ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ส่องดูมหาลัยที่ CEOและคนดังระดับโลกเค้าไปเรียนกันดีกว่า!

share image

Elon Musk เอย, Mark zuckerberg เอย Jack Ma เอย พวกเขาเหล่านี้นอกจากจะเป็นทั้งนักธุรกิจและเซียนไอที-เทคโนโลยีระดับเทพของโลกแล้ว ส่วนมากก็มักจะควบตำแหน่ง “ไอดอล” ในใจใครหลายๆ คนด้วย เพราะทั้งเก่ง ทั้งประสบความสำเร็จ และรวยมากๆๆ เรียกว่าเป็นเน็ตไอดอลที่แท้ทรูเลยค่ะ

 

แล้วคนเก่งๆ ระดับนี้เค้าเรียนจบอะไร ที่ไหนกันมาบ้างล่ะ วันนี้เรามาเจาะมหาวิทยาลัยที่ 21 CEO คนดังเรียนจบกันมา (บางคนเข้าเรียนแต่เรียนไม่จบก็มีนะคะ) ในรูปแบบ infographic เอาให้ดูแบบรวดเดียวจบกันเลย 

 

เริ่มกันที่ Stanford university เจ้าเก่าเจ้าเดิม ศิษย์เก่าได้แก่ 

  • Reed Hastings (Netflix) เจ้าพ่อคอนเท้นต์ในรูปแบบ online streaming อย่าง Netflix ที่ทำเอาอุตสาหกรรมบันเทิงสั่นสะเทือน และทำให้ Netflix กลายเป็นบริการอันดับหนึ่งในใจของใครหลายๆ คนก็จบจากที่นี่ค่ะ โดยจบจากสาขา Computer science
  • Elon Musk (Tesla and SpaceX) ถึง Elon Musk เจ้าของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และบริษัทระดับโลก (หรือระดับจักรวาลด้วยซ้ำ) SpaceX เข้าเรียนในสาขา applied physics and material science ค่ะ ถึงแม้จะเรียนไม่จบแต่ก็ออกมาทำธุรกิจจนปังปุริเย่เบอร์นี้ คือคนนี้นี่เก่งมากๆ จริงๆ
  • Evan Spiegel (Snapchat) ซีอีโอหนุ่มหล่อที่เรียนมาในสายอาร์ต Product design ก็เรียนไม่จบคอร์สดีเหมือนกันค่ะ ซึ่งก่อนที่เค้าจะลาออกมานั้น เค้าเหลืออีกแค่ 3 คลาสก็จะได้รับปริญญาแล้ว แต่เค้าบอกว่าเค้าอยากทุ่มเททุกอย่างให้กับ Snapchat ซึ่งผลตอบแทนก็ดีมากจริงๆ
  • Larry Page และ Sergey Brin (Google) สองผู้ก่อตั้ง Google เค้าเจอกันระหว่างเรียนคอร์ส computer science ด้วยกัน แล้วก็ช่วยกันก่อตั้ง PageRank ขึ้นมา ซึ่งต่อมาก็คือ Google search นั่นเอง
  • Marissa Mayer (Yahoo) CEO สาวของ Yahoo คนนี้เค้าบอกเลยค่ะว่าสมัยเรียนเค้าไม่ใช่สายกิจกรรมเลย เป็นเด็กเรียนที่ขี้อายและไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่นด้วยซ้ำ แต่ว่าตั้งใจเรียนสุดๆ
  • Stacy Brown-Philpot (TaskRabbit) ขยายความก่อนว่า TaskRabbit นี่ก็คล้ายๆ ไลน์แมน บ้านเรา แต่ว่าเป็นเวอร์ชั่นครอบจักรวาลมากกว่า คือเป็นเว็บที่ช่วยหาคนมาทำนั่นทำนี่ให้เรา ส่วนใหญ่ก็เป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ เช่น ซื้อของ ส่งของ ย้ายบ้าน ต่อโต๊ะ ต่อโซฟา อะไรประมาณนี้ค่ะ โดย CEO สาวคนนี้เป็นสายกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนโน่นเลย
  • Baiju Bhatt (Robinhood)  ผู้ก่อตั้งเว็บและแอพชื่อดังสำหรับนักลงทุนอย่าง Robinhood ก็มาเรียนที่นี่ค่ะ แต่เรียนไม่จบแล้วก็หันไปโฟกัสกับการก่อตั้งธุรกิจนี้แทน
  • Tony Xu (DoorDash) อันนี้ก็คล้ายๆ ไลน์แมนอีกเหมือนกัน เพราะเป็นเว็บที่ช่วยร้านต่างๆส่งอาหารไปถึงลูกค้า ลูกค้าก็สามารถกดสั่งจากร้านที่ชอบมากๆ ได้เลย ซึ่งผู้ก่อตั้งก็เรียนจบ MBA จากที่นี่เลยค่ะ

