ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

ลดเครียดเตรียมร่างกายให้พร้อมสอบ ฉบับนักเรียนนอก

2888

ลดเครียดเตรียมร่างกายให้พร้อมสอบ ฉบับนักเรียนนอก

ย่างเข้าสู่ฤดูกาลสอบทีไร สิ่งที่หลายคนหลีกหนีไม่พ้นคงจะเป็นความเครียด ภาวะเครียดนั้นถ้าเกิดขึ้นในระดับที่พอดีๆ ไม่มากจนเกินไป จะทำให้สมองของเราตื่นตัว และรู้สึกว่าอุปสรรคต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าคือความท้าทายที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ แต่การควบคุมระดับความเครียดไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ ในช่วงที่ต้องอ่านหนังสือหนักหลายคนจึงมักเครียดจนเกิดพอดี ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียทั้งกับร่างกายและจิตใจ บางคนถึงขั้นฟิวส์ขาดป่วยหนักไปเลยก็มี อ่านหนังสือมาอย่างเต็มที่แทนที่จะได้คะแนนดี คะแนนจึงกลับร่วงไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าใครไม่อยากให้ภาวะแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองละก็ ลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ในการลดความเครียด เตรียมร่างกายให้พร้อมสอบ ฉบับนักเรียนนอก จาก Patty Hambler และ Kari Marken เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการนักศึกษาของ The University of British Columbia กัน

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

หลับให้เพียงพอ

สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ในช่วงสอบคือ ไฟในหอพักมักจะสว่างโร่ตลอดคืน เพราะนักศึกษาตะลุยอ่านหนังสือสอบกันหามรุ่งหามค่ำ บางคนอ่านจนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้ายก่อนเข้าห้องสอบ แล้วก็เข้าไปนั่งสอบแบบมึนๆ จะหลับมิหลับแหล่ ใครทำพฤติกรรมแบบนี้เป็นประจำ ขอแนะนำให้เลิกซะ! เพราะการที่สมองจะสามารถดึงข้อมูลออกมาใช้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาดีที่สุดนั้น สมองจะต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การตะบี้ตะบันอ่านทั้งคืนแต่เข้าไปเบลอในห้องสอบนั้น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดฮวบฮาบอย่างน่าเสียดาย

เหนื่อยนักพักหน่อย

เคยสังเกตไหมว่าคนเราชอบปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ออกตอนอาบน้ำ นั่นเป็นเพราะสภาพที่สมองจะทำงานได้ดีที่สุดคือเวลาที่เรารู้สึกโปร่งใสไม่เครียด แต่เราต้องฟิตก่อนนะ อ่านหนังสือ ท่องสูตร ทำความเข้าใจเนื้อหามาให้เต็มที่ แล้วจึงค่อยสลับไปผ่อนคลายบ้าง จะสามารถจดจำบทเรียนได้ดีกว่าคนที่นั่งเครียดอ่านหนังสืออย่างเดียวทั้งวันทั้งคืน

ซ้อมก่อนลงสนามจริง

ใครเจอประสบการณ์ ‘หมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อม’ กับตัวคงหัวเราะไม่ออกแน่ หลายคนมักจะทำได้ดีเวลาทดลองทำข้อสอบเก่า หรือจำได้หมดเวลานั่งอ่านชิลล์ๆ อยู่ในร้านกาแฟ แต่พอก้าวเท้าเข้าห้องสอบปุ๊บก็ดูเหมือนความรู้จะหายวับไปในพริบตา นั่นอาจเป็นเพราะบรรยากาศของห้องสอบทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและกดดันมากเกินไป หากรู้ตัวว่าเป็นคนตื่นเต้นง่าย ลองหาเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงจัดบรรยากาศการอ่านหนังสือให้ใกล้เคียงกับการสอบ หรือจับเวลาในการทำข้อสอบเก่าให้เท่าเวลาที่ใช้สอบจริงดูบ้าง จะช่วยให้ตื่นเต้นน้อยลงเมื่อลงสนามสอบจริงได้นะ

ทำสมาธิ

ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือหรือในเวลาที่เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยล้า ลองหลับตาลงช้า ปิดเพลง ปิดเสียงรบกวนทั้งหมด อยู่กับตัวเองเงียบๆ แล้วหายใจเข้าออกลึกๆ ให้สุดลมหายใจสัก 5 ครั้ง การได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้สมองและร่างกายผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

ดื่มน้ำ

นอกจากตำรากองเป็นตั้ง ปากกาไฮไลท์หลากสี และเครื่องดื่มชูกำลังทั้งหลายแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีติดโต๊ะอ่านหนังสือไว้เสมอคือน้ำเปล่า ยิ่งถ้าใครอ่านหนังสือในห้องแอร์เป็นระยะเวลาติดกันหลายชั่วโมง ยิ่งต้องดื่มน้ำมากๆ เพราะอากาศในห้องแอร์มักจะแห้งกว่าปกติทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้สดชื่นขึ้นและดีต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกายด้วย

