เรียนสุขภาพทางเลือกต่างประเทศ

เกี่ยวกับวิชานี้

  • เกี่ยวกับวิชานี้
  • สาขานี้เหมาะกับใคร
  • อาชีพและโอกาสงานในอนาคต
  • การสมัครเรียนสาขาสุขภาพทางเลือก
  • เรียนที่ไหนดี
Complementary Health

สุขภาพทางเลือก หรือ การบำบัดแบบองค์รวม คือการรักษาพยาบาลทางเลือกที่มุ่งเน้นรักษาผู้ป่วย โดยให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ควบคู่กันไปอย่างเหมาะสม ผู้เรียนด้านสุขภาพทางเลือกจะไม่ได้ใบรับรองในฐานะแพทย์ทั่วไป แต่จะได้รับใบรับรองอีกประเภทหนึ่งที่ระบุถึงคุณสมบัติเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเลือกแทน การรักษาตามแนวทางสุขภาพทางเลือก เป็นการรักษาโดยใช้ยาแผนปัจจุบันควบคู่ไปกับเทคนิคเฉพาะทาง ซึ่งถือกันว่าเป็นการรักษาที่สมบูรณ์แบบ เพราะผู้ป่วยจะได้รับการบำบัดทั้งทางร่างกายและจิตใจ

การรักษาโรคตามแนวทางสุขภาพทางเลือก เป็นการนำศาสตร์หลายแขนงอย่างเช่น การรักษากระดูก การรักษาโรคผ่านทางมือหรือเท้า โดยใช้วิธีการนวดกดจุดหรืออื่นๆ และการฝังเข็ม เป็นต้น มาผสมผสานและประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อรักษาผู้ป่วยโดยมุ่งเน้นให้ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ สัมพันธ์กันอย่างสมดุล

สาขานี้เหมาะกับใคร

หากคุณสนใจศาสตร์การรักษาตามแนวทางสุขภาพทางเลือก และต้องการทำงานที่ได้ช่วยเหลือผู้คนให้มีสุขภาพดีขึ้น คอร์สนี้ก็น่าจะเหมาะสำหรับคุณเป็นอย่างยิ่ง

หลักสูตรสุขภาพทางเลือก จะสอนโดยเน้นให้ฝึกปฏิบัติเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเข้าฟังแลคเชอร์เพื่อศึกษาทฤษฎีเกี่ยวกับการรักษา ผู้เรียนจะต้องสามารถบำบัดรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลักสูตรส่วนใหญ่จะกำหนดให้ผู้เรียนต้องฝึกปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เรียนอาจจะได้บำบัดรักษาผู้ป่วยจริงในขณะที่ฝึกงาน ระหว่างที่อยู่ในสถานศึกษาผู้เรียนจึงต้องพยายามฝึกฝนตัวเองให้เชี่ยวชาญ จนถึงขั้นสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ

อาชีพและโอกาสงานในอนาคต

ผู้ที่จบสาขาวิชาสุขภาพทางเลือก สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายพอสมควร บัณฑิตจำนวนมากนิยมทำงานในสถานเสริมความงามและสปาเพื่อสุขภาพ โดยมีหน้าที่เป็นนักบำบัดด้วยวิธีการรักษาแบบทางเลือก อย่างเช่น การฝังเข็ม นวดกดจุด หรือนวดจับเส้น เป็นต้น หรือหากไม่ต้องการทำงานประจำ ผู้ที่มีทักษะทางด้านนี้ยังสามารถเป็นฟรีแลนซ์รับบำบัดรักษาผู้ป่วยตามบ้านได้อีกด้วย

นอกจากนี้บัณฑิตยังสามารถทำงานให้กับสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน ในแผนกสนับสนุนการรักษาเพิ่มเติมจากการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ส่วนใหญ่ตามโรงพยาบาลมักจะเขียนใบสั่งยา โดยมีการนวดบำบัดรวมอยู่ในนั้นด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่ต้องเข้าคอร์สกายภาพบำบัดเป็นประจำ

