ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

มาฝึกภาษาจากการออกเดทกัน

share image

มาฝึกภาษาจากการออกเดทกัน

>> ค้นหาคอร์สเรียนต่อเมืองนอก
>> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเดือนกุมภาพันธ์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก สัปดาห์นี้เราจึงมีเคล็ดลับฝึกภาษาต่างประเทศจากการออกเดทมาฝากกันค่ะ อย่างที่รู้กันดีว่าการฝึกภาษาต่างประเทศให้ได้ดีสักภาษานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย บางทีก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ฝรั่งนี่ก็พูดเร็วกันเหลือเกิน พอตั้งท่าจะตอบกลับทีไรศัพท์มันก็ติดอยู่ที่ปาก กว่าจะเรียบเรียงเป็นประโยคได้เล่นเอาคู่สนทนาเซ็ง แล้วยิ่งถ้ามาอยู่ต่างประเทศคนเดียวด้วยละก็ ทั้งเหงาใจทั้งง่อยภาษายิ่งทำให้เศร้าซึมเป็นสองเท่า อย่ากระนั้นเลยเรามายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ด้วยการฝึกภาษาจากการออกเดทกันดีกว่าค่ะ

 

ทำไมการออกเดทถึงช่วยในการฝึกภาษาได้?

ข้อแรก มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่จะทำอะไรได้ดีเมื่อมีแรงจูงใจ และได้ทำในสิ่งที่รู้สึกรักชอบ ลองนึกดูว่าการฝึกพูดหน้ากระจกอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ กับการนั่งชิลล์ริมชายหาด จิบค็อกเทล แล้วคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อยกับหนุ่มสาวต่างชาติที่ตรงสเป็ก สถานการณ์แบบไหนจะน่าอภิรมย์และชวนให้เปิดปากพูดน้ำไหลไฟดับมากกว่ากัน

 

ข้อสอง ใครอยากจะขลุกอยู่แต่ในห้องเรียนทั้งวันบ้าง แน่นอนว่าถ้าขยันเข้าคลาสเรียนพิเศษเพิ่มเติมภาษาของคุณก็ย่อมจะพัฒนายิ่งขึ้น แต่การออกไปพูดหน้าชั้นต่อหน้าอาจารย์และเพื่อนๆ ในสภาพตัวเกร็งสุดฤทธิ์ และการจับคู่แลกเปลี่ยนบทสนทนากับเพื่อนในชั้นด้วยคำถามประเภท “ร้านขายรองเท้าในเมืองนี้อยู่ที่ไหน?” มันช่างชวนให้ง่วงเหงาหาวนอนตั้งแต่ 10 นาทีแรก แต่ถ้าออกไปเดินชมนกชมไม้ในสวนสาธารณะพูดคุยกันเรื่องดนตรี หนัง หนังสือ แบบสบายๆ หรือเดินชมแกลลอรี่แล้วหัวเราะต่อกระซิกแลกเปลี่ยนเรื่องศิลปะกัน รับรองว่าเวลาทั้งวันที่ใช้ในการฝึกภาษาของคุณจะไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นาทีเดียว

 

ข้อสาม ภาษามีอะไรมากกว่าแกรมม่าและบทสนทนาในตำราเรียน การท่องบทสนทนาจากตำราเป๊ะๆ ทำให้คุณสื่อสารได้ก็จริง แต่บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่ประโยคที่คนท้องถิ่นเขาใช้กันในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่นคำว่า สวัสดีค่ะ/ครับ ในภาษาไทย ในชีวิตจริงเวลาอยู่กับเพื่อนเราก็ไม่ได้ทักทายกันด้วยคำนี้บ่อยนัก บางทีเราก็ทักกันสั้นๆ แค่ “ว่าไง” หรืออย่างคำว่า Yes ศัพท์คำแรกๆ ที่เราเรียนมาตั้งแต่เด็ก ก็ยังมีคำอื่นอย่าง yep, yup และ yeah ที่ความหมายใกล้เคียง แต่เป็นทางการน้อยกว่าและวัยรุ่นนิยมใช้มากกว่าให้เลือกใช้อีกตั้งหลายคำ เรื่องพวกนี้มักไม่ค่อยอยู่ในตำราเรียน ถ้าอยากได้ภาษาแบบที่เขาใช้กันในชีวิตประจำวันจริงๆ ต้องหาโอกาสพูดคุยกับคนท้องถิ่นบ่อยๆ ค่ะ และถ้าเรามีคนท้องถิ่นอยู่ข้างกายไว้ให้คุยตลอดเวลาสักคน รับรองว่าสกิลจะพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

 

ข้อสี่ การมีแฟนเป็นคนท้องถิ่นมีผลพลอยได้คือ คนรักจะทำให้คุณได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆ แหล่งช้อปปิ้ง และบาร์เด็ดๆ ประจำเมือง ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในไกด์บุ๊ค หรือยังไม่มีคนทำรีวิวไว้ตามอินเทอร์เน็ต รวมถึงเคล็ดลับต่างๆ ในการใช้ชีวิตให้ประหยัด ทั้งเรื่องการเดินทาง การตามหาหนังสือมือสอง และร้านอาหารราคาถูก

 

ข้อสุดท้าย การมีใครสักคนที่พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกับเราเป็นกำลังใจที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกคนเดียว บางช่วงที่คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อนที่เมืองไทย หรือเหนื่อยกับการเรียนมากๆ อาจจะรู้สึกเซ็งๆ ซึมๆ จนท้อแท้ เวลาแบบนี้แหละค่ะที่เราจะรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ยังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ แต่ถ้ารู้สึกว่าการเป็นแฟนกับคนเพิ่งรู้จักได้ไม่นานมันเร็วเกินไป บางทีอาจยังไม่ต้องคบกันเป็นแฟนจริงจังก็ได้นะคะ แค่เป็นเพื่อนสนิทชาวต่างชาติที่คุยด้วยเฉยๆ   แล้วค่อยๆ แอบศึกษานิสัยใจคอกันไปก่อนก็ได้ค่ะ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าเรื่องการเรียนต้องมาเป็นอันดับแรกนะคะ ความรักเอาไว้เป็นอันดับรองพอให้ชุ่มชื่นหัวใจ และใช้ประโยชน์ในการฝึกภาษาอย่างที่บอกไว้ข้างต้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอมีแฟนแล้วจะหวังพึ่งเขาไปเสียทุกอย่างนะ ในการฝึกภาษาความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของเราสำคัญที่สุดค่ะ

MUST READ

article Img

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

352.2K
article Img

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

214.7K
article Img

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

9K
article Img

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.6K