ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

เคล็ดลับกินเพื่อเพิ่มพลังสมอง

share image

เคล็ดลับกินเพื่อเพิ่มพลังสมอง

เคยสังเกตไหมว่าเวลาสมองเหนื่อยล้า ร่างกายมักต้องการอาหารมากกว่าปกติ โดยเฉพาะพวกแป้งและของหวานทั้งหลาย นั่นเป็นเพราะเมื่อเกิดความเครียด ฮอร์โมนเซโรโทนินที่ทำให้รู้สึกดีจะลดลง (ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีระดับเซโรโทนินในสมองน้อยกว่าปกติ) ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ผลิตมาจากแป้งและน้ำตาล เมื่อเครียดมากๆ ร่างกายจึงต้องการแป้งหรือน้ำตาลมาทดแทน ทำให้เราอยากอาหารมากขึ้น เวลาอ่านหนังสือสอบหรือปั่นโปรเจ็คท์ทีไร หลายคนจึงมีทั้งขนมกรุบกรอบและน้ำหวานตุนไว้เพียบ แม้รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพและอาจทำให้ไขมันสะสม แต่ถ้าไม่กินแล้วจะมีแรงอ่านหนังสือได้ยังไงล่ะ เรามาดูทางแก้ปัญหากันค่ะ

1. อย่าละเลยอาหารเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็เป็นมื้อที่มักถูกละเลย เพราะแค่ตื่นไปเรียนแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว เราจึงมักคว้าอะไรง่ายๆ เช่น ขนมปังปิ้งกับแยม ซึ่งอยู่ท้องได้แค่ 1-2 ชั่วโมง แถมยังมีแต่แป้งและน้ำตาลอีกด้วย ทางที่ดีควรพยายามตื่นเช้าขึ้นและใส่ใจกับอาหารเช้าให้มากขึ้นดีกว่า มื้อเช้าที่แนะนำในช่วงสอบคืออาหารที่มีวิตามินบีสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูง ไขมันต่ำ และช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง การเตรียมก็ไม่ยุ่งยาก แค่ใส่นม เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อย เติมผลไม้และธัญพืชที่ชื่นชอบลงไป หรือถ้าวันไหนรีบมากจริงๆ กล้วยหอมกับนมก็เป็นทางเลือกด่วนๆ ที่ดีมาก

2. เติมไข่ให้จานด่วนสำหรับมื้อกลางวัน

มื้อกลางวันบางทีหลายคนก็อาจอ่านหนังสือหรือทำงานยุ่งๆ ติดพัน จนแทบไม่มีเวลาลุกไปหาของกิน แนะนำว่าทำแซนด์วิชติดไว้ก็เข้าทีนะคะ โดยเลือกใช้ขนมปังเพื่อสุขภาพอย่างขนมปังที่ทำจากแป้งข้าวไรย์หรือแป้งโฮลวีต ใส่ผักสลัด เนื้อสัตว์ที่ชื่นชอบ และอย่าลืมพระเอกของเราอย่างไข่ ซึ่งเป็นแหล่งของพลังงาน กรดอะมิโน ไขมันดี วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด

3. เลือกของว่างที่เคี้ยวเพลินและดีต่อสุขภาพ

การเคี้ยวจะทำให้ระดับสารคอร์ติโซลในน้ำลายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่พวกขนมกรุบกรอบทั้งหลายเนี่ยควรอยู่ให้ห่างไว้จะดีกว่า เพราะทั้งอ้วนและทำลายสุขภาพ ทางที่ดีควรเลือกธัญพืชต่างๆ เช่น ลูกเดือยอบกรอบ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี และซีลีเนียม ซึ่งช่วยให้ความจำดีและรู้สึกสงบขึ้น

4. เลือกกินอาหารที่มีไขมันดี

ไขมันดี เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มพลังสมอง ช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้า สร้างภูมิคุ้มกัน และผลิตฮอร์โมน อาหารไขมันดีที่ได้รับความนิยมก็อย่างเช่น อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย หรือน้ำมันปลา ถั่ว และเมล็ดพืช

5. กินปลาเป็นประจำ

อย่างที่บอกไปว่าน้ำมันปลาเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสมอง ปลาจึงเป็นเมนูแนะนำที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เมื่อปี ค.ศ. 2006 วารสาร American Journal of Psychiatry ฉบับเดือนมิถุนายน ได้รายงานผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน และปลาแม็คเคอเรล สามารถรักษาเด็กที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ และช่วยลดอารมณ์เศร้าในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ด้วย ดังนั้นการกินปลาทะเลเป็นประจำจึงช่วยเพิ่มพลังสมองได้

6. ดาร์กช็อกโกแลตช่วยได้

สารอาหารในช็อกโกแลต มีคุณสมบัติช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอร์โมนที่ทำให้สมองเหนื่อยล้า เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และยังช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข สงบ อย่างเอ็นโดรฟินและเซโรโทนิน โดยวิธีกินอย่างถูกต้องคือเคี้ยวช้าๆ ให้ค่อยๆ ละลายในปาก และเลือกกินดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย และมีปริมาณโกโก้อย่างน้อย 70% ขึ้นไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินในช่วงเย็น เพราะโกโก้มีคาเฟอีนอยู่พอสมควร อาจทำให้นอนไม่หลับได้

ทั้งนี้หากต้องการลดความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากใส่ใจเรื่องอาหารแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอก็สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มพลังให้สมองใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

MUST READ

article Img

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

352.2K
article Img

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

214.7K
article Img

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

9K
article Img

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.6K