Cross-border study: Essentials

9 คำถามจี้ใจ ถ้าตอบไม่ได้อย่าเพิ่งรีบไปเรียนต่อ

share image
66

ช่วงนี้เหตุบ้านการเมืองก็เครียด หนังกับละครก็ไม่ค่อยมีอะไรขำๆ แหม เห็นแบบนีิแล้วอยากจะบินไปต่อนอกแล้วสะบัดบ๊อบแบบไม่ต้องกลับมาอีกเลยซะจริ๊ง แต่ช้าก่อนจ้ะ ก่อนที่จะตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ใช้ชีวิตให้เต็มที่เนี่ย เราขอให้ถามตัวเองด้วยคำถามจี้ใจดำเหล่านี้ก่อน เพราะคำถามทั้งหมดนี่ จะช่วยให้เข้าใจตัวเองชัดขึ้นมากๆ พร้อมรึยังจ๊ะ เอ้า สาม สี่ (เอ๊ะ นี่เชียร์ลีดเดอร์เก่าหรืออะไร) ไปกันเลย


1. ชอบเดินทางมั้ย?
 

เดินทางนี่นับทุกทริปนะ นอกจากพวกเดินไปเซเว่นหน้าบ้าน อะไรงี้ก็สั้นไป๊ จะไปทะเลกับครอบครัว ไปเที่ยวภูเขากับเพื่อน หรือไปลุยป่ากับแฟน ก็นับเป็นการเดินทางได้หมด ยิ่งค้างคืนนานๆ ยิ่งดี และขอเก็บทุกเม็ด เริ่มตั้งแต่มองหาจุดหมาย แพ็คกระเป๋า จะใช้รถหรือเครื่องบินหรืออะไรไปก็ไม่ว่า แต่พอไปถึงที่หมายแล้วกลับมา คำถามคือ อินมั้ย? สนุกกับการได้ออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ รึเปล่า ถ้าคำตอบคือ ไม่ หรือ โอ๊ย ถ้าเลือกได้ ขออยู่บ้านดีกว่า อันนี้ขอให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบไปเรียนต่อก็ได้จ้ะ

 

2. เคยอยู่คนเดียวมั้ย?
 

ข้อนี้ไม่ได้หมายถึงคนโสดเท่านั้นเด้อ แต่หมายถึงเคยแยกออกมาจากครอบครัว แล้วมาอาศัยอยู่คนเดียวรึเปล่า คือถ้าเคยมันจะดีมาก เพราะนั่นจะช่วยให้เรายืนได้ด้วยลำแข้ง(อันสวยงามและแข็งแรง)ของเราเอง เวลาไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว จะสามารถเอาประสบการณ์ตรงนี้ไปใช้ได้เวลาที่เจอปัญหาต่างๆ เช่น ตู้เย็นพัง ไฟดับ ทิชชู่หมด น้ำไม่ไหล อ่านหนังสือไม่ทันสอบ ลืมเลคเชอร์ไว้ที่ห้องสมุด และอื่นๆ อีกมาก (ถ้าเจอปัญหาเยอะขนาดนี้จริงๆ อาจจะต้องไปทำบุญเสริมดวงเพิ่มด้วย)

 

3. พร้อมจะอยู่ห่างจากครอบครัว เพื่อน แฟน น้องหมา น้องแมว และอื่นๆ รึเปล่า
 

เราจะอยู่ไกลบ้านนานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคอร์สที่เราเลือก บางอันสั้นหน่อย ก็อาจจะไม่กี่เดือน ถ้านานหน่อยก็ยาวเป็นปี สองปี แล้วเราพร้อมรึยังที่จะห่างทุกคนนานขนาดนี้ อย่าลืมว่าถ้ามีเรื่องต่างๆ เช่น พี่จะบวช น้องจะแต่งงาน แฟนจะเรียนจบ ในช่วงที่เราไปเรียนแล้ว เราอาจจะต้องดูอีเว้นท์เหล่านี้ผ่าน FaceTime เราจะโอเคมั้ย หรือไม่ก็ต้องเตรียมเงินให้พอกับการปุบปับกลับไทย เพื่อจะไม่พลาดเรื่องสำคัญๆ นะ

 

4. รักแท้จะแพ้ระยะทางรึเปล่า
 

สำหรับคนมีแฟนนี่ เรื่องเรียนต่อต่างประเทศที่ถือเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ เพราะพออีกคนต้องไปเรียนต่อไกลๆ นอกจากจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ อย่างที่เคยแล้ว ยังแอบต้องเป็นห่วงอีกว่าแฟนจะไปเจออะไรอีกบ้าง จะเจอคนในสเปคเค้ามากกว่าเรารึเปล่า โอ๊ย กังวลสารพัด ถึงเรื่องนี้ฟังดูน่าจะเครียด แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน คู่รักที่สามารถรักษาความสัมพันธ์ทั้งที่อยู่กันคนละซีกโลกแบบนี้ได้คือดีมากกกก และมองได้ว่าเค้าผ่านการทดสอบสุดหินอีกขั้นนึงเลยล่ะ

 

