นโบบายความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุกกี้ส์จะช่วยจัดให้คุณเห็นโฆษณาที่เหมาะกับคุณจริงๆ พร้อมทั้งช่วยให้คุณใช้ฟีเจอร์ที่หลากหลาย การอนุญาตทั้งหมดถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ คุณสามารถจัดการ เปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลา
ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

8 เรื่องที่ควรทำก่อนเรียนจบเมืองนอก

share image

8 เรื่องที่ควรทำก่อนเรียนจบเมืองนอก

>> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ
>> ค้นหาคอร์สเรียนต่อ
>> ค้นหาทุนการศึกษา

เมื่อถึงเวลาใกล้เรียนจบสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงก็คือการได้กลับเมืองไทยเสียที แต่ก่อนจะกลับบ้านนั้นเราขอแนะนำสิ่งที่ควรทำ 8 ข้อต่อไปนี้

 

1. ขอช่องทางการติดต่อกับผู้คนที่เคยพบเจอเก็บไว้

ตลอดระยะเวลาที่มาเรียนต่อเมืองนอก คุณย่อมพบเจอผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน บาร์เทรนเดอร์ ป้าข้างบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย ก่อนจะกลับเมืองไทยอย่าลืมขอเบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือ Facebook ของพวกเขาไว้สักหน่อย ไหนๆ ก็มีโอกาสได้มาทำความรู้จักกันแล้ว อย่าปล่อยให้มิตรภาพที่เกิดขึ้นต้องสูญเปล่า ใครจะรู้สักวันคอนเนคชั่นเหล่านี้อาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก็เป็นได้ หรือแค่ติดต่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ส่งการ์ดอวยพรให้บ้างตามเทศกาลสำคัญ เท่านี้ก็อบอุ่นใจไม่น้อยเมื่อนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยใช้เวลาร่วมกัน

 

2. กินอาหารจานโปรดให้เต็มคราบ

อาหารท้องถิ่นจานไหนที่จะคิดถึงแน่ๆ เมื่อกลับเมืองไทยไปแล้ว ใช้โอกาสสุดท้ายนี้จัดการซะให้เต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้กลับมาลิ้มลองรสชาติต้นตำรับแบบนี้อีก อย่าลืมจดพิกัดร้านโปรดเอาไว้ด้วยนะ เผื่อมีคนมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับร้านอาหารในเมืองที่คุณเคยมาเรียนต่อ หรือมีโอกาสพาครอบครัว พาเพื่อน มาเที่ยวที่นี่อีกครั้ง จะได้ไม่พลาดของอร่อยที่คุ้นเคย

 

3. อย่าลืมของฝากสำหรับครอบครัว

ของฝากที่ดีควรจะเป็นของที่ไม่สามารถหาได้ในเมืองไทย และไม่ควรเป็นของฝากพื้นๆ อย่างพวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือตุ๊กตาแบบโหลๆ คุณควรจะตั้งใจเลือกของที่พิเศษและเหมาะสมกับแต่ละคนในครอบครัว อย่างเช่น ถ้าแม่เป็นคนชอบทำอาหาร คุณอาจจะหาเครื่องเทศเฉพาะถิ่นที่หายากไปให้แม่ลองปรุงเล่นดู (และเราก็จะได้ชิมฝีมือแม่ด้วย) หรือถ้ามีพี่น้องที่เป็นคนช่างแต่งตัว อาจจะเลือกของแบรนด์เนมเก๋ๆ สักชิ้นที่เมื่อเทียบกันแล้วถูกกว่าซื้อในเมืองไทย

 

4. เคลียร์ข้าวของให้เรียบร้อย

ยิ่งใครอยู่นานยิ่งมีข้าวของกองมโหฬาร และแน่นอนว่าคุณไม่สามารถขนสมบัติเหล่านี้กลับเมืองไทยได้ทั้งหมดแน่ ของอย่างแก้วช็อตจากทุกเมืองที่ไปเที่ยว เสื้อผ้าเลอะคราบวอดก้าแครนเบอร์รี่ ฯลฯ ควรโละทิ้งหรือบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ไปบ้าง ของบางอย่างที่คำนวณแล้วไม่คุ้มกับการขนส่งกลับเมืองไทย ก็ควรตัดใจทิ้งไปแล้วหาซื้อใหม่จะดีกว่า

 

