ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

พ่อแม่ และ การเรียนต่อต่างประเทศของลูก

share image

พ่อแม่ และ การเรียนต่อต่างประเทศของลูก
:สิ่งที่ผู้ปกครองควรทราบเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศ

       เป็นเรื่องสำคัญมากในการเข้าใจว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะต้องการเหตุผลเพิ่มเติมหรือมากมายเพียงพอ ก่อนที่พวกเขาจะยอมปล่อยให้ลูกไปเรียนต่อในต่างประเทศเป็นปีๆ เพราะพวกเขาจะรู้สึกกังวลตลอดเวลา ถึงแม้จะรู้ดีว่ามันเป็นกระบวนการที่ทำให้ลูกๆของพวกเขาเติบโตและมีโอกาสในอนาคตก็ตาม

      วิธีที่ดีที่สุดทั้งกับนักเรียนและผู้ปกครอง ก็คือ การพูดคุยกันอย่างเปิดอกหรือตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการตัดสินใจและเหตุผลว่าการเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับทราบข้อมูลที่ตรงกัน และนี่เป็นหัวข้อการสนทนาที่ทั้งสองฝ่ายควรนำมาพูดคุยกัน :

สำหรับนักเรียน : ประเด็นที่ควรอธิบายและพูดคุยกับพ่อแม่

  1. ประสบการณ์ในต่างประเทศสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าสนใจให้กับใบประวัติการทำงาน เพราะนายจ้างมากมายคิดว่าผู้ที่เรียนในต่างประเทศนั้นมีความคิดริเริ่มและความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่แค่ในตลาดงานในประเทศเท่านั้นแต่ในระดับนานาชาติ
  2. การเรียนต่อต่างประเทศเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฝึกฝนภาษาซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นในการทำงานในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ดีเรียนรู้ความต่างทางวัฒนธรรมด้วย
  3. การใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นวิธีที่ดีในการพัฒนาทัศนคติและการพึ่งพาตัวเอง โดยสามารถเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัวและจากตัวเอง
  4. การเรียนต่อต่างประเทศเป็นประสบการณ์เพียงครั้งเดียวในชีวิต ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถไปเที่ยวในประเทศนั้นๆเองได้ในภายหลัง แต่การใช้ชีวิตอยู่กับการไปเที่ยวนั้นไม่เหมือนกัน เพราะสิ่งที่คุณได้คือประสบการณ์และโอกาสที่มีแต่นักเรียนเท่านั้นที่จะได้รับ

สำหรับผู้ปกครอง : คำถามที่ควรถามลูกของคุณ

  1. ถามเกี่ยวกับหลักสูตรหรือสาขา เช่น จะไปเรียนหลักสูตรอะไร? ได้ปรึกษากับผู้รู้หรือหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆแล้วหรือยัง? แล้วนักเรียนที่เคยไปเรียนหลักสูตรนี้มาก่อน เขามีประสบการณ์ที่ดีกลับมาหรือไม่?
  2. ถามเกี่ยวกับเรื่องสถานที่เรียน เช่น ตั้งใจว่าจะเรียนที่ประเทศอะไร? ประเทศนั้นมีนักเรียนต่างชาตินิยมไปเรียนมากน้อยแค่ไหน? แล้วนักเรียนที่เคยไปเรียนมา พูดถึงประเทศนั้นๆว่าอย่างไรบ้าง?
  3. ถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย เช่น ประเทศหรือเมืองที่ตัดสินใจจะไปนั้น เป็นเมืองที่ปลอดภัยหรือไม่? เมืองอันตรายของประเทศนั้นคือที่ไหน? แล้วระบบสาธารณสุขของที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง?
  4. ถามเกี่ยวกับที่พัก เช่น บ้านพักแบบไหนที่จะไปอาศัยอยู่? สามารถหาที่พักได้เองหรือไม่ หรือมีหน่วยงานหรือบริษัทอะไรที่มาคอยดูแลเรื่องพวกนี้? สนใจที่จะไปอยู่แบบโฮมสเตย์หรืออยู่แบบหอพักของมหาวิทยาลัย? แล้วทางเลือกไหนที่ดีกว่าและแต่ละที่มีค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไรบ้าง?
  5. ถามเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่าย เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเท่าไหร่ และค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยเป็นอย่างไร? วางแผนค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการท่องเที่ยวหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆไว้อย่างไร? ที่มหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษาหรือไม่?

สำหรับทั้งพ่อแม่และลูก : ร่วมมือกันในการเตรียมพร้อม

  1. สมัครการแชตหรือพูดคุยทางอินเตอร์เนต อย่างเช่น Skype เพื่อให้ทั้งพ่อแม่และลูกสามารถพูดคุยและวิดีโอหากันได้ฟรี และไม่รู้สึกห่างไกลกัน
  2. หาข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือในต่างประเทศ เพราะโดยมากแล้วเป็นการง่ายกว่าที่จะหาซื้อมือถือจากประเทศไทยไปเลย แต่ก็มีบางบริษัทที่เสนอทางเลือกที่คุณสามารถซื้อมือถือได้ที่โน่นในราคาถูก เช่น อเมริกา นอกจากนี้ ตรวจสอบเรื่องปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่พกไปด้วย ว่าสามารถใช้กับกระแสไฟฟ้าในประเทศนั้นหรือไม่
  3. ตรวจสอบเรื่องการจัดการทางการเงิน ทั้งในเรื่องบัตรเครดิตและบัญชีเงินฝาก โดยไม่ว่าคุณจะเลือกธนาคารอะไร ต้องแน่ใจว่าธนาคารนั้นสามารถใช้งานได้ข้ามประเทศ
  4. ให้ทุกคนเตรียมพร้อมกับอาการ homesickness และมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาและมันจะผ่านไปได้ในที่สุด
  5. ถ้าเป็นไปได้ ลองให้พ่อแม่ไปเยี่ยมคุณในต่างประเทศด้วย เพื่อให้เขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใหม่ของคุณ และ ได้รับรู้ว่าคุณอาศัยอยู่อย่างไรและคุณไปเรียนอะไรที่นั่นบ้าง นอกจากนี้มันก็อาจจะเป็นการฮันนีมูนครั้งที่สองสำหรับพวกเขาอีกครั้งก็ได้!

      สุดท้าย มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องจำไว้เสมอว่า การเรียนต่อต่างประเทศนั้นเป็นประสบการณ์ที่จะทำให้คุณได้เติบโต ดังนั้น ทำไมไม่เริ่มต้นที่จะพูดคุยแบบผู้ใหญ่และตรงไปตรงมากับพ่อแม่ของคุณละ? ส่วนสำหรับพ่อแม่นั้น จำไว้เสมอว่า มหาวิทยาลัยและการเรียนต่อต่างประเทศนั้น เป็นการสร้างความเป็นตัวของตัวเองให้กับลูกของคุณ ดังนั้น ทำไมไม่ลองสนับสนุนลูกของคุณดูละ?

---------------------------------------
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
เรียนต่อต่างประเทศ 
10 เมืองยอดเยี่ยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ 
สุขภาพดีแม้อยู่ต่างแดน 
7 เคล็ดลับการหาที่พัก 
 

MUST READ

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

344.5K

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

204.5K

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.2K

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

527