ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รู้จัก Travel Bubble มาตรการเดินทางในยุคโควิด-19

share image

ตอนนี้สถานการณ์โควิด-1 ในหลายๆ ประเทศเริ่มผ่านจุด Peak หรือจุดวิกฤตมาแล้ว รัฐบาลจึงเริ่มหันมายกมาตรการล็อคดาวน์ พยายามหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเคลื่อนไวอีกครั้ง หนึ่งในมาตรการทั้งหมดก็คือ Travel Bubble

 

    วันนี้เราจะพาไปรู้จักสิ่งนี้กัน และดูว่าในฐานะนักเรียนไทยเราจะได้ประโยชน์จากมาตการนี้ยังไงบ้าง

 

Travel Bubble คืออะไร?

 

    Travel Bubble คือ มาตรการการเดินทาง ที่สองประเทศซึ่งสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แล้วตกลงกันให้คนในประเทศเดินทางไปมาหาสู่กันได้ โดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน 

 

    การที่ประเทศทั้ง 2 จะตกลงจนมีมาตรการนี้ออกมาได้นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดในประเทศ มาตรการผ่อนคลาย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจที่มีต่อกัน

 

    ในไทย มาตรการนี้มีการพูดถึงเพราะต้องการใช้ Travel Bubble ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมานั่นเอง นอกจากนี้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูลบอกว่า มาตรการนี้จะใช้กับนักธุรกิจ ผู้ถือใบอนุญาตทำงานในไทย นักเรียนนอกที่ต้องการกลับมาในประเทศไทย คุณครูต่างชาติ

 

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่านักท่องเที่ยวอาจใช้ Travel Bubble เข้าไทยได้ในเดือนสิงหาคม

 

    โดยจะแบ่ง Travel Bubble เป็น 3 เฟส คือในระยะแรกจะจำกัดการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ สมุย ภูเก็ต พัทยา อาจรวมไปถึงเชียงรายและหาดใหญ่ด้วย จากนั้นในเฟสต่อๆ ไป ก็จะผ่อนมาตรการลง

    

ประเทศไหนที่ไทยตกลงด้วย?

 

    ตอนนี้ประเทศที่จะใช้ Travel Bubble กับไทยยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่มีการคาดการณ์ว่า ฮ่องกง จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกเว้น เนื่องจากข้อตกลงทางเศรษฐกิจ

 

    นอกจากนี้ยังรวมไปถึงประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ซึ่งแต่ละปีมาชาวออสซี่มาเที่ยวไทยกว่า 800,000 คน

 

นักเรียนไทยอยู่ตรงไหนของมาตรการนี้?

 

    ยังไม่มีการพูดถึงนักเรียนนอกที่ต้องการกลับเข้าประเทศอย่างแน่ชัด อาจต้องติดตามข่าวเรื่อยๆ อีกอย่างคือขึ้นอยู่กับว่าไทยจะสามารถตกลงกับประเทศไหนได้บ้าง (เอาจริงๆ คือ รัฐยังยืนยันจะต่อพรก. ฉุกเฉินอยู่เลย ซึ่งประเทศคู่เจรจาอาจมองว่าไม่น่าร่วมมือด้วย)

 

ประเทศไหนมี Travel Bubble อีกบ้าง?

 

UK

    ตอนนี้ในสหราชอาณาจักรมีการออก Travel Corridors โดยมี list ประเทศที่สามารถเข้าประเทศได้โดยไม่มีการกักตัว ซึ่งก็ประเมินจากสถานการณ์ความเสี่ยงในแต่ละประเทศ ประเทศที่ไม่ต้องกักตัวก็คือ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น  ไต้หวัน เวียดนาม เป็นต้น ยังไม่มีพี่ไทยจ้า

 

    ดูลิสต์เต็มๆ ได้ที่ https://www.gov.uk/guidance/coronavirus-covid-19-travel-corridors

 

    

Australia - New Zealand

 

    ในตอนแรกมีข่าวว่านิวซีแลนด์และออสเตรเลียจะออกมาตรการ trans-Tasman bubble กัน แต่หลังจากรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลียมีเคสพุ่งขึ้นมา นายกรัฐมนตรีจาร์ซินดา ก็บอกว่า อย่าเลย ยังเสี่ยงตอนนี้ไม่ได้จ้า เลยอาจจะเปลี่ยนแผน แทนที่จะให้ทั้งประเทศ ก็ให้เป็นรัฐที่มีความเสี่ยงน้อยแทน เช่นรัฐควีนส์แลนด์

 

Canada

    

    ในแคนาดา รัฐบาลยังคงปิดพรมแดนเข้าประเทศอยู่ โดยจะยกเว้นให้สำหรับคนที่จะไปเยี่ยมครอบครัวเท่านั้น

 

USA

 

    อย่าไปพูดถึงค่ะ เพราะตอนนี้ในสหรัฐนี่ปัญหาเต็มมือมาก โควิดยังจัดการไม่ได้และอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงด้วย เพราะไม่มีรายชื่อในประเทศที่จะเข้า UK ได้โดยไม่ต้องกักตัวค่ะ

 

    ใครที่อ่านมึนงง ปวดหัวกับมาตรการระหว่างประเทศแต่อยากเรียนต่อจนไม่ไหวแล้ว! เราก็มีทางออกมานำเสนอ นั่นก็คือการเรียนออนไลน์ผสมกับการเรียนที่มหาลัยนั่นเอง โดยตอนนี้ในหลายๆ ประเทศเริ่มอนุโลมให้เรียนแบบนี้แก้ขัดไปก่อน สถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่ค่อยไปเรียนที่แคมปัสก็ได้ นอกจากนี้ประเทศอย่างออสเตรเลีย อังกฤษเองก็ออกมาประกาศแล้วว่าวีซ่า Post-Study Work ยังคงอยู่แม้จะเรียนออนไลน์หรือไม่สามารถไปเรียนในประเทศนั้นๆ ได้ก็ตามจ้า ปังน้า ไม่ละทิ้งนักเรียน

 

    สามารถดูมหาลัยที่เปิดโหมดการเรียนแบบ Blended Mode ได้ที่นี่เลย

 

    เทียบช็อตต่อช็อต ประเทศน่าเรียนต่อหลังโควิด-19

    ล้วงลึกเรื่องการเรียนออนไลน์ทุกแง่มุม ครบชัด จัดเต็ม

 

Source; The Sydney Morning Herald, Wego

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.8K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K