หัตถกรรมและงานฝีมือเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ช่างหัตถกรรมเป็นอาชีพที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15) ซึ่งเป็นยุคที่แรงงานมีฝีมือเป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก ในการผลิตสิ่งของต่างๆ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า อุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ หรือแม้แต่ช่างฝีมือในการก่อสร้าง
ทุกวันนี้มีงานศิลปหัตถกรรมมากมายหลายประเภท ทั้งงานหัตถกรรมที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย และงานหัตถกรรมตกแต่งบ้านที่ใช้เครื่องมือช่วยในการผลิต ไปจนถึงงานหัตถกรรมที่ผลิตขึ้นในสตูดิโอ โดยใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ สินค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นสินค้าที่ผลิตมาจากระบบโรงงาน ซึ่งแตกต่างจากสินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือ ที่ผลิตจำนวนครั้งละไม่มาก และพิถีพิถันในการผลิตตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย สินค้าหัตถกรรมจึงมีคุณค่าทางจิตใจ และคุณค่าทางศิลปะมากกว่าสินค้าจากระบบโรงงาน ชิ้นงานจากศิลปินที่มีฝีมือและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่ต้องการของบรรดานักสะสม และผู้ที่เห็นคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรมเป็นอย่างมาก
หากคุณมีพรสวรรค์ทางด้านการออกแบบ มีความสามารถในการผลิตชิ้นงานศิลปะ และสนใจงานในอุตสาหกรรมหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ คอร์สนี้ก็น่าจะเหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง
ผู้เรียนที่จะประสบความสำเร็จในวิชานี้ จะต้องมีความสนใจในเรื่องวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การออกแบบ มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เทคนิคการสร้างสรรค์ชิ้นงาน และพร้อมทำความเข้าใจอิทธิพลของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในอดีต ที่ส่งผลมาถึงรูปแบบงานหัตถกรรมในทุกวันนี้
คอร์สนี้มีรูปแบบการสอนแบบเวิร์คช็อปเน้นการฝึกปฏิบัติ และประเมินผลผู้เรียนผ่านการนำเสนอโปรเจ็คท์ส่วนบุคคล ซึ่งต้องใช้เวลาสร้างสรรค์ชิ้นงานนอกเวลาเรียน ผู้เรียนจะต้องมีไหวพริบทั้งในด้านศิลปะและงานฝีมือ และควรมีความสามารถในการทำงานด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ
ผู้จบสาขาวิชาหัตถกรรมและงานฝีมือ มักทำงานเฉพาะทางในด้านที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ เช่นเป็นเจ้าหน้าที่จัดนิทรรศการศิลปะ หรือ เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย โดยตำแหน่งงานจะขึ้นอยู่กับความถนัดและความชื่นชอบของแต่ละคนเป็นหลัก
บัณฑิตที่สนใจในด้านศิลปะสมัยโบราณ และเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของหัตถกรรมเป็นพิเศษ สามารถทำงานในแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อย่างเช่นโบราณสถานต่างๆ เพื่อช่วยดูแล ซ่อมแซม และจัดเก็บข้อมูลของวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบ หรือถ้าชอบพบปะพูดคุยกับผู้คน ก็มีอีกตำแหน่งงานที่น่าสนใจคือ การเป็นผู้นำชมให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถาน
นอกจากนี้ศิษย์เก่าจำนวนมาก ยังนิยมทำงานอิสระผลิตชิ้นงานหัตถกรรมขาย หรือ ทำงานนอกเวลารับผลิตสินค้าตามออเดอร์ หากต้องการเป็นศิลปินอิสระ เรื่องชื่อเสียงและจุดขายของสินค้าก็เป็นเรื่องที่สำคัญ คุณจะต้องรู้จักวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้แตกต่างจากคู่แข่ง และพยายามเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยวิธีการต่างๆ อย่างเช่นการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างแบรนด์ให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
มีหลักสูตรให้เลือกเป็นจำนวนมากสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนด้านหัตถกรรมและงานฝีมือ ทั้งหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรปริญญาตรี และหลักสูตรปริญญาโทสำหรับนักศึกษาที่มีศักยภาพในการพัฒนาความรู้ความสามารถขั้นสูง
สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ ส่วนในระดับปริญญาโทผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
หลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียนประมาณ 3 ปี บางคอร์สอาจขยายเวลาเรียนเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรปริญญาโทจะใช้เวลาเรียน 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับว่ามุ่งศึกษาเฉพาะทางในด้านไหนเป็นพิเศษ
การเรียนการสอนส่วนใหญ่ของคอร์สนี้ จะเป็นการเรียนภาคปฏิบัติ แต่ก็มีการแลคเชอร์ในทฤษฎีที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยเช่นกัน นักศึกษาจะต้องเข้าร่วมเวิร์คช็อป เพื่อเรียนรู้ทักษะในการผลิตชิ้นงานหัตถกรรม ซึ่งเมื่อจบหลักสูตรผู้เรียนต้องนำเสนอโปรเจ็คท์อิสระ ผลิตชิ้นงานขึ้นตามความสนใจ และใส่ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ลงไปในชิ้นงานอย่างเต็มที่ เพราะหลักสูตรจะประเมินผลผู้เรียนผ่านงานโปรเจ็คท์อิสระชิ้นนี้เป็นสำคัญ
ผู้สมัครจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0 คะแนนขึ้นไป ก่อนเริ่มคอร์ส
เรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาคือความสนใจของคุณเอง บางมหาวิทยาลัยจะเน้นสอนเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมร่วมสมัย ในขณะที่บางคอร์สอาจมุ่งความสนใจไปที่เทคนิคของช่างฝีมือแบบดั้งเดิม ซึ่งคุณต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีในการเรียน ดังนั้น การเลือกเนื้อหาที่คุณหลงใหลในเรื่องนั้นอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะส่วนใหญ่ จะกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า ผู้สมัครระดับปริญญาตรีต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไป หรือ มีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไปสำหรับระดับปริญญาโท และควรมีพอร์ตโฟลิโอที่น่าสนใจในงานด้านศิลปหัตถกรรม ถ้าคิดว่าพอร์ตโฟลิโอที่มี ยังไม่สะท้อนความสามารถของคุณออกมาอย่างเต็มที่ คุณควรลองหาเวลาว่างในการพัฒนาปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอ และหาประสบการณ์ในการทำงานเพิ่มขึ้น
ค่าธรรมเนียมการศึกษา เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง หากคุณมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสำหรับนักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย
กิจกรรมนอกชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะแตกต่างกันออกไป ตามสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานในอนาคตของคุณเป็นอย่างยิ่ง คุณควรเลือกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ หรือเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมหัตถกรรมและงานฝีมือ เพราะคุณจะได้ทำความรู้จักกับผู้คนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน และสร้างความสัมพันธ์ไว้ เผื่อใช้ประโยชน์จากคอนเนคชั่นเหล่านี้ในอนาคต