมด (ตอนที่ quarantine กันอยู่ที่บ้านนั่นแหละจ้า)

    2. Marketing Strategists หน้าที่นี้ หลายคนบอกว่า อ้าวไหนย้ายไปออนไลน์แล้วไง ทำไมต้องมี? แต่อย่าลืมว่าหลังล็อคดาวน์สิ้นสุดลง เราก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้านอยู่ดี หน้าที่นี้จึงเตรียมพร้อมสำหรับโลกหลังโควิด-19 นั่นเอง

    3. Graphic Designers/Creatives ออนไลน์คอนเทนต์ก็ต้องมา! รูปภาพ วิดีโอ เนื้อหาก็ต้องดึงดูดใจชาวเน็ตให้คลิกด้วย

    4. Data Analysts ข้อมูลสำคัญที่สุดในยุคนี้ ต้องมีนักวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหา insight ของลูกค้าและเจาะตลาดให้ได้

    5. Accountants นักบัญชี

    6. HR professionals เจ้าหน้าที่ HR หลังโควิด-19 คนจะให้ความสำคัญกับการจ้างงานมากขึ้น ต้องการหาคนที่ ‘ครบ’ คือทำหน้าที่ได้หลายอย่าง มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเร็ว พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง HR จึงสำคัญมากในการค้นหาคนเหล่านี้

    7. Operations managers ผู้จัดการกระบวนการ

    8. IT professionals เจ้าหน้าที่ไอที

    9. Web Engineers วิศวกรเว็บไซต์ (โปรแกรมเมอร์/developer นั่นแหละ)

    10. Cybersecurity พนักงานดูแลความปลอดภัยไซเบอร์

    11. Pharmacy เภสัชกร

 

    Timeline วางแผนเรียนต่อนอกแบบใช้ได้จริง!

    10 มหาวิทยาลัย ที่มีหลักสูตรการตลาดดีที่สุดในโลก

 

วิเคราะห์สถานการณ์ ตามข่าวเรียนต่อทุกนาที

 

    ลองประมาณวันที่ที่เราพร้อมจะไปเรียนไว้ก่อน แต่ไม่ควร fix วันไปเลยเพราะทุกอย่างตอนนี้ไม่แน่นอนจริงๆ (ไม่รู้ว่าปีหน้า โควิด-19 จะหายไปรึเปล่า วัคซีนจะมาทันมั้ย?) ดังนั้นการวางแผนจึงสำคัญมากๆ

 

    เราควรเริ่มจากการวิเคราะห์สถาการณ์ในประเทศที่เราอยากไปเรียนต่อก่อน เพราะแต่ละประเทศมีสถานการณ์โควิดที่แตกต่างกัน บางประเทศมีโควิด-19 ระลอก 2 ทำให้ต้องปิดประเทศและใช้มาตรการล็อคดาวน์อีกรอบก็มี ถ้าเป็นกรณีนี้เราก็ควรจะดูการเรียนออนไลน์ไว้เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เลย เพราะยังไงก็เข้าประเทศเขาไม่ได้อยู่ดี (ต่อให้เข้าได้ก็ต้องเรียนที่ห้องอะนะ)

 

    และถ้าต้องไปเรียนในประเทศนั้นจริงๆ ก็ควรดูสถานการณ์การขอวีซ่า การไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองในการบินด้วย ดังนั้นต้องเตรียมตัวในรอบควบและเผื่อเวลาไว้พอสมควร ไหนจะไฟลท์บินที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ การย้ายไปเรียนออนไลน์หรือการเลื่อนเวลาไปเรียนก็ยังไม่ควรจะตัดไป เก็บไว้เป็นตัวเลือกไว้พิจารณาด้วย

 

    นี่ยังไม่รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละประเทศที่ติดลบตัวแดงกันรัวๆ (ของแบบนี้ล้มที่เดียวก็ส่งผลกระทบทั่วโลกแล้ว) ในฐานะนักเรียนต่างชาติก็เลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ยาก เพราะตลาดแรงงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน บริษัทรัดเข็มขัดมากขึ้น เช่น งดการจ้างชั่วคราว หรือบางบริษัทก็ปิดตัวไปเลยก็มี ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คืออัพสกิล (Upskill) และรีสกิล (Skill) ให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานที่เราต้องการจะเข้าไปในอนาคต เพราะหลักจากนี้การแข่งขันจะดุเดือดขึ้นอีกแน่ๆ ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อให้ตัวเองมีคุณสมบัติที่บริษัทต้องการก็สำคัญไม่แพ้กัน