 

Harvard University  ศิษย์เก่าได้แก่ 

  • James Park (Fitbit) เจมส์ ปาร์คซึ่งเป็น Founder & CEO เข้าเรียนในสาขา Computer science ที่นี่ แต่ก็ลาออกมาเพื่อมาก่อตั้ง Fitbit ธุรกิจที่ผสม Gadget ต่างๆ เข้ากับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของทุกคน จนโด่งดังสุดๆ ไปเลย
  • Mark Zuckerberg (Facebook) สำหรับคนนี้คงไม่ต้องขยายความมากเพราะทุกคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว กับเจ้าพ่อ social media ยุคบุกเบิก ที่ถึงจะเรียนไม่จบแต่ก็มีความมุ่งมั่นจนทำธุรกิจตัวเองสำเร็จอีกคนค่ะ
  • Steve Ballmer (Microsoft) นอกจากบิลล์ เกตตส์แล้ว อดีต CEO ของ Microsoft อย่างสตีฟก็จบจาก Harvard University ในสาขา Applied mathematics and economics ค่ะ

 

University of California  ศิษย์เก่าได้แก่ 

  • Susan Wojcicki  (YouTube) ตอนแรก CEO สาวแกร่งคนนี้เค้าตั้งใจจะเรียนป.เอกด้านเศรษฐศาสตร์ค่ะ แต่พอรู้ตัวว่าตัวเองชอบด้านเทคโนโลยีก็หันมาเรียนด้านนี้จริงจังจนจบเลย
  • Ryan Roslansky (LinkedIn) คนนี้ออกจากมหาลัยตั้งแต่เรียนปี 2 เพราะตอนนั้นเค้าทำเว็บช่วยนักศึกษาหาบ้านและรูมเมทจนประสบความสำเร็จ ต่อมาก็ขายกิจการ ไปทำงานที่ Yahoo และก่อตั้ง Linkedin ในที่สุด
  • Steve Wozniak (Apple) คนนี้แสบหน่อยค่ะ เพราะโดนให้ออกจากมหาวิทยาลัยที่แรกเพราะเค้าไปแฮคระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย แถมยังส่งข้อความไปกวนประสาทอีก จากนั้นก็ค่อยๆ หาทางกลับเข้าสู่การเรียนอีกครั้ง โดยทั้งทำงานและเริ่มกิจการ Apple ไปพร้อมกับสตีฟ จ๊อบส์ด้วย หลังจากนั้นอีกเป็น 10 ปี เค้าก็กลับเข้าไปเรียนอีกครั้งจนได้ปริญญาค่ะ อันนี้ปรบมือให้จริงๆ 
  • Vlad Tenev (Robinhood)

 

Massachusetts Institute of Technology

  • Drew Houston (Dropbox) คนนี้เป็นสายกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนค่ะ และเรียนจบด้าน Computer science โดยตรงเลย
  • Patrick Collison (Stripe) คนนี้เรียนไม่จบก็จริง แต่ระหว่างเรียนก็ขายธุรกิจจนรวยล้นและกลายเป็นเศรษฐีรุ่นใหม่อย่างรวดเร็วเลย

 

University of Pennsylvania 

  • Sundar Pichai (Google & Alphabet) CEO คนใหม่ของกูเกิ้ลคนนี้เป็นนักเรียนทุนระดับหัวกะทิตั้งแต่สมัยเรียน material sciences and engineering (M.S.) และ MBA เลยค่ะ
  • Safra Catz (Oracle) ถึงจะเรียนจบด้านกฎหมายแต่เธอก็ผันตัวมาเป็นซีอีโอหญิงแห่งอาณาจักร Oracle ได้อย่างดีเลยค่ะ

 

New York University

  • Dan Schulman (PayPal) CEO ของบริษัทธุรกรรมการเงินยักษ์ใหญ่รายนี้เคยเป็นคนขับรถบรรทุกมาก่อนค่ะ แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็มาเรียนต่อและเข้ามาต่อด้าน MBA จนจบเลยด้วย
  • Jack Dorsey (Twitter) Co-founder & CEO คนนี้เรียนไม่จบก็จริง แต่เค้าก็คิดไอเดียทวิตเตอร์นี้ออกมาระหว่างเรียนที่นี่นะคะ จะเรียกว่าทวิตเตอร์เป็นลูกผสมระหว่างการเรียนจบและเรียนไม่จบจากที่นี่ก็ได้ 

 

 

เครดิท https://www.businessinsider.com/college-degrees-and-majors-of-famous-tech-ceos?r=US&IR=T#jack-ma-cofounder-and-ceo-alibaba-2 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

391.1K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.3K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

66.1K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

60.4K