ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Recheck ความพร้อมก่อนสมัครเรียนต่อกับ Agency

share image
140

    การไปเรียนต่อต่างประเทศในยุคที่รีวิวการขอทุน รีวิว Top U มีให้เห็นกันเต็มเฟซบุ๊ก ไหนจะหลักสูตรการศึกษาที่มีให้อ่านฟรีๆ ในเว็บมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้เข้าถึงได้เพียงแค่ปลายนิ้ว แต่ธุรกิจ Agency ก็ยังคงอยู่ได้และมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ Miss Detective Diva จะขอทำหน้าที่นำความเห็นในโลกออนไลน์มาให้ทุกคนตัดสินใจกันว่าตกลงแล้ว Agency มันจำเป็นจริงๆ รึเปล่า 

    ก่อนอื่นมิสขอแนะนำตัวให้ซิสกับบรอรู้จักกันก่อนเนาะ ยังไงก็ต้องเจอมิสไปยาวๆ หลังจากนี้ ชื่อเต็มๆ ของมิสก็คือ Miss Detective Diva หรือนักสืบสาวดีว่า เป็นนักสืบออนไลน์แห่ง Hotcourse Thailand อย่าเข้าใจผิดว่ามิสสืบเรื่องผัวๆ เมียๆ นะคะ มิสสืบแต่เรื่องมีประโยชน์อย่างเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศเพื่อเป็นประโยชน์ให้ซิสกับบรอทุกคนที่อยากไปเรียนต่อ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันเนาะ

    จากการที่มิสไปสืบๆ ตามเว็บบอร์ดมา สิ่งที่มิสอยากให้ซิสกับบรอที่อยากไปเรียนต่อต้องรีเช็คกับตัวเองก่อนก็คือ

    1. เข้าใจขั้นตอนการสมัครเรียน (หาที่เรียน หาหลักสูตร) ดีพอแล้วรึยัง

    2. ถ้ายัง จะหาข้อมูลและทำความเข้าใจเองได้มั้ย

    3. เข้าใจขั้นตอนทั้งหมด (เขียนจดหมาย ทำวีซ่า หาที่พัก ฯลฯ) แล้วรึเปล่า

 

    10 คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอก

    5 คำถามเพื่อเริ่มวางแผนการเรียนต่ออย่างมีประสิทธิภาพ

 

    ถ้ารีเช็คแล้วคำตอบ คือ ใช่ ฉันทำได้ มิสเชียร์ให้ลุยทำเองได้เลย 

    แต่ถ้าคำตอบ คือ ไม่หรือยังไม่แน่ใจ ยังไม่มีเวลาหาดู มีแต่ความคิดอยากไปเรียนต่อ จากที่มิสไปสืบมาในเน็ตหลายๆ คนก็เลือกจะใช้ Agency เพื่อเป็นตัวช่วยในการเริ่มต้นและทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น

 

    ซิสชาวเน็ตคนหนึ่งใช้ชื่อ JanStomp บอกว่า “ตอนเราสมัครเรียนต่อเราได้บริการแบบฟรีทุกอย่างค่ะ เราไม่ได้จ่ายให้ agency เลยสักบาท ทุกขั้นตอนที่ คห.ด้านบนบอกมา ทั้งตอนเตรียมเอกสาร ส่งมหาลัย ขอวีซ่า เค้าก็ช่วยตลอด เค้าไม่ได้เงินจากเราเลยยย แต่ได้จากมหาวิทยาลัยค่ะ บางที่ก็เคลมว่าเป็น official agent ในไทยเลยด้วยค่ะ”

    ส่วนสมาชิกหมายเลข 3110948 ก็ว่า “ใช้เอเจนท์ ไม่เสียเงินนะ ให้บริการฟรี  เราขี้เกียจหาข้อมูลเอง เอเจนท์เขาทำให้หลายคน ทำมานาน มีข้อมูลเยอะ เขาไม่เก็บเงินเรา แต่เขาก็ได้เงินจากมหาวิทยาลัย ดังนั้นใช้เอเจนท์ก็ไม่เสียหายอะไรนะ” 

    จะเห็นว่าทั้งสองความเห็นนั้นมีสิ่งเหมือนกันอยู่หลายอย่าง มิสจับประเด็นที่ซิสและบรอที่เลือกใช้ Agency ไปสืบต่อ ได้ความมาอย่างนี้

 

    ข้อมูลแน่น ครบ หลากหลาย 

    มิสว่าสิ่งแรกๆ ที่ทำให้หลายๆ คนเลือกใช้  Agency ก็คือข้อมูลที่แน่นปึ้ก ไม่ว่าจะเรียนต่อต่างประเทศหรือเรียนภาษาระยะสั้น-ยาว Agency ก็จะมีข้อมูลของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันภาษาที่ใกล้เคียงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่าข้อนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเรียน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี Agency จึงเป็นอีกทางเลือกในการเริ่มหาข้อมูล เพราะ Agency จะนำทุกอย่างมากางให้เราเลือก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน รวมทั้งข้อดี ข้อเสียของเมือง ค่ากินอยู่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

     แต่หากซิสและบรอคนไหน มีธงในใจอยู่แล้วว่าอยากเรียนอะไร Agency ก็จะแนะนำ Course ของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ว่าแต่ละที่มีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร เก็ควรเลือกที่ที่มีหลักสูตรเน้นเรื่องที่เราสนใจมากที่สุดเนาะ

 

