เรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ต่างประเทศ

เกี่ยวกับวิชานี้

  • เกี่ยวกับวิชานี้
  • สาขานี้เหมาะกับใคร
  • อาชีพและโอกาสงานในอนาคต
  • การสมัครเรียนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
  • เรียนที่ไหนดี
Computer Science

วิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คนส่วนใหญ่มักคิดว่าสาขาวิชานี้เป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างใหม่ แต่อันที่จริงแล้ววิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มีการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1694 เมื่อเครื่องคิดเลขเครื่องแรกได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น

ในช่วงทศวรรษที่ 1940 มีการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ก็ใช้กันอยู่แค่ในวงแคบเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเท่านั้น คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับคนทั่วไป เพิ่งจะพัฒนาขึ้นมาได้ไม่นานนัก ทุกวันนี้วิทยาการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนทั้งหลาย ไปจนถึง Kindle (อุปกรณ์สำหรับอ่าน E-book) ทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบาย และทำงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในระดับปริญญา มีเนื้อหาครอบคลุมหลายหัวข้อ ตั้งแต่การวิเคราะห์แยกแยะวิธีการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้เป็นขั้นเป็นตอน ทฤษฎีการเขียนโปรแกรม ไปจนถึงโครงสร้างของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

สาขานี้เหมาะกับใคร

หากคุณชื่นชอบเรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี มีความสนใจที่จะเรียนรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร ทั้งทางภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ วิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคุณ

ผู้เรียนคอร์สนี้จะต้องมีความชำนาญในวิชาคณิตศาสตร์ และวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์มากเป็นพิเศษ การประเมินผลของคอร์สนี้มีทั้งการสอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติ ผู้เรียนจะต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง มีความสนใจด้านนี้อย่างจริงจัง และมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

อาชีพและโอกาสงานในอนาคต

ผู้จบด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์สามารถเลือกทำงานได้หลากหลาย บัณทิตมักทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาเว็บไซต์ และนักวิเคราะห์ระบบ สำหรับโปรเจ็คท์ขนาดใหญ่และองค์กรต่างๆ

นอกจากนี้บัณฑิตยังสามารถเรียนคอร์สการสอนเพิ่มเติม เพื่อทำงานด้านการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันครูสอนคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นประถมและมัธยมค่อนข้างขาดแคลน หากสนใจเรียนทางด้านนี้ คุณอาจสามารถขอทุนการศึกษาจากรัฐบาลได้

รายได้เฉลี่ยเริ่มต้นของผู้จบสาขาวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 21,712 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 1,030,000 บาท) อาจมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ คอร์สนี้จะสอนให้คุณมีทั้งความรู้ด้านคอมพิวเตอร์

วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีม และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นที่ต้องการตัวขององค์กรต่างๆ อย่างยิ่ง

การสมัครเรียนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

หลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา ในระดับปริญญาตรีวิชานี้จะสอนเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังระบบสารสนเทศ และวิธีการประยุกต์ทฤษฎีเหล่านี้มาใช้ประโยชน์

ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก จะศึกษาลงลึกไปในวิชาที่เฉพาะทางมากยิ่งขึ้น บางมหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ซึ่งก็อาจจะต้องขยายระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาออกไปอีกประมาณ 1 ปี

ในระดับปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนอย่างน้อยระดับ 3 A-levels ขึ้นไป หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ และควรเคยเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มาก่อน ส่วนผู้สมัครในระดับปริญญาโทควรเคยเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มาก่อน และต้องมีเกรดอยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนี้ผู้สมัครยังควรมีความถนัดในด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับวิชาคณิตศาสตร์ด้วย

หากต้องการเรียนที่มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0-6.5 คะแนนขึ้นไป

เรียนที่ไหนดี

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกสถานศึกษา คือศักยภาพของมหาวิทยาลัยและเนื้อหาหลักสูตร แม้ทฤษฎีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ก็อาจมีรายละเอียดของเนื้อหาวิชาเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน คุณควรมองหาสถานศึกษาที่มีหลักสูตรตรงกับความสนใจของตัวเองมากที่สุด และอย่าลืมพิจารณาคุณสมบัติของตัวเอง ให้ผ่านเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วย

ค่าธรรมเนียมการศึกษา เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง หากคุณมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสำหรับนักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย หลังจากเลือกสถาบันการศึกษาได้แล้ว คุณควรลองประเมินค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเทอม ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ออกมาคร่าวๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน

การเลือกสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยก็สำคัญไม่แพ้การเลือกหลักสูตร เมื่อเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองใดเมืองหนึ่งแล้ว นั่นหมายถึงประสบการณ์ในชีวิตนักศึกษาที่คุณจะได้รับ ดังนั้น คุณจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตัวเอง ถ้าชอบการเข้าสังคม ชอบพบปะสังสรรค์กับผู้คนใหม่ๆ มากหน้าหลายตา คุณควรเลือกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บรรยากาศคึกคักมีสีสัน แต่ในทางกลับกันถ้าชอบอยู่อย่างสงบ ใช้ชีวิตเรียบง่าย คุณก็ควรเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ

นักศึกษาส่วนใหญ่รู้ดีว่า จุดประสงค์ของการเรียนมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่เพื่อรับวุฒิการศึกษาเท่านั้น แต่มันยังช่วยเพิ่มโอกาสในการมีหน้าที่การงานที่ดี ดังนั้น จึงควรถามตัวเองก่อนยื่นใบสมัครว่า คุณอยากจบไปประกอบอาชีพอะไร ทำงานอยู่ส่วนไหนของสายงานนี้ ถ้ารู้แน่ชัดแล้วว่าตัวเองต้องการทำอะไรหลังเรียนจบ คุณควรเลือกมหาวิทยาลัยที่มีคอนเนคชั่นกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง บริษัทส่วนใหญ่มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะจ้างงานบัณฑิต ผู้จบจากมหาวิทยาลัยที่พวกเขามีสายสัมพันธ์อันดีด้วย

ท๊อป 10 ประเทศเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

1
210
สหราชอาณาจักร
เข้าชม9,857ครั้ง ดู 235 หลักสูตร
2
9
ออสเตรเลีย
เข้าชม5,356ครั้ง ดู 101 หลักสูตร
3
211
สหรัฐอเมริกา
เข้าชม5,096ครั้ง ดู 854 หลักสูตร
4
168
สิงคโปร์
เข้าชม1,938ครั้ง ดู 32 หลักสูตร
5
93
ญี่ปุ่น
เข้าชม1,795ครั้ง ดู 10 หลักสูตร
6
32
แคนาดา
เข้าชม1,408ครั้ง ดู 96 หลักสูตร
7
69
เยอรมัน
เข้าชม1,301ครั้ง ดู 30 หลักสูตร
8
134
นิวซีแลนด์
เข้าชม1,217ครั้ง ดู 37 หลักสูตร
9
114
มาเลเซีย
เข้าชม1,172ครั้ง ดู 85 หลักสูตร
10
84
ฮ่องกง
เข้าชม1,079ครั้ง ดู 14 หลักสูตร