5. ตุนของชอบกลับเมืองไทย

ของอย่างเช่น Americanized pesto sauce หรือ เครื่องสำอางบางรุ่น ที่หาซื้อยากหรือถึงมีขายก็ค่อนข้างราคาสูงในเมืองไทย ถ้าชอบกิน ชอบใช้จริงๆ คุณอาจจะตุนใส่กระเป๋ากลับบ้านไปด้วย แต่อย่าลืมตรวจสอบข้อกำหนดของสนามบินให้ดีว่า ของอะไรบ้างที่สามารถนำเข้าประเทศได้ ไม่งั้นถ้าไม่ผ่านด่านแล้วต้องถูกยึดคงเสียดายแย่ และถ้าเป็นของที่อาจจะหกเลอะเทอะได้ ต้องห่อให้เรียบร้อยใส่ถุงซิปล็อคแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อความปลอดภัย

 

6. ชั่งน้ำหนักสัมภาระก่อนล่วงหน้า

ตอนจัดกระเป๋ามาจากเมืองไทยบางทีถ้าน้ำหนักเกินเล็กๆ น้อยๆ เจ้าหน้าที่ในเมืองไทยก็อาจจะอะลุ่มอล่วยให้บ้าง หรือถ้าเกินพิกัดจริงๆ ก็ยังพอเอาของออกและฝากพ่อแม่กลับบ้านไปได้ แต่ขากลับเมืองไทยคุณจะต้องรอบคอบมากยิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินบางประเทศเคร่งครัดกว่าเมืองไทยมาก หากน้ำหนักเกินจะต้องเสียเงินเพิ่มเป็นจำนวนไม่น้อย หรือถ้าต้องมานั่งคัดของบางส่วนออกจากกระเป๋ากลางสนามบินก็คงจะเสียเวลาพอสมควร แล้วถ้าวันกลับเดินทางมาที่สนามบินคนเดียวก็ไม่รู้อีกต่างหากว่าจะทำยังไงกับของเหล่านั้นดี

 

7. หยุดพักเพื่อทบทวนความคิดของตัวเอง

แบ่งเวลาสั้นๆ สักครึ่งวันและตรงไปยังสถานที่ที่คุณชอบที่สุดในเมืองนั้นพร้อมกับกลุ่มเพื่อนซี้ และดื่มด่ำกับการนั่งมองดูผู้คน ระลึกถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องดีที่สุดและเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ทบทวนดูว่าจากวันแรกจนวันสุดท้ายที่ได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ คุณเติบโตขึ้นมามากน้อยขนาดไหน และก้าวต่อไปในชีวิตจะเป็นอย่างไร

 

8. เตรียมรับมือกับ Culture shock อีกรอบ

ยังจำความรู้สึกแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับ Culture shock ตอนมาถึงเมืองนอกได้ไหม? ความรู้สึกนั้นอาจกลับมาอีกครั้งเมื่อกลับไปถึงเมืองไทยแล้ว คุณอาจจะประหลาดใจเล็กๆ เมื่อพบว่าข้ามถนนตรงทางม้าลายแล้วรถในเมืองไทยไม่เห็นจอดให้ทันทีแบบตอนอยู่เมืองนอกเลย ไม่ต้องตกใจไป คุณเคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ใช้เวลาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ปรับตัวให้คุ้นเคยได้อยู่แล้ว

MUST READ

article Img

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

380.7K
article Img

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

256.1K
article Img

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

95.5K
article Img

Infographic คู่มือจัดกระเป๋าฉบับเตรียมตัวไปเรียนต่อนอก

เวลาจะจัดกระเป๋าไปเที่ยวทีไรนี่ถึงไหนถึงกันนะ เพราะส่วนใหญ่ก็ไปไม่นาน แป๊บๆ ก็กลับ หรือถ้าขาดเหลืออะไรก็รู้ว่าวิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อ (ที่มีแทบทุกประเทศ) แป๊บเดียวก็แก้ปัญหาได้ละ แต่พอถึงเวลาต้องมาจัดกระเป๋าไปเรียนต่อต่างประเทศนี่ อยากจะเอาขาก่ายหน้าผากแล้วนอนไปทั้งอย่างนั้นเลย เพราะมันเป็นอะไรที่ต้องเตรียมตัวอย่างดี บางอย่างนี่ถ้าลืมคือหาซื้อที่ไหนไม่ได้ แถมเผลอๆ ไปถึงที่่เรียนแล้วแต่ไม่มีที่พักอีก มันก็เลยจะเครียดหน่อยๆ อ่ะเนอะ เอ้า ไม่ต้องกลัวค่ะ

6.3K