ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบปัญหาโลกแตก สรุปแล้วเรียนที่ไหนดีระหว่าง 'ม.ดังแต่แพง หรือ ม.ไม่ดังแต่จ่ายไหว'

share image

      ศุกร์อีกแล้วค่ะ เหนื่อยกันมั้ยคะ?

      ถ้าเหนื่อยก็พัก แล้วมารับชมความน่าสนใจสักครู่กับรายงานนักสืบของมิสประจำสัปดาห์นี้ค่า สัปดาห์นี้ว่าด้วยคำถามโลกแตกตอนจะเลือกเรียนว่าจะเรียนต่อที่ ‘มหาลัยดัง แพง’ หรือ ‘มหาลัยไม่ดัง ราคาสบายๆ’ ดี? และเหมือนเดิมมิสได้ทำการสำรวจความเห็นชาวเน็ตมาเล็กน้อย

      ทวิตเตอร์ จำนวนคนโหวต 11 คน ผลแตกต่างกันชัดเจนมาก

9.1% ตอบว่าเลือกเรียนมหาลัยดัง ค่าเทอมแพง ๆ

90.9% ขอเลือกมหาลัยไม่ดัง ค่าเทอมสบายกระเป๋า

      ส่วนในเฟซบุ๊กที่มีคนมาตอบมากถึง 60 คน ผลออกมาคือ

30% เลือกมหาลัยดัง ค่าเทอมแพง

ส่วนอีก 70% เลือกมหาลัยไม่ดัง ค่าเทอมสบายๆ

    เห็นผลลัพธ์จากทั้ง 2 แพลตฟอร์มแล้วค่อนข้างไปทางเดียวกันเลยล่ะ เพราะเกินครึ่งเลือกขอค่าเทอมถูกๆ ไว้ก่อน ชื่อเสียงไว้ก็ได้ ซึ่งเอาจริงๆ มิสก็ไม่แปลกใจนะ เป็นมิสก็ขอเลือกอะไรที่มันราคาน่าคบไว้ก่อนค่า ไม่งั้นกระเป๋าจะฉีก!

 

    มิสแอบไปส่องราคาคอร์ส MBA มา อย่าง MBA ที่แพงที่สุดในโลกนี่คือ MIT Sloan ราคาปาไป 237,636 USD เป็นเงินไทยกว่า 7.4 ล้านบาทค่ะคุณ!! (ช็อค)  ในขณะที่ MBA กลางๆ จะอยู่ที่ 60,000 USD หรือ 1.8 ล้านบาท คือต่างกับเกือบ 4 เท่าตัว (ปาดเหงื่อ)

 

    เอาล่ะ ลองไปฟังความเห็นชาวเน็ตกันว่าเค้าคิดอะไร มีเหตุผลอะไรบ้างในการเลือกแบบนี้จ้า

     รายงานสัปดาห์นี้ขอเริ่มจากกระทู้ต่างประเทศที่ตั้งคำถามได้โดนใจมาก Should I go to a better, more expensive school, or should I go to a more affordable, local university? หรือ ‘ฉันจะเลือกอะไรดี ระหว่างมหาวิทยาลัยที่ราคาสูง หรือมหาวิทยาลัยที่เข้าถึงได้อย่างมหาลัยท้องถิ่น’ ซึ่งคนตั้งกระทู้เหมือนอยากจะเรียนด้าน Computer Science

    คุณ Jake Grey บอกว่า

    ‘ฉันจะเลือกมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแน่นอน ถ้าอยากได้เกรดดีดีในวิชาคณิตศาสตร์และที่ฝึกงานที่ดี คุณก็สามารถเลือกมหาลัยที่คุณใฝ่ฝันได้ ไม่มีเหตุผลเลยที่คุณจะเลือกโรงเรียนเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่าใน 1 ปี ที่มากกว่า 4 ปีของมหาลัยรัฐบาล ยิ่งถ้าคุณไม่มีเงินมากพอ คุณคงไม่อยากมีภาระหนี้สินกว่า $200,000 ก่อนที่คุณจะเริ่มแม้แต่เข้ารับการศึกษา เพราะฉะนั้น ไปมหาวิทยาลับรัฐบาลเถอะ เรียนหนักและทุ่มเทไปกับวิชาคณิตศาสตร์ ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการเงิน ฝึกงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (โดยทั่วไปแล้วอย่างน้อยช่วงหลังปี 2)’

 

    ส่วนในกระทู้ที่ถามคล้าย ๆ กัน คุณ Matt Trotter ให้ความคิดเห็นว่า

    ‘ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของมหาลัยที่มีอันดับ 10-25 เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยที่ 26 หรือต่ำกว่า ก็ไม่แตกต่างกันมาก ถ้าคุณเข้าไปในมหาวิทยาลัย Top 10 คุณก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดด้วยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เริ่มธุรกิจ ผู้ประกอบการ งานนวัตกรรม งานวิจัย และโอกาสต่าง ๆ ก็จะถูกรวบรวมมาจากผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัย Top10 ทุกสาขา ดังนั้น ถ้าคุณกำลังจะเลือกมหาวิทยาลัยอันดับตั้งแต่ 22-41 เช่น ฉันจะเลือกเรียนที่ที่ถูกกว่า เพราะเงินกู้ทางการศึกษามันแพงมาก ๆ ถ้าคุณมีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัย Top10 ก็แนะนำว่าให้เลือกซะ‘

 

 

    กระทู้ Should I go to a more expensive well known college or a cheaper local one? หรือ ฉันควรจะเข้ามหาวิทยาลัยที่แพงแต่มีชื่อเสียงหรือมหาลัยท้องถิ่นแต่ราคาถูกกว่าดี?


