ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

20 วิธีคลายเครียดใน 5 นาที ใครกำลังเตรียมสอบห้ามพลาด

53395

ถึงช่วงใกล้สอบทีไร สิ่งที่หลายคนต้องเผชิญคงหนีไม่พ้นความเครียด แล้วพอยิ่งเครียดอ่านอะไรไปมันก็ไม่เข้าหัว ฝืนตัวเองไปก็เสียเวลาเปล่าค่ะ เผลอๆ จะทำให้ป่วยอีกต่างหาก แวะพักระหว่างทางสัก 5 นาทีแล้วค่อยกลับไปลุยต่อดีกว่านะคะ เรามี 20 เคล็ดลับดีๆ ในการคลายเครียดแบบเร่งรัดมาฝากค่า

 

1. จิบชาเขียวร้อนๆ

ในชาเขียวมีสาร แอล-ธีเอนีน (L-Theanine) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการผ่อนคลาย แนะนำว่าก่อนดื่มขอให้สูดกลิ่นชาเข้าไปลึกๆ จะช่วยให้สดชื่นขึ้นด้วยค่ะ

 

2. กัดช็อกโกแลตสักคำ

สารอาหารในช็อกโกแลต มีคุณสมบัติช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และยังช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข สงบ อย่างเอ็นโดรฟินและเซโรโทนิน โดยวิธีกินอย่างถูกต้องคือเคี้ยวช้าๆ ให้ค่อยๆ ละลายในปาก และเลือกเป็นดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยค่ะ

 

3. น้ำผึ้งหวานหอม

น้ำผึ้งมีกรดที่ชื่อว่า Decenoic acid มีคุณสมบัติช่วยคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดี และบรรเทาอาการนอนไม่หลับได้ค่ะ ใครไม่ชอบกินเปล่าๆ ลองเติมลงไปในชาหรืออุ่นนมร้อนๆ แล้วเพิ่มน้ำผึ้งลงไปก็ได้นะคะ

 

4. มะม่วงสุกมีดีกว่าที่คิด

ผลไม้ที่เราคุ้นเคยอย่างมะม่วงสุกมีสารชื่อว่า ไลนาลูล (Linalool) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มะม่วงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และช่วยลดระดับความเครียดได้ค่ะ นอกจากนี้กลิ่นหอมๆ และรสชาติหวานฉ่ำยังทำให้กินแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย

 

5. เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะทำให้ระดับสารคอร์ติโซลในน้ำลาย (Cortisol) ส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

6. นั่งสมาธิ

เมื่อรู้สึกว้าวุ่นใจ ลองหาสถานที่เงียบๆ นั่งสบายๆ แล้วกำหนดจิตให้สงบอยู่กับลมหายใจของตัวเองสัก 5 นาที ฝึกบ่อยๆ นอกจากช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้าแล้ว ยังทำให้เป็นคนสมาธิดีขึ้นด้วยค่ะ

 

7. วางหัวลงบนหมอน

การหลับยาวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ในภาวะที่มีงานเร่งด่วนให้รีบไปทำต่อ ขอเวลาสัก 5 นาที เอนตัวลงหมอน หลับตา ปล่อยตัวปล่อยใจให้สบายๆ ก่อนกลับไปลุยต่อ ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการเติมพลังที่ดีค่ะ

 

8. สูดหายใจลึก

แบ่งเวลาสักเล็กน้อยมาโฟกัสกับลมหายใจของตัวเอง โดยพยายามสูดหายใจให้ช้าและลึกที่สุด ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนออกมา จะช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้นค่ะ

 

9. นวดมือตัวเอง

ยิ่งคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เยอะๆ ควรจะหาเวลาพักนวดมือตัวเองบ่อยๆ เพราะช่วยให้ผ่อนคลายและลดโอกาสในการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมด้วยนะคะ

 

10. บีบลูกบอลคลายเครียด

ลูกบอลนิ่มๆ เหล่านี้มีขายทั่วไป ลองซื้อติดโต๊ะทำงานไว้สักชิ้นสิคะ เวลาที่นึกอยากบีบคอคนข้างๆ ที่บังอาจมาทำให้เครียดกว่าเดิม จะได้บีบลูกบอลแทนดีกว่าค่ะ

 

11. หยดน้ำเย็นลงบนข้อมือ

แถวๆ ข้อมือจะมีหลอดเลือดแดงใหญ่อยู่ค่ะ การหยดน้ำเย็นลงไปบริเวณนั้นจะทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นลง และเกิดความรู้สึกสงบขึ้นได้

 

12. หวีผมเบาๆ

การหวีผมจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตบริเวณหนังศีรษะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังทำให้ผมจัดทรงสวยงาม ส่องกระจกดูแล้วอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

