วิศวกรรมชีวเวช คือการนำความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ งานส่วนใหญ่ของวิศวกรรมชีวเวช คือการออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วย ซึ่งครอบคลุมไปถึงการออกแบบอวัยวะเทียม และการวางระบบโปรแกรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ ให้สามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หลังจบการศึกษา บัณฑิตส่วนใหญ่จะทำงานด้านวิศวกรรมชีวเวช โดยมีบทบาททั้งในการออกแบบ พัฒนาเครื่องมือแพทย์ และวางระบบการฟื้นฟูผู้ป่วยในด้านกายภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รายได้เฉลี่ยเริ่มต้นของบัณฑิตจบใหม่ในประเทศอังกฤษ ประมาณ 21,176 ปอนด์ (ประมาณ 1,000,000 บาท) ต่อปี
ผู้ที่มีประสบการณ์ในสาขาการแพทย์มาก่อน เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากในสายงานผู้ช่วยวิจัยทางการแพทย์ และสำหรับบัณฑิตที่ไม่ต้องการทำงานสายวิศวกรรมชีวเวชโดยตรง ก็สามารถผันตัวไปเป็นนักข่าวสายการแพทย์ หรือเป็นฝ่ายระดมทุนให้กับมูลนิธิทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหากำไรก็ย่อมได้
นอกจากนี้บัณฑิตยังสามารถศึกษาต่อด้านกฎหมาย ในหลักสูตร Graduate Diploma in Law (GDL) ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีมาก่อนแล้ว เพื่อทำงานต่อในสายงานกฎหมาย หรือเรียน Postgraduate Certificate in Education (PGCE) เพื่อเป็นอาจารย์สอนวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ต่อไปในอนาคต
เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหายากและเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จึงกำหนดคุณสมบัติของผู้สนใจศึกษาไว้ค่อนข้างสูง ผู้สมัครจะต้องสอบผ่าน A-levels หรือเทียบเท่า ในวิชาคณิตศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ และเคมี และสำหรับผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องมีผลสอบ IELTS อย่างน้อย 6.5 คะแนนขึ้นไป
นักศึกษาสาขาวิศวกรรมชีวเวช จะต้องเข้าร่วมการบรรยายในชั้น และทำโปรเจ็คต์ส่วนตัวเป็นงานเดี่ยว รวมถึงมีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติงานจริง ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีคอนเนคชั่นกับบริษัททางด้านนี้โดยตรง และสามารถช่วยหาที่ฝึกงานให้แก่นักศึกษาได้
นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรปริญญาโท ที่ใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับว่านักศึกษาเลือกเรียนเต็มเวลาหรือเรียนนอกเวลา ผู้สมัครปริญญาโทจะต้องมีคะแนน 2:1 ขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมชีวเวช