ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

เคล็ดลับเอาตัวรอดในวันแรกเมื่อไปเรียนต่อเมืองนอก

1924

เคล็ดลับเอาตัวรอดในวันแรกเมื่อไปเรียนต่อเมืองนอก

ยังจำวันแรกของการเปิดเทอมได้ไหม? วันที่มีทั้งความตื่นเต้นดีใจและความกังวลใจปะปนกัน วันที่ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสำหรับหลายๆ คน แต่ขอบอกไว้เลยว่าใครเตรียมตัวพร้อมก่อนย่อมได้เปรียบ มาดูกันว่าเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะทำให้คุณพร้อมสุดๆ เมื่อถึงวันแรกของการไปเรียนต่อเมืองนอก Let’s Go!

1. มองหาตัวแทนของคุณที่สนามบิน

หากติดต่อไว้ก่อนล่วงหน้า มหาวิทยาลัยหรือเอเย่นต์ที่ดูแลนักเรียนนอกส่วนใหญ่ จะมีบริการส่งตัวแทนมารับนักศึกษาต่างชาติที่สนามบินอยู่แล้ว การมีคนมารับถึงสนามบินและได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยพร้อมกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติ จะทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจได้มากทีเดียว อีกทั้งการได้พูดคุยกับเพื่อนใหม่เป็นกลุ่มแรกๆ ตั้งแต่มาถึงสนามบินหมาดๆ ยังทำให้คุณสานสัมพันธ์กันได้เร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้น อย่าลืมสอบถามให้แน่ใจถึงบริการพิเศษนี้และใช้ประโยชน์จากมันให้คุ้มค่า

2. แลกเงินมาให้พอสำหรับใช้ตลอดสัปดาห์แรก

ขอบอกเลยว่าสัปดาห์แรกของการมาเรียนต่อเมืองนอกมักเป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลวุ่นวาย แต่ละคนมีภารกิจร้อยแปดพันอย่างที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย การแลกเงินสดมาก่อนล่วงหน้าให้เพียงพอสำหรับการใช้ตลอดสัปดาห์แรกจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น เพราะถ้ามาแรกที่สนามบินก็อาจจะยุ่งๆ ตื่นเต้นจนลืมหรือได้เรทที่น้อยกว่าปกติ ในสัปดาห์แรกเงินที่ตุนไว้ควรจะมากกว่าที่วางแผนไว้นิดหน่อย คุณอาจต้องใช้บริการแท็กซี่แทนรถสาธารณะบ้างในกรณีที่ยังไม่ค่อยชินเส้นทาง และต้องซื้อของเข้าที่พักหลายรายการ รวมถึงแฮงค์เอาท์เพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่มากเป็นพิเศษ

3. โทรหาพ่อแม่ให้เรียบร้อย

การติดต่อกับผู้ปกครองนอกจากจะทำให้พวกท่านคลายความเป็นห่วงแล้ว ตัวคุณเองก็จะรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้นด้วย ฉะนั้น จงรีบหาวิธีเชื่อมต่อโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตโดยไวเมื่อไปถึงที่หมาย

4. ตื่น ตื่น ตื่น!

การเปลี่ยน Time Zone อย่างกระทันหันอาจทำให้หลายคนเกิดอาการเจ็ทแล็ก (Jet lag) ได้ แต่ถ้ายิ่งมัวแต่นอนซมอยู่ในห้องทั้งวันก็จะยิ่งปรับตัวกับ Time Zone ใหม่ได้ช้า คุณควรจะปรับการใช้ชีวิตประจำวันตามเวลาของประเทศใหม่ทันทีที่ไปถึง คงไม่ดีแน่ถ้าผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วคุณยังชินกับการตื่นมานั่งโซ้ยอาหารเช้าคนเดียวตอนเที่ยงคืน หรือเข้านอนตอนบ่าย 3 ทุกวัน ลองพยายามออกไปหาอะไรทำตามเวลาของ Time Zone ใหม่เข้าไว้ เช่น ไปนั่งร้านกาแฟน่ารักๆ หรือออกไปแดนซ์กระจายกับเพื่อนใหม่ แล้วถ่ายรูปลง Instagram อ้อ…แต่ขอแนะนำว่าควรเลือกเวลาลงรูปให้ตรงกับเวลาที่เพื่อนๆ ในเมืองไทยตื่นแล้วนิดนึงนะ ถ้าลงรูปตอนทุกคนหลับกันหมดแล้วใครจะมากดไลค์ล่ะ

5. สร้างพื้นที่ของตัวเอง

รื้อข้าวของออกมาให้กระจายแล้วเริ่มลงมือจัดมันเข้าไปในตู้เสื้อผ้าเสียตั้งแต่เนิ่นๆ การแกะของออกจากแพ็คแล้วใส่มันไปตามมุมต่างๆ ของที่พัก นอกจากจะเป็นการรีเช็คที่ดีว่ายังขาดเหลืออะไรที่ต้องซื้อเพิ่มเติมบ้างแล้ว มันยังช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเมื่อได้สร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมา การได้เห็นข้าวของของเราวางอยู่ตามส่วนต่างๆ ของห้องจะทำให้คุณรู้สึกว่านี่แหละคือที่ของเรา และฉันพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่

6. เปิดประตูห้องและประตูใจให้กว้าง

หากอาศัยอยู่ในหอพักรวม ระหว่างที่จัดข้าวของให้เข้าที่คุณควรเปิดประตูห้องทิ้งไว้ เพื่อทักทายเพื่อนใหม่ที่เดินผ่านไปมาบ้าง มิตรภาพดีๆ อาจเริ่มต้นขึ้นจากการทักทายกันระหว่างรื้อกระเป๋าก็เป็นได้ การส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมหอที่เดินสวนกันตามระเบียง หรือยื่นห่อขนมไปรอบๆ ห้องให้กับคนอื่นในห้องนั่งเล่นรวม ล้วนแต่เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีทั้งสิ้น แนะนำว่าลองหาของฝากหรือขนมแปลกๆ จากเมืองไทยติดตัวไปให้เพื่อนใหม่ที่เป็นชาวต่างชาติได้ลองด้วยก็ดีนะ น่าจะทำให้มีเรื่องคุยกันได้มากขึ้น

7. สวมวิญญาณนักสำรวจ

หลังเลิกเรียนอย่าเพิ่งรีบกลับห้องหรือตรงดิ่งไปที่ร้านฟาสต์ฟู้ดด้วยความหิวโหย ลองเดินสำรวจมหาวิทยาลัยดูสักหน่อยว่าห้องสมุด ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามกีฬา ฯลฯ อะไรที่น่าสนใจอยู่ตรงไหนบ้าง หรือถ้าวันถัดไปต้องเปลี่ยนตึกเรียนก็ควรลองเดินไปสอดส่องล่วงหน้าสักหน่อยว่ามันตั้งอยู่ตรงไหน แต่ถ้าจะออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้วไม่มั่นใจว่าจะหลงทางหรือไม่ บอกเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ไว้สักหน่อยก็ดีนะ เผื่อคุณเกิดหลงทางขึ้นมาจะได้มีคนไปตามกลับมายังไงล่ะ

8. ทำ To do list

มีอะไรบ้างที่ต้องทำ? รับบัตรโรงอาหาร เปิดบัญชีธนาคาร ซื้อจักรยานมือสอง ซื้อตั๋วรถบัตรสำหรับนักศึกษา สมัครฟิตเนสมหาวิทยาลัย ลงทะเบียนเรียน ซื้อหนังสือ ฯลฯ คุณควรจะเขียนสิ่งเหล่านี้ออกมาให้หมดเพื่อกันลืม และลำดับความสำคัญให้ดีว่าอะไรควรรีบทำก่อน บางทีคุณอาจทำ To do list มาจากเมืองไทยเลยก็ได้จะได้ลดความยุ่งยากลงไปได้ส่วนหนึ่ง บรรดาป้าๆ แม่ๆ เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ท่านมักมองเห็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้ามอยู่เสมอ

9. กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ในช่วงแรกของการใช้ชีวิตเมืองนอก หลายอย่างที่คิดไว้อาจไม่เป็นไปตามแผนบ้าง หรืออาจจะยังสื่อสารกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่อย่าเพิ่งท้อถอยหมดกำลังใจ คุณยังมีเวลาปรับตัวและพัฒนาตัวเองอีกเยอะ นี่คือช่วงเวลาแห่งการตักตวงโอกาสดีๆ และสะสมประสบการณ์ จงใช้ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า! 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

MUST READ

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ)

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ  ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ?) เคยส่ง Essay ที่รู้สึกมั่นใจมากๆ แต่คะแนนออกมาแย่ หรือส่งอันที่เราคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่คะแนนออกมาดีไหมคะ? บางครั้งการตรวจทานเรียงความภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเอเชียหัวดำๆ อย่างเราก็เป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากเราจะเพิ่งปั่นงานเสร็จหลังปวดหัวมาหลายสิบชั่วโมงแล้ว เราอาจจะขาดความแม่นและเป๊ะเรื่องภาษา อืม... ถ้ามีวิธีตรวจสอบ Essay ก่อนจะส่งว่างานของเราดีหรือยัง ก็คงจะดีเนาะ

121452

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย       คุณอาจจะต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมาย ตั้งแต่ การยื่นใบสมัคร ไปจนถึงการสอบสัมภาษณ์ แต่ในที่สุดคุณก็ผ่านพ้นมันมาจนได้ และคุณก็ได้เริ่มการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสมใจ  แต่แน่นอนว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้น ย่อมมีอะไรที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลใจเสมอ  โดยเฉพาะการกังวลว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้แตกต่างกับสมัยเรียนมัธยม และทำอย่างไรให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด      

24566

อาจารย์ที่ปรึกษา 5 แบบ ที่อาจเจอ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

อาจารย์ “ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” วู้วววว น้องๆ อาจจะดีใจในตอนแรกเมื่อรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานั้นเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนที่เราใช้ แต่อย่าลืมว่าชื่อเสียงของอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นย่อมมีการประชุมสัมมนาระดับโลกตามมา บางครั้งอาจารย์อาจจะต้องไปให้สัมภาษณ์วารสารวิชาการหรือหนังสือพิมพ์ จนไม่มีเวลาจะมาช่วยดูวิทยานิพนธ์ให้เราเลยก็ได้ กลายเป็นว่าเราเจออาจารย์ในทีวีบ่อยกว่าในออฟฟิศของมหาวิทยาลัยซะอีก เฮ่ออออ

5713

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ ยิ่งคิดเรื่องอาชีพเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะแค่ทำกิจกรรมหรือเข้าสังคมอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการหางาน แต่การมีประสบการณ์ทำงานและการฝึกงานจะช่วยให้เราหางานได้ง่ายขึ้น บทความพวก Student guide ทั่วไป อาจจะแนะนำว่าเราต้องหาหอพักอย่างไร ใช้เงินอย่างไร ทำอาหารอะไรเวลาไปอยู่มหาวิทยาลัย หางานพาร์ทไทม์อย่างไร แต่ไม่มีใครบอกให้เรานึกถึง สิ่งที่เราจะทำหลังจากเรียนจบ คำแนะนำนี้เราอาจจะได้ยินมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้ง

5193