ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

17 เคล็ดลับพิชิตอาการโฮมซิกคิดถึงบ้าน

25122

17 เคล็ดลับพิชิตอาการโฮมซิกคิดถึงบ้าน

หลายคนที่ไปเรียนต่อเมืองนอก เมื่อไปถึงช่วงแรกก็คงจะตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ๆ มากมายที่ได้พบเจอ แต่พอเวลาผ่านไปได้สักพักนี่สิอาการคิดถึงบ้านดันมาเยือนซะงั้น อาการคิดถึงบ้าน หรือ Homesickness นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากับ Culture shock การใช้ชีวิตลำพังห่างไกลเพื่อนฝูง ครอบครัว และความสะดวกสบายที่เคยได้รับ หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่คาดคิดมาก่อน ซึ่งจากการวิจัยทางการแพทย์พบว่าอาการคิดถึงบ้าน นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายใจแล้ว ยังส่งผลถึงสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และหน่วยความจำของสมองอีกด้วย ดังนั้น หากใครรู้ตัวว่าเป็นคนติดบ้านและมีแนวโน้มจะเกิดอาการ Homesickness ได้ง่าย ก่อนเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศจึงควรศึกษาวิธีจัดการกับอาการเหล่านี้ไว้ในเบื้องต้น ซึ่งเราก็มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก 17 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. เริ่มต้นออกตัวเสมือนมาท่องเที่ยว
อย่าปล่อยให้ตัวเองหงอยเหงาอยู่ในห้องคนเดียว ออกไปเที่ยวกันเถอะ! ลองศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ดูว่าเมืองที่คุณอยู่มีอะไรเด็ดๆ น่าสนใจบ้าง และเริ่มต้นเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ของท้องถิ่นนั้นๆ ทันที

 2. อย่าปิดกั้นตัวเอง
พื้นฐานของนิสัยคนเอเชียส่วนใหญ่มักจะขี้อายและไม่กล้าเปิดเผยตัวเองมากนักในระยะแรกที่ยังไม่สนิทกัน แต่ถ้าไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำความรู้จักคุณสักที มิตรภาพดีๆ ก็คงไม่สามารถเริ่มต้นได้

3. มองหาของขวัญให้คนที่เมืองไทย
ถ้ารู้สึกว่าตัวเองมีเวลาว่างมากเกินไป ลองใช้วันหยุดสุดสัปดาห์เข้าเมืองไปมองหาของขวัญให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่อยู่เมืองไทยดูสิ นอกจากจะเป็นการฆ่าเวลาที่ดีแล้วยังสร้างความประทับใจให้กับผู้รับอีกด้วย

4. ตะลุยชิมอาหารท้องถิ่น
การคิดถึงรสชาติอาหารที่บ้านเกิดเป็นส่วนหนึ่งของอาการโฮมซิกที่สำคัญ แต่ถ้าคุณได้ลองชิมอาหารท้องถิ่นหลายๆ อย่าง และพบว่ามีบางจานที่รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อค้นพบจานโปรดของคุณที่นี่แล้ว อาการคิดถึงบ้านก็น่าจะลดลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

5. ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์
หมั่นติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงและครอบครัวบ่อยๆ จะช่วยให้คลายความคิดถึงพวกเขาลงไปได้บ้าง

6. วางแผนชวนเพื่อนมาเที่ยว
ใครๆ ก็มองหาที่พักฟรีหรือคนพาเที่ยวเมืองนอกกันทั้งนั้นแหละ ลองวางแผนทริปวันหยุดสั้นๆ แล้วชวนเพื่อนจากเมืองไทยมาเที่ยวเมืองที่คุณอยู่ดูสิ

7. สร้างเป้าหมายให้ตัวเอง
ลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในเมืองที่คุณอยู่ เช่น ตระเวนไปคาเฟ่น่ารักๆ ในเมืองให้ครบแล้วเขียนลงบล็อก หรือ ถ่ายรูปและศึกษาเรื่องราวแลนด์มาร์กสำคัญในเมือง เป็นต้น

8. วางแผนชีวิต
ลองใช้เวลาสั้นๆ หลังตื่นนอน ไล่เรียงว่าในหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์ คุณจะต้องทำอะไรบ้าง จากงานวิจัยพบว่าการวางแผนชีวิตจะทำให้รู้สึกเคว้งคว้างน้อยลงและคลายอาการคิดถึงบ้านลงได้

9. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
อาการคิดถึงบ้านเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพกาย การออกกำลังกายจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนและช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้

10. ลับสมองทุกวัน
การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน จะช่วยกระตุ้นให้สมองแอคทีฟ และคลายความกังวลที่มัวไปโฟกัสอยู่กับการคิดถึงบ้านลงได้ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียนรู้เรื่องที่อยู่ในตำราเรียนเท่านั้น คุณสามารถเรียนรู้อะไรก็ได้ที่อยู่ในขอบเขตความสนใจ