5. วันเฉลิมฉลองที่คุ้นเคยหายไป จะรับได้มั้ย
 


ลองคิดดูว่าพอไปเรียนต่อเนี่ย เราก็ต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของเค้าใช่มะ ดังนั้นเตรียมใจไว้เลยว่าจะไม่ได้สาดน้ำสนุกๆ ช่วงสงกรานต์ ไม่ได้หยุดยาวเหมือนเพื่อนๆ ที่ไทยเวลามีวันหยุดอย่าง วันวิสาขบูชา แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องดีเหมือนกันนะ เพราะเราจะได้เจอวัฒนธรรมใหม่ๆ แน่นอน อย่างเช่น ช่วงคริสต์มาสที่ทุกอย่างประดับประดาอย่างสวยงาม ผู้คนมีความสุข หิมะโปรยปราย และได้เตรียมล้างท้องกินไก่งวงแสนอร่อย ดึง Chritmas cracker เล่นกับเพื่อน เปิดของขวัญสนุกๆ ก็เป็นประสบการณ์อีกด้านที่ดีนะ

 

6. ถ้าหนีร้อนไปพึ่งเย็น แต่ดันเจอเย็นมากหรือร้อนมาก?

 

เรารู้กันว่าเมืองไทยมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และ ฤดูร้อนมากๆ ก็เลยไม่แปลกถ้าเราอยากหนีร้อนไปที่ที่อากาศดีกว่า แต่อย่าลืมนะจ๊ะว่าบางประเทศนี่หน้าร้อนก็แสบร้อนไม่แพ้ที่ไทย หรือช่วงหน้าหนาวก็หนาวมากแบบขยับไปไหนไม่ได้ (เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย) หรือที่หนักกว่าก็พวกประเทศที่อากาศเปลี่ยนทุกสิบนาทีอย่างอังกฤษ อย่าลืมเตรียมวิธีรับมือให้ดีนะ

 

7. เรารู้จักและเคารพในวัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศที่เราจะไปพอรึเปล่า

 

 เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ถึงบางทีประเทศที่เราไปอาจจะมีวัฒนธรรมต่างๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นชินหรืออาจจะไม่ถูกใจซักเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าเราไปเรียน ไปเป็นผู้อาศัย ไม่ได้ไปเป็นกรรมการ The Voice หรือ The Face นะจ๊ะ ไม่ต้องไปวิจารณ์อะไรเค้าเน้อ เปิดใจให้กว้างดั่งแม่น้ำไนล์เข้าไว้จ้ะ

 

8. ‘เอาตัวรอด’ เก่งพอมั้ย

 

ไม่ต้องเก่งขนาด Bear Grylls ทีมีแค่มีดกับเป้ใบเดียวก็เอาตัวรอดในเกาะร้างได้นะจ๊ะ (แต่ถ้าได้นี่ต้องขอสัมภาษณ์นะ) เอาเป็นแค่รู้ว่าตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เราหาทางแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองไหวก็พอ เช่น เครื่องบินดีเลย์ไป 9 ชั่วโมงแต่จองรถมารับไว้ที่แอร์พอร์ตล่วงหน้าไปแล้ว ก็แก้ปัญหาได้ หรือเกิดเดินชมเมืองอยู่ดีๆ แล้วหลงทาง ไม่มีกระเป๋าตังค์ ก็หาทางกลับหอพักเองได้ อะไรแบบนี้ แต่ถ้าเกิดไม่ใช่แนวนี้ และค่อนข้างกลัวอะไรที่ไม่แน่นอน เราอาจจะยังไม่พร้อมไปเรียนต่อก็ได้นะ

 

9. คอร์สพี่เรียนหนักนะ หนูไหวเหรอ?

 

ถึงบางคนจะบอกว่ามาเรียนต่อทั้งที ก็ต้อง study hard, play harder แต่อยากบอกว่าเวลามาเรียนต่อเนี่ย จริงๆ เรื่องเรียนหนักมันเป็นเรื่องที่ต้องเจอแน่ๆ อยู่แล้ว นึกภาพได้เลยว่าบางวันจะเรียนหนักไม่พอ ยังจะต้องไปอ่านหนังสือใน reading list เพื่อไปถกกันในห้องเรียนต่ออีก และอย่าลืมว่าคลาสส่วนใหญ่จะมี assignment ให้ทำอีกด้วยนะ ถ้าคิดว่ายังอยากเที่ยวมากกว่า ขอแนะนำให้ไปลองเที่ยวนานๆ ดูก่อน เอาให้หนำใจ แล้วค่อยกลับมาว่ากันเรื่องเรียนต่อก็ยังทันจ้ะ

 

ถ้าตอบว่า “ไม่” เป็นส่วนใหญ่สำหรับคำถามจี้ใจดำเหล่านี้ คุณอาจจะยังไม่พร้อมกับการไปเรียนต่อต่างประเทศก็ได้นะ ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องพับโครงการไปเลย เพียงแต่อาจจะยืดระยะเวลาออกไปอีกนิด เอาที่เราสบายใจ แล้วค่อยไปเรียนต่อเมื่อพร้อม จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดล่ะ 

 

 

 

 

Source: http://studentcaffe.com/enrich/study-abroad/are-you-ready 


 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