ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เทียบช็อตต่อช็อต สืบประสบการณ์เรียนต่อนอกหรือเรียนอินเตอร์ที่ไทย?

share image

    สวัสดีค่าซิส!

    สบายดีกันมั้ยคะ? อย่าลืมรักษาสุขภาพน้า ฝนตกบ่อยมากๆ เลยช่วงนี้

    ใครกดเข้ามาอ่านรายงานนักสืบมิส ถ้าพร้อมแล้ว มาลุยกันเลยค่ะ!

 

    วันนี้ว่าด้วยการไปเรียนต่อ แต่จะนำมาโฟกัสไปที่การเรียนอินเตอร์ที่ไทยด้วย! ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเดี๋ยวนี้โปรแกรมอินเตอร์จากมหาลัยในไทยก็เข้มแข็งไม่แพ้กับเมืองนอกเลย ไหนจะอาจารย์ ไหนจะหลักสูตรที่แตกต่างจากภาคปกติ ที่สำคัญคือการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียน ก็กลายเป็นแต้มต่อให้หลายๆ คนเลือกเรียนอินเตอร์ไป

 

    แต่หลายครั้งการเรียนอินเตอร์ที่ไทยก็มักจะจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับการเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ ไปเลย ว่าอย่างไหนจะดีกว่ากัน วันนี้มิสเลยจะมากางข้อมูล ความเห็นชาวเน็ตให้ฟังว่าเค้าคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้างจ้า

 

    ก่อนอื่นขอกางโพลที่ไปทำมาก่อน โดยใน Twitter จำนวนคนโหวต 13 คน

    50% บอกว่าเรียนต่อนอก

    อีก 50% บอกว่าเรียนอินเตอร์ที่ไทย

 

    ผลกินกันไม่ขาด! ดังนั้นมาอ่านความคิดเห็นกันจ่ะ ขอเริ่มจากมุมมองการเรียนอินเตอร์แล้วกันเนาะ เพราะเรียนต่อนอกมิสว่าซิสๆ น่าจะรู้แล้วว่าเป็นยังไง โดยเริ่มจาก มหาลัยภาคอินเตอร์ในไทยถือว่าหลักสูตรผ่านมาตรฐานไหมครับ เทียบเท่าเรียนเมืองนอกได้ไหมครับ ซึ่งคุณ San Makyos บอกว่า

 

    จบอินเตอร์จากม รัฐเหมือนกัน แต่คิดว่าของเรามาตรฐานแข็งอยู่นะคะ

อจแล้วแต่เมเจอร์ มาร์เกตติ้ง อจ ต่างชาติเยอะหน่อย อย่างบัญชี อจ ไทยเยอะหน่อย

ไม่มีการสอนโดยใช้ภาษาไทยเด็ดขาด เกรดไม่ได้ได้มาง่ายๆ ยากมากกก ตอนเข้าไปใหม่ๆ ฟังยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เรามาจาก รรไทย ภาษาไม่แข็ง ไปปรึกษาอจวิชานึง บอกว่ายังฟังไม่ค่อยทัน อยากจะช่วยให้อจ อธิบายให้หน่อยได้ไหมคะ

    

    อจ บอก คุณเข้ามาเรียนอินเตอร์ คุณต้องมีความสามารถมากพอที่จะเข้าใจสิ่งที่อจสอนได้เอง

เราหงายตึง กลับไปนั่งอ่าน  text เอง อ่านได้ช้ามากก แรกๆ หน้านึงเป็นชมแต่ต้องสู้ ห้ามถอย การสอบมี 1 ให้เอา a4 เข้าได้แผ่นนึง คือไฟแนนซ์ มีบางครั้งเป็น open book แต่แน่นอน ข้อสอบไม่ได้ถามตรงๆจากหนังสือ เป็นเคส เป็นอะไรที่ต้องคิดเอง เวลาสอบ ห้ามเข้าห้องน้ำ เด็ดขาด ไม่ว่าจะจำเป็นขนาดไหน ถ้าจะเข้าก็ต้องออกจากห้องสอบไปเลย กลับเข้ามาทำใหม่ไม่ได้อีก กว่าจะจบมาโหดมากก

 

    คุณ Dancing with Wolf มาตอบว่า เราก็จบอินเตอร์จากมหาลัยรัฐกว่าจะจบมาได้ก็เลือดตาแทบกระเด็น เราก็เรียนภาคไทยมาตลอดพอมาเรียนอินเตอร์ก็ปรับตัวอยู่นานเราใช้เวลาปีกว่าถึงพอจะเริ่มเข้าที่ เราเรียนภาควิศวะซึ่งการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด อาจารย์ที่สอนวิชา major เราเป็นคนไทยทุกท่าน ซึ่งในความคิดเราทุกท่านคือระดับปรมาจารย์ เรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง (ขนาดด่านศ.ยังด่าเป็นอิ้งรัวๆ 5555) ส่วนใหญ่จะจบตรีโทเอกจากต่างประเทศเลย

 

    ส่วนเรื่อง cheat sheet บางวิชาออาจารย์ให้เอาเข้าได้ทุกอย่าง textbook คอม ทีวี ตู้เย็น ไปยันเรือรบ ถ้าคิดว่าเอาเข้ามาแล้วทำได้ยกเว้นอย่างเดียวห้ามเอาวิศวกรเข้ามา  ซึ่งเราว่าการใช้งานในชีวิตจริงมันก็เป็นแบบนั้น ไม่มีใครสามารถจำทุกอย่างได้หมด เวลาทำงานก็ต้องเปิดtextbook เปิดคอมอยู่แล้ว ส่วนตัวเราคิดว่าสิ่งที่จขกท.เจอขึ้นอยู่กับอาจารย์และมาตรฐานของหลักสูตรหรือคณะ หรือมหาลัยนะ เราแค่อยากบอกอีกเสียงนึงว่าอินเตอร์ก็ไม่ได้จบมาง่ายๆนะ

 

    แต่คุณ muayhongkong บอกว่า เอาจากปสก.ของเรา ที่เคยเรียนนะ เราว่าเทียบเท่าไม่ได้ ตามหลักสูตรทุกวิชาต้องสินเป็นภาษาอังกฤษก็จริง แต่อาจารย์ก็มีทั้งไทยและต่างชาติซึ่งของเราในวิชาพวกบริหารคนสอนจะเป็นอ.ไทย แทบทั้งหมด ตอนแรกๆอ.ก็สอนอังกฤษอย่างเดียว หลังๆมีนศ.บางคน ย้ำ บางคนนะคะ บอกว่าไม่ค่อยเข้าใจ ให้ อ.สอนเป็นภาษาไทยแทน อ.ก็ยอมสอนไทยนะ เราก็คิดๆว่า เอ๊ะ เราเลือกมาเรียนอินเตอร์ แต่กลับสอนไทยเฉยเลย ค่าเทอมก็แพงกว่ภาคไทย แบบนี้เราไปเรียนที่อื่นไม่ดีกว่าหรอเนี่ย สรุปตอนนี้เราจบมาแบบงงๆ

 

    ส่วนคุณแมวแว่น ตอบสั้นๆ ในกระทู้ หลักสูตรอินเตอร์ไทย VS เรียนนอก อันไหนคุ้มกว่ากัน ว่า ที่บ้าน support ไหวมั้ยคะ ถ้าไหวก็ไปนอกเถอะค่ะ เราเรียนอินเตอร์ในไทยก็ work ดีนะคะ มีไป exchange หรือ intern ต่างประเทศเหมือนกัน เพียงแต่ภาษาไม่ได้เป็นอังกฤษ 24 ชั่วโมง ต่เราก็ใช้อังกฤษประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อยค่ะ

 

    ในกระทู้นี้ คุณจำเนียร บอกว่า

    เด็กภาคอินเตอร์ต้องบอกว่ามาจากหลายที่ค่ะ มีทั้งเด็กที่จบม.ปลายจากต่างประเทศ เด็กที่เรียนนานาชาติมา หรือเด็กโรงเรียนไทยเอง ซึ่งความแตกต่างพื้นฐานหลักๆ ที่จะเห็นได้ชัดคือ เด็กอินเตอร์หลายคนอาจจะมีการมองโลกที่กว้างกว่า และกล้ากว่า ในขณะที่เด็กภาคไทยจำนวนมากจะยึดติดอยู่กับอะไรที่แน่นอนในสายตาตัวเอง เช่น ระบบความคิดแบบไทยๆ ตรงจุดนี้ต้องบอกนะคะว่าไม่ได้ดูถูกหรือตำหนิความคิดแบบไทย แต่ต้องการจะสื่อให้ชัดเจนเท่านั้น คือความคิดแบบเอาชัวร์ไว้ก่อน โดนบ่มเพาะมาจากสังคมแบบนี้ พ่อแม่บอกมาแบบนี้ เห็นผู้ใหญ่ในสังคมทำมาแบบนี้ ตัวเราก็ต้องทำแบบนี้ มีความคิดเป็นของตัวเอง แต่อยู่ภายใต้ขีดจำกัดที่สังคมวางไว้ ในขณะที่เด็กอินเตอร์ที่มาจากสังคมที่กว้างกว่า การอบรมทัศนคติ การปลูกฝังในอีกรูปแบบทำให้กล้าต่อยอดความคิดของตัวเองมากกว่า

 

    อีกอย่างหนึ่งคือ ค่าเรียนอินเตอร์แพงกว่ามากพอสมควร เพราะฉะนั้นเป็นหนึ่งสิ่งที่อาจจะพอชี้ให้เห็นว่าเด็กอินเตอร์ต้องมาจากครอบครัว ที่ฐานะทางบ้านสามารถสนับสนุนทางการศึกษาหรือพัฒนาการของลูกได้ในระดับที่ดี ในขณะที่เด็กภาคไทยจำนวนมากก็คงไม่ได้ฐานะ ไม่ดีทั้งหมดหรอกค่ะ เพียงแต่วัดสัดส่วนกันแล้ว จำนวนเด็กภาคไทยนั้นเยอะกว่ามาก เพราะฉะนั้นเด็กอินเตอร์อาจจะได้รับการสนับสนุน ที่ดีจากครอบครัว และมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้อหนังสือ ตำรา ไปเปิดโลกต่างประเทศ ซื้อประสบการณ์ได้มากกว่าเด็กภาคปกติ

 

  

 จะเห็นว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียเลยนะ มิสขอสกัดออกมาเป็นข้อๆ ให้แล้วจะขอเพิ่มสิ่งที่มิสสังเกตไปด้วยเลยแล้วกัน

 

    ข้อดีของการเรียนอินเตอร์ที่ไทย

    1. หลักสูตรอินเตอร์ในไทย อาจารย์จบจากต่างประเทศ พูดภาษาอังกฤษฟุดฟิดเหมือนกัน

    2. ความเข้มข้น เข้มงวดในการเรียนไม่ง่าย เพราะฉะนั้นก็เบาใจ (?) ได้ว่าจะได้รับความยากไปเต็มๆ

    3. ได้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียน

    4. นักเรียนมาจากหลากหลายแบ็คกราวน์เช่นกัน ไม่ได้มีเฉพาะแค่นักเรียนไทย ถึงเป็นนักเรียนไทยก็มีความหลากหลาย

    5. ค่าเทอมถูกกว่าการไปนอก

    6. ไม่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมมากนัก

    7. ไปเรียนต่อต่างประเทศในระดับที่สูงกว่าได้

    

 

    ข้อเสียของการเรียนอินเตอร์

    1. ไม่ใช่ทุกมหาลัยหลักสูตรจะดี ดังนั้นต้องศึกษาข้อมูลหลักสูตร รวมไปถึงอาจารย์ผู้สอนด้วย

    2. หลักสูตรไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด เปิดเฉพาะบางหลักสูตร (เช่น นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ อักษรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา ฯลฯ)

    

 

    ข้อดีของการเรียนต่อนอก

    1. ได้เจอสังคมนานาชาติ หลากหลายเชื้อชาติจากหลายประเทศ

    2. หลักสูตรหลากหลายกว่าของประเทศไทย มีทั้งคอร์สระยะสั้น ระยะยาวให้เลือก

       3. ได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ทั้งในชั้นเรียนและในชีวิตประจำวัน

        4. มีโอกาสเข้าข้อมูล แหล่งความรู้ และงานวิจัยต่างๆ มากกว่า

    5. มีโอกาสเข้าทำงาน/ฝึกงานในบริษัทต่างชาติ

 

    ข้อเสียของการเรียนต่อนอก

    1. ค่าใช้จ่ายในการเรียนสูง ถ้าตีราคาประเมินแล้วค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง 4-8 ล้านบาทต่อ 4 ปี (ป.โท อาจใช้เงินน้อยกว่า) โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนั้นหากตัดสินใจไปเรียนต่างประเทศต้องมีทุนส่วนตัวมากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้

       2. ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่

 

    จะเห็นว่าแต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันนะ ทั้งนี้ลองพิจารณาดูว่าเราโอเคกับการเรียนแบบไหนมากกว่าโดยใช้ข้อสรุปของมิสก็ได้ มิสเข้าใจว่าเรื่องเงินเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ดังนั้นลองชั่งน้ำหนักดีๆ ส่วนใครมุ่งมั่นอยากไปต่อนอกมาก แต่เงินไม่พร้อมมาก ลองเข้าไปใช้ Courses Matcher เพื่อหาคอร์สที่เหมาะกับเราโดยกระเป๋าไม่ฉีกได้เลย

 

    สืบประสบการณ์ ควรหรือไม่ ต่อป.ตรีเมืองนอกตั้งแต่จบม.ปลาย

    สืบประสบการณ์ เรียนต่อนอกในประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม  

    

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

391.1K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.3K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

66.1K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

60.4K