13. อยู่คนเดียว

หากกำลังประชุมกลุ่มแล้วรู้สึกว่า “ไม่ไหวแล้วจ้า!!” ขอให้ลองแยกตัวออกมาอยู่คนเดียวสัก 5 นาที เพื่อใช้เวลารวบรวมความคิดของตัวเองและปลดปล่อยสมองให้โล่งมากยิ่งขึ้น

 

14. ทำท่าโยคะง่ายๆ

โยคะจะมีท่าหนึ่งที่ชื่อว่า ท่าวิปริตกรณี (Viparita Karani) คือการยกขาขึ้นจนสุดเป็นแนวตั้งตรง แล้วเอาขากับสะโพกเข้าไปแนบชิดติดกำแพงไว้สัก 5 นาที เป็นการยืดกล้ามเนื้อและทำให้รู้สึกสงบขึ้น

 

15. วิ่ง เต้น!

ใช้เวลาสั้นๆ วิ่งหรือเต้น ขยับเนื้อขยับตัวสักนิดจะช่วยลดความเครียดได้ค่ะ แต่ถ้าอยู่ในห้องสมุดอะไรอย่างงี้ ก็ออกมาขยับข้างนอกดีกว่านะคะ จะได้ไม่รบกวนคนอื่นจ้า

 

16. ฟังเพลง

แวะพักฟังเพลงโปรดสักนิดก็ช่วยได้ แต่ควรเลือกเพลงที่สนุกสนานเร้าใจหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจลุยงานต่อ

 

17. ดมกลิ่นหอม

กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ น้ำมันหอมระเหย หรือกาแฟที่ชอบ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ค่ะ

 

18. กอดสัตว์เลี้ยง

ใครเลี้ยงน้องหมา น้องแมว เอาไว้ เวลาเครียดมากๆ จับเค้ามากอดสักนิด ความน่ารักของสัตว์เลี้ยงช่วยทำให้เราผ่อนคลายได้มากทีเดียว

 

19. หัวเราะ

การหัวเราะจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี ติดหนังสือการ์ตูนฮาๆ ไว้บนโต๊ะทำงานสักเล่ม เครียดๆ ก็ลองหยิบขึ้นมาอ่านกันดูนะคะ

 

20. เมาท์มอยกับเพื่อน

ถ้าอยู่คนเดียวก็ลองกริ๊งกร๊างหาใครสักคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ คุยกันเรื่องไร้สาระจุกจิกทั่วไปสักแป๊บนึง ลั้นลาขึ้นแล้วค่อยกลับมาลุยงานต่อค่ะ แต่ระวังอย่ามัวแต่เมาท์เพลินจนใช้เวลาเป็นชั่วโมงล่ะ!

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

MUST READ

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

175467

10 เรื่องน่ารู้ก่อนเริ่มชีวิตนักเรียนนอก

10 เรื่องน่ารู้ก่อนเริ่มชีวิตนักเรียนนอก >> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยผ่านไปเร็วกว่าที่คิด กิจกรรมต่างๆ ทั้งในและนอกห้องเรียน ล้วนเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ที่สำคัญ และสิ่งที่เรากำลังจะบอกต่อไปนี้คือ 10 เรื่องจากประสบการณ์ตรงของรุ่นพี่ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้   1. ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่เหมือนในซีรี่ย์ ฉากในซีรี่ย์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเด็กมหาวิทยาลัย มักจะเต็มไปด้วยนักศึกษาหน้าตาดี หน้าผมจัดเต็ม

19079

5 เหตุผลที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราไปเรียนต่อ (รู้ไว้จะได้จัดการถูกจุด)

5 เหตุผลที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราไปเรียนต่อ (รู้ไว้จะ ได้ จัดการถูกจุด) ปัจจุบันการไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นทางเลือกหนึ่งของเด็กยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็ยังมีพ่อแม่บางท่านที่รู้สึกลังเลใจในการส่งลูกไปอยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวลใจว่าลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และสารพัดเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย ลองมาดูกันว่าเหตุผลเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เราจะได้สามารถอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่า

11204

6 เหตุผลที่เวิร์คในการขอพ่อแม่ไปเรียนต่อ

6 เหตุผลที่เวิร์คในการขอพ่อแม่ไปเรียนต่อ สำหรับบางคนอุปสรรคของการไปเรียนต่อเมืองนอก อาจไม่ใช่กำแพงภาษาหรือข้อสอบต่างๆ แต่บางครั้งความเป็นห่วงของพ่อแม่นี่แหละ ที่ทำให้เราต้องสรรหาเหตุผล 108 มายืนยันว่า เราดูแลตัวเองได้และพร้อมสุดๆ สำหรับการเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกกว้าง ถ้าใครกำลังประสบกับปัญหานี้อยู่ละก็ ลองใช้วิธีการเหล่านี้ไปคุยกับพ่อแม่ดูสิ รับรองว่าเวิร์คอย่างแน่นอน! ลองอ่านความคิดฝั่งคุณพ่อคุณแม่ดูบ้าง  5

10507