    ดูแลเอกสารการเรียนต่อ

    สิ่งที่ทุกคนที่ไปเรียนต่อต่างประเทศต้องเจอ (และหนีไม่พ้น) ก็คือการเตรียมเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น Resume, Statement of Proposal, Recommendation Letters ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้ทั้งเวลาเตรียมเยอะมาก (ก. ไก่ล้านตัว) สำหรับคนที่ไม่มีเวลาแล้ว มิสว่า Agency จึงเป็นตัวกลางที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้มาก นอกจากนี้ Agency ยังช่วยดูความถูกต้องของเอกสารเหล่านี้ให้ด้วยนะ เพราะหลายครั้งที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเพราะอ่าน requirement ไม่ละเอียดครบถ้วน โอกาสที่จะโดนปฏิเสธ เสียทั้งเงินและเวลาก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เรียกได้ว่าสบายไปหนึ่งกรุบ 

    การเขียนใบสมัคร

    หลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการเขียนเรซูเม่

 

    ดูแลการขอวีซ่า

    แค่คำว่าวีซ่าก็ยุ่งยากแล้วค่ะ เป็นที่รู้กันว่าการขอวีซ่าเป็นอะไรที่เอกสารเยอะไม่แพ้เอกสารเรียนต่อ ช่องนี้ต้องใส่ ช่องนั้นไม่ต้องใส่ มิสงง ขั้นตอนนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ใช้เวลาและความถูกต้องไม่แพ้เอกสารเรียนต่ออื่นๆ เลย สำหรับคนที่ยุ่งมากๆ แล้ว Agency จะเป็นตัวช่วยเหลือให้ผ่านขั้นตอนยากๆ พวกนี้ไป 

      สุดยอดคำแนะนำการสมัครขอวีซ่า

 

    แล้วที่เค้าบอกว่าฟรีล่ะ จริงมั้ย? คำตอบคือจริง! ทุกขั้นตอนต้องฟรี มิสยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลย  ถ้าหากมีการเก็บเงินละก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เพราะหน้าที่ของ Agency ที่จะต้องเป็นผู้ประสานงานและให้คำปรึกษาโดยไม่คิดเงินสักบาท 

    สงสัยกันใช่มั้ยว่าแล้ว Agency เขาได้เงินจากไหนกัน มิสสืบมาให้หมดแล้ว ก็คือ Agency เนี่ยเค้าจะมี Partnership กับมหาวิทยาลัยต่างๆ อยู่แล้ว เขาจะได้เงินค่าคอมมิชชันจากทางมหาลัยไงล่ะ 

 

    แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างต้องมี 2 ด้านเสมอ มีขาว ก็ต้องมีดำ มีเอเจนซี่ที่ดี ก็ต้องมีเอเจนซี่ที่ไม่ดีอยู่

    ตอนมิสไปสืบเรื่องนี้ก็เจอหลายเคส ขอยกตัวอย่างเคสคุณ shane-shaggy ในเว็บบอร์ดสีม่วงที่บอกว่า “เคยไปหา Agent  นึงของ U of Manchester เค้าบอกว่าโปรไฟล์อย่างผม เกรดไม่ถึง 3 เข้าไปได้หรอก ของเค้ารับเเต่เกียรติอันดับ 1 เเล้วบอกให้ผมไปสมัครมหาลัยอื่นที่รองลงมามาก เอาจริงๆ ถ้าเจอเคสเเบบนี้มันจะทำให้ท้อเเละหมดกำลังใจครับ ผมตัดสินใจเดินหน้าสมัครเอง ได้มหาลัยที่ดีกว่า Manchester มากมาย”

    

    นี่จึงเป็นเหตุผลที่มิสอยากให้ทุกคนศึกษาและเลือก Agency แต่ละที่อย่างรอบคอบนะ  หากไม่ทำก็อาจเกิดเหตุการณ์ข้างบนได้

    อย่าไปเชื่อเชื่อ Agency ทั้งหมดเพราะยังไงก็เป็นอนาคตของเราเองใช่มั้ยล่ะ ลองเข้าไปดูรีวิว แล้วเข้าไปคุยกับหลายๆ ที่เพื่อหา Agency ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุด ถามคำถามเยอะๆ ไม่ต้องกลัว การทำแบบนี้เป็นการเช็ค Agency ไปในตัวด้วยว่าแต่ละที่มีความเป็นมืออาชีพมากน้อยแค่ไหน หากได้ Agency ที่ดีแล้วก็ไม่ต่างจากได้ครูที่ปรึกษาดีๆ สักคนที่จะคอยช่วยเหลือเราไปตลอดรอดฝั่งนะ 

 

      แล้วก็อย่าลืม การหาข้อมูลและทำการบ้านด้วยตัวเองก็ยังจำเป็นเช่นกัน เพราะจะทำให้ซิสทุกคนเข้าใจว่าเขาทำงานแต่ละขั้นตอนกันยังไง หาก Agency ตกหล่นตรงไหนเราก็สามารถตรวจเช็คได้เนาะ และใครที่คิดจะไปเรียนต่อก็ลองทบทวนดูดีๆ ว่าตัวเองมีความพร้อมมากแค่ไหน ใช่ลิสต์ที่มิสให้ไปด้านบน ส่วนการใช้ Agency ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะหากเราได้มหาวิทยาลัยที่เราอยากเรียนแล้วก็ถือว่า win-win ทั้ง 2 ฝ่ายนั่นแหละ

    ใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ มิสขอให้สุดท้ายทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะ

 

ที่มา

จะเรียนต่ออังกฤษ ใช้บริการเอเจนซี่ไหนดีครับ...หรือควรติดต่อเองเลย??

พวก Agency สำหรับเรียนต่อนอก เขาได้อะไรเป็นการตอบแทนอะครับ

ทำไมต้องใช้เอเจนซี่ในการสมัครเรียน

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

Miss Detective Diva (Miss DD) นักสืบสาวออนไลน์แห่ง Hotcourses Thailand

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

402915

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

326273

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86427

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

56016