การสมัครเรียนสาขาสุขภาพทางเลือก

หลักสูตรปริญญาตรีด้านสุภาพทางเลือกส่วนใหญ่ จะใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไปในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ ผู้เรียนจะต้องเข้าฟังแลคเชอร์อย่างสม่ำเสมอ ส่งแบบฝึกหัดตามที่ได้รับมอบหมาย และสอบปฏิบัติด้วยวิธีการต่างๆ หรือหากคุณไม่สะดวกที่จะเรียนเต็มหลักสูตรเป็นระยะเวลา 3 ปี ก็มีหลักสูตรระยะสั้นให้เลือกเรียนอีกมากมาย

ส่วนในระดับปริญญาโทจะใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 1 ปี และผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง หรือเคยมีประสบการณ์ทำงานทางด้านนี้มาก่อน และผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0-6.5 คะแนนขึ้นไป

เรียนที่ไหนดี

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกสถานศึกษา คือเรื่องสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย หลักสูตรส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียนอย่างน้อยหนึ่งปี ดังนั้นการเลือกสถานที่เรียนให้เข้ากับบุคลิกภาพของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก บางทีการที่คุณไม่ใช่คนชอบแฮงค์เอาท์ยามค่ำคืน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพลาดความสนุกในชีวิตนักศึกษา คุณแค่ต้องเลือกสถานที่ที่มีกิจกรรมเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเท่านั้นเอง

การเรียนสาขาวิชาสุขภาพทางเลือก สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยจะส่งผลต่อการหางานในอนาคตมากทีเดียว นอกจากจะเลือกเมืองที่คุณสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขแล้ว อย่าลืมพิจารณาด้วยว่าภายในเมืองนั้น มีการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามด้วยหรือไม่ เพราะนั่นจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการหาที่ฝึกงานกับบริษัทที่ดีมีมาตรฐาน และมหาวิทยาลัยในละแวกนั้นก็มักจะเชี่ยวชาญในสาขาวิชานี้ มากกว่ามหาวิทยาลัยในเมืองที่อุตสาหกรรมด้านนี้ซบเซา

ประสบการณ์ฝึกงานในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เป็นสิ่งสำคัญมากของผู้เรียนด้านสุขภาพทางเลือก ผู้ที่เคยผ่านการฝึกงานกับบริษัทใหญ่ใจกลางเมืองที่มีความน่าเชื่อถือสูง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานที่ดีหลังเรียนจบได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผลการประเมินการฝึกงานของคุณอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ และอย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าศาสตร์แต่ละด้านของสุขภาพทางเลือก คุณสนใจด้านไหนเป็นพิเศษมากที่สุด เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันออกไป การเลือกหลักสูตรให้ตรงกับความสนใจจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคต

ก่อนยื่นใบสมัครอย่าลืมตรวจเช็คข้อกำหนดในการรับเข้าศึกษา และความพร้อมทางด้านการเงินของตัวเอง คุณจะต้องมีเกรดและประสบการณ์ทำงานผ่านเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ และมีเงินมากพอสำหรับค่าธรรมเนียมการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนแก่นักศึกษาขาดแคลนเอาไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย

ท๊อป 10 ประเทศเรียนต่อด้านสุขภาพทางเลือก

1
9
ออสเตรเลีย
เข้าชม828ครั้ง ดู 19 หลักสูตร
2
211
สหรัฐอเมริกา
เข้าชม538ครั้ง ดู 45 หลักสูตร
3
210
สหราชอาณาจักร
เข้าชม314ครั้ง ดู 21 หลักสูตร
4
114
มาเลเซีย
เข้าชม247ครั้ง ดู 5 หลักสูตร
5
84
ฮ่องกง
เข้าชม214ครั้ง ดู 3 หลักสูตร
6
168
สิงคโปร์
เข้าชม116ครั้ง ดู 1 หลักสูตร
7
134
นิวซีแลนด์
เข้าชม82ครั้ง ดู 2 หลักสูตร
8
32
แคนาดา
เข้าชม78ครั้ง ดู 7 หลักสูตร
9
39
จีน
เข้าชม65ครั้ง ดู 2 หลักสูตร
10
193
ไต้หวัน
เข้าชม52ครั้ง ดู 1 หลักสูตร