    

    เข้าไปติดตามข่าวสารเรียนต่อล่าสุดได้ที่เพจ Latest News ของเราได้เลย

 

    เทรนด์การทำงานหลังโควิด-19 ที่คนทำงานต้องรู้

    รวมคอร์สเรียนฟรีออนไลน์ได้ใบประกาศจาก UN

 

ลงทุนกับอุปกรณ์การเรียนออนไลน์

 

    เรียนออนไลน์เป็นกระแสผลุบๆ โผล่ๆ อยู่หลายปี ไม่เคยได้พื้นที่สักที แต่โควิด-19 ทำให้การเรียนออนไลน์เป็นที่พูดถึงมากขึ้นหลายเท่า การเรียนออนไลน์หลายเป็น ‘New Normal’ ที่ทุกคนต้องปรับตัว (ทำงานก็เช่นกัน) ดังนั้นในอนาคตเราก็สามารถทำนายได้ง่ายๆ เลยว่าจะมีการทำงาน/การเรียนจากที่บ้านเพิ่มขึ้นแน่นอน (หลายบริษัทอาจไม่ยกเลิกนโยบาย Work from home ด้วยซ้ำ)

 

    เมื่อเราจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น อุปกรณ์ที่จำเป็นก็ต้องมี! ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ท แลปทอป ลำโพง หูฟัง ไหนจะค่าโปรแกรมที่ต้องใช้ในบางสาขาอีก (เช่นกราฟฟิคดีไซน์ ที่ต้องจ่ายค่าโปรแกรม หรือค่า modelling ต่างๆในสายวิศวะ) นี่ยังไม่รวมเก้าอี้ โต๊ะ ที่วางแลปทอป ฯลฯ ที่จะช่วยซัพพอร์ตนะ (ป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม) ดังนั้นเก็บเงินไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยจ้า มีโอกาสเสียเงินแน่นวล เพราะหลายๆ อย่าง บางคนอาจมองว่าจำเป็นในการทำให้การเรียนออนไลน์สมูธ เรียบลื่นที่สุด

 

    STEP BY STEP วางแผนการเรียนออนไลน์ที่ได้ปริญญา

    รวมค่าใช้จ่ายหยุมหยิมที่ต้องรู้เมื่อเรียนต่างประเทศแบบออนไลน์

 

ดูแลสุขภาพใจ 

 

    สิ่งที่เราเห็นได้ชัดว่ามีขึ้นเยอะมากๆ ในปี 2020 ก็คือความเครียด (Stress) และความกังวล (Anxiety)  ยังไม่รวม depression / homesick ที่เกิดขึ้นในนักเรียนต่างชาติอีก และความรู้สึกพวกนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นอีกในปีหน้าด้วย (เพราะทุกอย่างไม่แน่นอนจริงๆ) และเรื่องพวกนี้ก็มีผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตของนักเรียนนอกหลายๆ คนเลย

 

    ดังนั้นสิ่งที่ควรทำตอนนี้คือ หันกลับมาดูแลตัวเอง ให้ความรักตัวเอง พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกตัวเองหรืออะไรบ้างที่มัน trigger ต่อความรู้สึกเราและเราจะจัดการความรู้สึกได้ยังไง

 

    อย่าลืมว่า self-care สำคัญมากๆ ควรเป็นหนึ่งใน priority เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าจิตใจว้าวุ่นทุกอย่างมันจะพังและไม่เป็นไปตามที่คิดจริงๆ กระทบไปทั้งหมดเลยนะ ดังนั้นห้ามละเลยเรื่องนี้เด็ดขาด

 

    6 วิธีแก้เครียดช่วงโควิดที่ทำได้ง่ายๆ    

    ไม่เรียนต่อปีนี้ ทำอะไรดีล่ะ? รวมกิจกรรมน่าทำระหว่างรอไปเรียนต่อปีหน้าหรือปีอื่นๆ

    ม้วนเดียวจบ Step By Step ไกด์เรียนต่อนอก ใช้ได้ปีหน้า ปีนู้น หรือปีไหนๆ!   

 

Source: IDP

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K