กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมและการควบคุมความประพฤติของคนในสังคม ซึ่งจะแตกต่างจากกฎหมายแพ่งตรงที่กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างบุคคลหรือองค์กร แต่กฎหมายอาญามีไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ผู้ใดละเมิดกฎหมายอาญา ถือว่าละเมิดต่อรัฐโดยตรง หลักการของกฎหมายอาญาจะเน้นไปที่การลงโทษผู้กระทำความผิด ไม่เหมือนกฎหมายแพ่งที่ยุติข้อพิพาทด้วยการชดเชยด้วยทรัพย์สิน
ระบบของกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา มีความแตกต่างกันมาเป็นเวลานับพันปี จนมาถึงทุกวันนี้ระบบกฎหมายอาญา ได้ถูกวางโครงสร้างไว้เพื่อปกป้องสวัสดิภาพทางกายและรักษาจริยธรรมของคนในรัฐ ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ละเมิดกฎหมายจะต้องได้รับบทลงโทษทางอาญา ที่เหมาะสมกับระดับความผิดตามเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
ในคอร์สนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของกฎหมายอาญา และวิธีการนำข้อกฎหมายเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน
หนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยมจากศิษย์เก่าของคอร์สนี้ คือการประกอบอาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาด้านกฎหมายอาญา หรือ เรียนจบคอร์ส GDL (Graduate Diploma in Law) สามารถเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อทำงานเป็นทนายความ ซึ่งแบ่งออกเป็น Solicitor ทนายที่ติดต่อกับลูกความโดยตรง ร่างและจัดเตรียมเอกสาร และ Barrister ทำหน้าที่ว่าความในศาล และมักจะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับลูกความโดยตรง
รายได้เฉลี่ยเริ่มต้นของผู้จบสาขาวิชากฎหมายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 18,911 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 898,000 บาท) ซึ่งค่อนข้างต่ำกว่าเงินเดือนทั่วไปของบัณฑิตจบใหม่โดยเฉลี่ย แต่ถ้าได้ทำคดีทางอาญาที่ค่อนข้างเป็นคดีดัง ก็จะได้ค่าตอบแทนสูงมาก ทั้งนี้รายได้อาจมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่
แต่ถ้าหากไม่ต้องการทำงานด้านกฎหมายโดยตรง บัณฑิตยังสามารถนำทักษะที่ได้เรียนจากคอร์สนี้ ไปประยุกต์กับการทำงานอย่างอื่นได้ อาชีพที่ได้รับความนิยมสำหรับบัณฑิตสาขาวิชากฎหมาย ก็อย่างเช่น งานในกรมตำรวจ นักวารสารศาสตร์ นักบัญชี และพนักงานธนาคาร เป็นต้น
กฎหมายเป็นสาขาวิชาที่ได้รับความนิยม จึงมีเกณฑ์การรับสมัครที่สูงพอสมควร ในระดับปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไป หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ และควรมีคุณสมบัติที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจในสาขาวิชานี้อย่างจริงจัง อย่างเช่นเคยเรียน วิชากฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือจิตวิทยา มาก่อน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้บังคับแต่ก็ช่วยทำให้ใบสมัครของคุณดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
หลักสูตรปริญญาตรีด้านกฎหมายอาญาใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปี มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานด้านกฎหมาย ซึ่งก็อาจจะต้องขยายเวลาเรียนไปอีก 1 ปี มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ จะกำหนดให้นักศึกษาต้องผ่านการสอบความถนัดทางกฎหมาย LNAT (the National Admissions Test for Law) ก่อนเริ่มคอร์ส
หรือถ้าคุณมีวุฒิปริญญาตรีมาแล้ว แต่ไม่ใช่สาขาวิชาด้านกฎหมาย และต้องการศึกษาต่อเพิ่มเติมทางด้านกฎหมาย คุณสามารถลงเรียนคอร์ส Graduate Diploma in law (GDL) ซึ่งจะช่วยฝึกอบรมให้คุณพร้อมสำหรับการเป็นนักกฎหมายมืออาชีพ
ผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0-6.5 คะแนนขึ้นไป เพื่อเป็นการการันตีว่าภาษาอังกฤษจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาวิชาของคุณ
สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ คือ เรื่องค่าใช้จ่ายในการศึกษาและเกณฑ์ในการรับสมัคร มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านกฎหมายหลายแห่ง กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำในระดับปริญญาตรีไว้ว่า ผู้สมัครจะต้องสอบผ่าน A-level ขึ้นไป และผู้สมัครระดับปริญญาโทจะต้องสอบผ่านด้วยระดับคะแนน 2:1 ขึ้นไป ดังนั้นคุณจึงต้องตรวจเช็คให้ดีว่าผลการเรียนของคุณผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้หรือไม่ และคอร์สนี้ต้องใช้ระยะเวลาเรียนหลายปี คุณควรคำนวณให้รอบคอบว่า ค่าธรรมเนียมการศึกษา
ค่าที่พักและค่าครองชีพ อยู่ในระดับที่คุณสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่ หากไม่ได้มีความพร้อมด้านการเงินมากนัก ก็ควรมองหาสถาบันที่มีทุนสนับสนุนแก่นักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย
คอร์สด้านกฎหมายอาญามีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเรียนระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท การเลือกสถาบันการศึกษาจะมีผลอย่างมากต่อการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการทำงานเป็นทนายความ หากได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง จะง่ายต่อการหาที่ฝึกงานในหน่วยงานด้านกฎหมายมากขึ้น และประสบการณ์ฝึกงานที่ดีก็จะมีประโยชน์อย่างมากต่อการหางานในอนาคต สถาบันการศึกษาอย่าง Cambridge, Oxford, Durham, University College London, Kings College London, Nottingham, Glasgow, Exeter และ Bristol ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านกฎหมาย ซึ่งผู้สมัครจะต้องสอบผ่านความถนัดทางกฎหมาย LNAT (the National Admissions Test for Law) ก่อนเริ่มคอร์ส และมหาวิทยาลัยใจกลางเมืองส่วนใหญ่ยังมักมีชื่อเสียงทางด้านคอร์ส Graduate Diploma in Law อีกด้วย
การเลือกสถานที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องจากบ้านมาไกลเพื่อมาเรียนต่อ ซึ่งเสียทั้งเวลาและเงินเป็นจำนวนไม่น้อย คุณควรเลือกเมืองที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การเรียนรู้ และการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอย่างมีความสุข อย่าลืมพิจารณาถึงวัฒนธรรมโดยรอบสถานศึกษา ที่จะทำให้คุณอยู่ได้อย่างสบายใจ และได้รับประโยชน์จากการศึกษามากที่สุดด้วย