Miguel Corazao บอกว่า

    ‘ค่าใช้จ่ายและคุณภาพมันไม่ได้เกี่ยวข้องกันขนาดนั้น ตราบใดที่มหาวิทยาลัยนั้นยังอยู่ต่อไปได้ ให้ดูอันดับในมหาวิทยาลัยในสาขาเฉพาะที่คุณสนใจเพื่อพิจารณาความสำคัญ มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ บางที่ก็เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีราคาสูง แต่มหาวิทยาลัยรัฐบาลบางที่ก็ราคาไม่สูงแต่อยู่ในอันดับที่ดีเช่นกัน ในบางกรณี คนที่จบมาจากมหาวิทยาลัยที่ถูกกว่า ก็อาจจะมีโอกาสที่หางานได้รวดเร็วกว่าผู้ที่จบจากที่แพง ๆ แต่การเรียนในโรงเรียนมีชื่อเสียง ค่าเทอมแพง ๆ หน่อยก็อาจจะมีข้อดีเช่นกัน‘

 

คุณ Erik Hille แสดงความคิดเห็นว่า

 

    ‘สำหรับเครือ Ivy League Colleges อย่าง Cornell คุณไม่ได้เพียงแค่ซื้อการศึกษาเท่านั้น แต่คุณยังซื้อเครือข่ายศิษย์เก่าและการจดจำแบรนด์มหาวิทยาลัย แม้ว่าคุณจะไปทำงานเป็นเชฟที่ร้านอาหาร คุณก็จะได้ชื่อว่าเป็นเชฟที่จบมาจาก Cornell นั่นแหละ คุณไม่จำเป็นต้องสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ เพราะคุณจบมาจากที่ที่มีชื่อเสียงและเครือข่ายจากมหาวิทยาลัยที่จบมาอยู่แล้ว หรือคุณสามารถปัดผ่านการเป็นตัวเลือกหรือปัดผ่านอาชีพที่ให้เงินตอบแทนน้อย คุณตัดปัญหาเรื่องการเงินในอนาคตได้เลย ถ้าคุณเป็นตัวเลือกที่มาจาก Cornell แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองที่เป็นผู้กำหนดตัวเลือกเหล่านั้น ไม่ใช่เป็นเพราะการศึกษาที่จะทำให้คุณล้มเหล แต่ก็อย่าลืมว่ามหาลัยพวกนี้มีทุนการศึกษาให้เช่นกัน‘

 

คุณ James Metz บอกว่า เรียนที่มหาลัยที่คุณจ่ายไหวเถอะ ไปเรียนในคณะที่ชอบและที่สำคัญคือต้องใช้หางานทำได้ คว้าโอกาสทุกอย่างที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ใช้ชีวิตให้สนุกและดื่มดำกับปีที่คุณจะมีอิสรภาพ!

     เขาขยายความต่อว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนที่ไหน แต่ต้องมั่นใจว่าคุณผลักดันต้องเองมากเท่าที่จะทำได้ ค้นหาโอกาสและเอนจอยชีวิตมหาลัยซะ และอย่าไปเสียเงินให้กับมหาลัยดังๆ เพียงเพราะชื่อเสียงของมัน มีคนมากมายที่มาจากมหาลัยกลางๆ แต่ประสบความสำเร็จ

 

    จะเห็นว่าส่วนใหญ่ก็เชียร์แบบที่ผลโพลออกมาเลยนะ ว่าไปเรียนที่ที่จ่ายไหวเถอะ นั่นแหละ เพราะ ‘เงิน’ ก็เป็นปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกเรียนมหาลัยที่ไม่ดังมาก แต่ค่าเทอมเอาอยู่ก็ไม่ผิดเลย และอย่างที่ชาวเน็ตบอกตัวเราก็ต้องดูหลักสูตรด้วยว่าที่ไหนตอบโจทย์ของเรามากที่สุด

 

    ส่วนมหาลัยชื่อดัง แต่แพงนั้นก็ไม่ใช่จะไม่มีข้อดี เพราะหลายครั้งมหาลัยพวกนี้ก็คือใบเบิกทางในการทำงานในอนาคตนั่นแหละ เป็นเหมือนเราห้อยกระเป๋าแบรนด์ไว้สักใบ แต่ไม่อยากให้กลัวมหาลัยที่ดังและแพงกัน เพราะมหาลัยพวกนี้มีทุนให้เด้อ

 

    พอเรียนจบก็ไปวัดกันอีกทีตอนทำงานซึ่เองจริงๆ อย่างที่บอกว่าจบมหาลัยกลางๆ ก็มีงานเด้อ ไม่ได้จะตกงาน แต่นั่นแหละ ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าหน่อย (ตบบ่า) ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละคนและความพยายามต่อยอดให้ได้มากที่สุดแล้วค่ะ ขอให้อดทน ตั้งใจ สู้ค่ะซิส

 

รู้จักมหาลัยในอังกฤษที่ค่าเทอมถูก การสอนปัง และมีทุน!

รวมทุนประกวดเรียงความ เพราะแค่เขียนเรียงความก็ชิงทุนได้!

จบมหาลัย Ranking ปัง สำคัญยังไงกับชีวิตหลังเรียนจบ?

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.8K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K