11. รวมกลุ่มกับนักศึกษาต่างชาติ
คุณไม่ใช่คนเดียวที่คิดถึงบ้านหรอก คนอื่นๆ ที่มาเรียนต่อเมืองนอกก็คิดถึงบ้านเหมือนกันนั่นแหละ การรวมกลุ่มและออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากจะมีเพื่อนเที่ยวแล้ว การได้แชร์ความรู้สึกต่างๆ ให้คนที่มีประสบการณ์ร่วมได้รับฟังก็นับเป็นหนทางหนึ่งในการระบายที่ดี

12. หางานอดิเรกทำ
หากมีงานอดิเรกที่เคยทำตอนอยู่เมืองไทยอยู่แล้ว เช่น เล่นกีฬา ก็ลองดูว่าคุณจะสามารถทำงานอดิเรกนั้นได้ที่นี่หรือไม่ หรือใช้โอกาสนี้เป็นหนทางในการหางานอดิเรกใหม่ๆ ที่น่าสนใจดู

13. หลับตาแล้วพักทุกอย่างเอาไว้
แม้การหลีกหนีจากปัญหาจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่การได้อยู่คนเดียวเงียบๆ สัก 30 นาทีในห้องที่สงบ หลับตา สูดหายใจเข้าออกลึกๆ พักสมองจากความกังวลทุกอย่าง ปล่อยให้ตัวเองได้ผ่อนคลายเต็มที่ ก็ถือเป็นการพักสั้นๆ ที่น่าจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

14. ฝึกตัวเองให้คิดบวก
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความรู้สึกเชิงลบเกิดขึ้น ลองหยิบดินสอกับกระดาษขึ้นมา แล้วพยายามเปลี่ยนความรู้สึกนั้นให้เป็นด้านบวกดู

15. หลีกเลี่ยงการแก้เหงาด้วยวิธีผิดๆ
การดื่มแอลกอฮอล์ ช้อปปิ้ง เล่นการพนัน ฯลฯ เป็นวิธีการที่หลายคนมักใช้เพื่อระบายความเครียด ซึ่งแท้จริงแล้ววิธีการเหล่านี้ช่วยคลายเครียดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ในระยะยาวมันไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้

16. ร้องเพลงในที่สาธารณะ
หรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ในบรรยากาศของเมืองใหม่ที่ไปอาศัยอยู่

17. ตกแต่งโต๊ะทำงาน
การตกแต่งโต๊ะทำงานในแบบที่ชื่นชอบ จะช่วยทำให้รู้สึกว่าคุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมของตัวเองได้มากขึ้น

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

MUST READ

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ)

เคยส่ง Essay ที่รู้สึกมั่นใจมากๆ แต่คะแนนออกมาแย่ หรือส่งอันที่เราคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่คะแนนออกมาดีไหม?   *อ่านให้จบก่อนเลือกใช้โปรแกรมหรือเว็บที่ถูกพูดถึงในบทความนี้*   บางครั้งการตรวจทานเรียงความภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเอเชียหัวดำๆ อย่างเราก็เป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากเราจะเพิ่งปั่นงานเสร็จหลังปวดหัวมาหลายสิบชั่วโมงแล้ว เราอาจจะขาดความแม่นและเป๊ะเรื่องภาษา อืม... ถ้ามีวิธีตรวจสอบ Essay ก่อนจะส่งว่างานของเราดีหรือยัง

138808

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย       คุณอาจจะต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมาย ตั้งแต่ การยื่นใบสมัคร ไปจนถึงการสอบสัมภาษณ์ แต่ในที่สุดคุณก็ผ่านพ้นมันมาจนได้ และคุณก็ได้เริ่มการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสมใจ  แต่แน่นอนว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้น ย่อมมีอะไรที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลใจเสมอ  โดยเฉพาะการกังวลว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้แตกต่างกับสมัยเรียนมัธยม และทำอย่างไรให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด      

32313

อาจารย์ที่ปรึกษา 5 แบบ ที่อาจเจอ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

อาจารย์ “ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” วู้วววว น้องๆ อาจจะดีใจในตอนแรกเมื่อรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานั้นเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนที่เราใช้ แต่อย่าลืมว่าชื่อเสียงของอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นย่อมมีการประชุมสัมมนาระดับโลกตามมา บางครั้งอาจารย์อาจจะต้องไปให้สัมภาษณ์วารสารวิชาการหรือหนังสือพิมพ์ จนไม่มีเวลาจะมาช่วยดูวิทยานิพนธ์ให้เราเลยก็ได้ กลายเป็นว่าเราเจออาจารย์ในทีวีบ่อยกว่าในออฟฟิศของมหาวิทยาลัยซะอีก เฮ่ออออ

7310

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ ยิ่งคิดเรื่องอาชีพเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะแค่ทำกิจกรรมหรือเข้าสังคมอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการหางาน แต่การมีประสบการณ์ทำงานและการฝึกงานจะช่วยให้เราหางานได้ง่ายขึ้น บทความพวก Student guide ทั่วไป อาจจะแนะนำว่าเราต้องหาหอพักอย่างไร ใช้เงินอย่างไร ทำอาหารอะไรเวลาไปอยู่มหาวิทยาลัย หางานพาร์ทไทม์อย่างไร แต่ไม่มีใครบอกให้เรานึกถึง สิ่งที่เราจะทำหลังจากเรียนจบ คำแนะนำนี้เราอาจจะได้ยินมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้ง

7114