ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่เรียกว่า “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......”

share image

เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่เรียกว่า  “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......”

      การก้าวเข้าไปสู่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น ก็เป็นเช่นเดียวกับการออกไปผจญภัยในโลกกว้าง เพราะคุณจะต้องออกจากสิ่งที่คุณคุ้นเคยไปยังโลกการศึกษาใบใหม่ที่สูงขึ้น ที่คุณจะเจอกับสิ่งที่ทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน  อย่างไรก็ตามการเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ใช่สำหรับคุณจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่คุณจะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง

      ทุกวันนี้ การรับรู้ข่าวสารข้อมูลหรือคำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นมีมากมายในอินเตอร์เนต (เมื่อคุณค้นหาคำว่า ‘choosing the right course’ ในกูเกิล จะมีผลออกมาถึงประมาณ50,800,000 เลยทีเดียว) โดยคำแนะนำต่างๆอันดับหนึ่งก็คือ ให้คุณค้นหาสิ่งที่ตนชอบให้เจอ หรืออะไรที่เป็นคุณมากที่สุด เพื่อให้คุณสามารถเลือกหลักสูตรที่ใช่ที่สุด ตามมาด้วยการอ่านผลวิจัย, ค่าใช้จ่ายและโอกาสทางการทำงาน   แต่ถึงข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์มากเพียงไร แต่บางครั้งมันอาจจะนำคุณไปสู่การคิดวิตก คิดวนไปวนมา หรือที่เรียกว่า a ‘what if’’ situation  หรือ สถานการณ์คิดไม่ตกหรือเกิดปัญหาโลกแตกขึ้นมาว่า “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......”

      เมื่อคุณเผชิญหน้ากับสถานการณ์คิดไม่ตก สิ่งเดียวที่คุณทำได้ก็คือเผชิญหน้ากับมันและหาวิธีจัดการอย่างถูกต้อง และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆในการรับมือสถานการณ์นี้กันค่ะ

1. “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......ไม่ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งที่เลือก?”

      คุณต้องคิดเสมอว่าการไม่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่คุณเลือก ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงระดับโลก! ถ้าคุณมีความตั้งใจและต้องการที่จะเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนั้นจริงๆแล้ว คุณก็ต้องหาเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมพวกเขาถึงไม่รับคุณ และพยายามพัฒนาและลบจุดด้อยนั้นออกไป และทำให้ตนเองมีคุณสมบัติเพียงพอในการสมัครในปีถัดไป  ใช้ช่วงเวลาที่คุณเตรียมตัวในการทำงานหาประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในอนาคต และในขณะเดียวกัน ถ้าคุณเกิดได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยอื่นที่เป็นตัวเลือกอันดับถัดๆมา ลองพิจารณาถึงข้อดีข้อด้อยให้ถ้วนถี่ และคิดดูว่าคุณควรจะในการเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใหม่นี้หรือไม่

2. “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......อยู่ในรายชื่อของนักศึกษารอเรียก?”

      ถ้าคุณติดอยู่ในรายชื่อนักศึกษารอเรียกของมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งที่คุณเลือกแล้วละก็  อย่าเพิ่งท้อแท้หรือหมดกำลังใจ  เพราะคุณยังคงมีโอกาสได้รับการเลือก! และนี่คือเคล็ดลับเล็กๆที่สามารถสร้างโอกาสที่ดีให้คุณกลายเป็นผู้ได้รับเลือก

  • ตอบจดหมายไปยังสถาบันหรือผู้ที่ส่งจดหมายมา และอธิบายความสนใจและความต้องการและชื่นชอบในหลักสูตรนั้นอย่างไร
  • พยายามแสดงให้พวกเขาเห็นถึงความสามารถด้านอื่น หรือความสามารถที่โดดเด่นของคุณ
  • ส่งหนังสือรับรองฉบับใหม่

สิ่งสำคัญ : ต้องแสดงให้มหาวิทยาลัยเห็นถึงความกระตือรือร้น ไม่ใช่ความเศร้าโศกและสิ้นหวัง

3. “จะเป็นยังไงถ้าฉัน......เพิ่งรู้ว่าฉันมีความสนใจในด้านอื่นและอยากจะเปลี่ยนหลักสูตร?”

      มันจะช่วยได้มากถ้าคุณคิดออกถึงเหตุผลที่คุณเลือกหลักสูตรนั้นได้เร็วที่สุด คุณมีความสุขหรือไม่ถ้าคุณมองเห็นตัวเองในอนาคตกำลังทำงานในสายอาชีพของหลักสูตรที่คุณเลือก? หรือคุณเลือกหลักสูตรนี้เพราะพ่อแม่ของคุณบอก แล้วคุณมีความสุขกับมันหรือไม่?

      บางครั้งมันอาจจะเป็นการทำผิดอย่างร้ายแรงได้  เพราะมันเกิดจากผลที่การที่คุณเก็บงำหรือซ่อนเอาความปรารถนาเอาไว้  การที่คุณค้นพบความต้องการที่แท้จริงแล้วไม่ทำตามมัน ก็เป็นเรื่องไม่ฉลาดเอาเสียเลย ดังนั้นจนซื่อสัตย์กับตนเองเข้าไว้ และพยายามพูดคุยและรับฟังคำแนะนำจากที่ปรึกษาหรืออาจารย์แนะแนวของสถาบันการศึกษาของคุณ

ข้อคิด

เมื่อคุณตัดสินใจก้าวตามความสุขอันสูงสุดของคุณแล้วละก็  ไม่ว่าที่ใดจะมีกำแพงอุปสรรค มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ทำลายและสร้างประตูให้คุณเอง : Joseph Campbell

-------------------------------------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

418.2K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

339.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

87.9K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.3K