ยืดเส้นยืดสาย

ทุกๆ 1 ชั่วโมงที่นั่งอ่านหนังสืออย่างเคร่งเครียด ควรจะแบ่งเวลาประมาณ 5 นาที ลุกออกไปยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจ สูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง การนั่งท่าเดิมติดกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ปวดเมื่อยตามข้อ และเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมก่อนวัยอันควร

อาหารช่วยได้

มีอาหารหลายชนิดที่เหมาะแก่การผ่อนคลายความเครียด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกกินอย่างถูกวิธีด้วย อย่างกาแฟช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแก่การดื่มเพื่อกระตุ้นให้สมองตื่นตัวคือประมาณ 9.30 น. หรือการจิบชาก็ควรจะเป็นชาร้อนกลิ่นหอมๆ ไม่ใช่ชาสำเร็จรูปแบบขวดตามร้านสะดวกซื้อ ส่วนพวกช็อกโกแลตและขนมหวานทั้งหลาย ช่วยลดความเครียดได้ก็จริง แต่ถ้ากินอย่างไม่บันยะบันยังน้ำหนักตัวก็อาจขึ้นแข่งกับคะแนนสอบได้ ลองสลับไปกินพวกถั่ว อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งช่วยลดความเครียดได้พอๆ กันแต่ดีต่อสุขภาพมากกว่าดูบ้าง

สำหรับมื้ออาหารหลักก็ควรเน้นโปรตีน เพราะโปรตีนมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้ โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และปลาซาร์ดีน จะช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ให้ไม่สูงจนเกินไปได้ รวมถึงพวกผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักคะน้า และผักอื่นๆ ที่มีแมกนีเซียมสูง ก็มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

MUST READ

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ)

เคยส่ง Essay ที่รู้สึกมั่นใจมากๆ แต่คะแนนออกมาแย่ หรือส่งอันที่เราคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่คะแนนออกมาดีไหม?   *อ่านให้จบก่อนเลือกใช้โปรแกรมหรือเว็บที่ถูกพูดถึงในบทความนี้*   บางครั้งการตรวจทานเรียงความภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเอเชียหัวดำๆ อย่างเราก็เป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากเราจะเพิ่งปั่นงานเสร็จหลังปวดหัวมาหลายสิบชั่วโมงแล้ว เราอาจจะขาดความแม่นและเป๊ะเรื่องภาษา อืม... ถ้ามีวิธีตรวจสอบ Essay ก่อนจะส่งว่างานของเราดีหรือยัง

131318

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย       คุณอาจจะต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมาย ตั้งแต่ การยื่นใบสมัคร ไปจนถึงการสอบสัมภาษณ์ แต่ในที่สุดคุณก็ผ่านพ้นมันมาจนได้ และคุณก็ได้เริ่มการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสมใจ  แต่แน่นอนว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้น ย่อมมีอะไรที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลใจเสมอ  โดยเฉพาะการกังวลว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้แตกต่างกับสมัยเรียนมัธยม และทำอย่างไรให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด      

29839

อาจารย์ที่ปรึกษา 5 แบบ ที่อาจเจอ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

อาจารย์ “ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” วู้วววว น้องๆ อาจจะดีใจในตอนแรกเมื่อรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานั้นเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนที่เราใช้ แต่อย่าลืมว่าชื่อเสียงของอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นย่อมมีการประชุมสัมมนาระดับโลกตามมา บางครั้งอาจารย์อาจจะต้องไปให้สัมภาษณ์วารสารวิชาการหรือหนังสือพิมพ์ จนไม่มีเวลาจะมาช่วยดูวิทยานิพนธ์ให้เราเลยก็ได้ กลายเป็นว่าเราเจออาจารย์ในทีวีบ่อยกว่าในออฟฟิศของมหาวิทยาลัยซะอีก เฮ่ออออ

6685

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ ยิ่งคิดเรื่องอาชีพเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะแค่ทำกิจกรรมหรือเข้าสังคมอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการหางาน แต่การมีประสบการณ์ทำงานและการฝึกงานจะช่วยให้เราหางานได้ง่ายขึ้น บทความพวก Student guide ทั่วไป อาจจะแนะนำว่าเราต้องหาหอพักอย่างไร ใช้เงินอย่างไร ทำอาหารอะไรเวลาไปอยู่มหาวิทยาลัย หางานพาร์ทไทม์อย่างไร แต่ไม่มีใครบอกให้เรานึกถึง สิ่งที่เราจะทำหลังจากเรียนจบ คำแนะนำนี้เราอาจจะได้ยินมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้ง

6257