ทันตแพทย์ คือ แพทย์ผู้มีบทบาทในการดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้แก่ประชาชน ทำหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษาโรคฟัน โรคเหงือก และความผิดปกติต่างๆ ภายในช่องปาก ซึ่งสุขภาพปากและฟันที่ดี จะนำไปสู่สุขภาพร่างกายโดยรวมที่ดี เพราะสัญญาณของโรคร้ายแรงบางอย่าง มักแสดงอาการโดยเริ่มจากเกิดความผิดปกติภายในช่องปากก่อนเป็นอันดับต้นๆ
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกค้นพบ บอกเล่าให้เรารู้ว่าศาสตร์ด้านทันตกรรมมีมาตั้งแต่สมัย 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยนั้นคนที่ทำหน้าที่รักษาโรคภายในช่องปากให้กับคนทั่วไปคือ หมอทั่วไป เภสัชกร และช่างตัดผม ซึ่งแตกต่างจากทุกวันนี้ ที่คนจะทำหน้าที่ด้านทันตกรรมได้ จะต้องเป็นทันตแพทย์ที่เรียนมาเฉพาะทางเท่านั้น
บัณฑิตส่วนใหญ่มักเลือกทำงานในสายงานด้านทันตกรรม ไม่ว่าจะเป็นทันตแพทย์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านช่องปาก หรือพยาบาล รายได้เฉลี่ยของทันตแพทย์ในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 30,132 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 1,430,000 บาท) อาจมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้สูงมากทีเดียว
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นทันตแพทย์ ก็ยังมีทางเลือกอื่นในการประกอบอาชีพอีกมากมาย บริษัทยาจำนวนมากต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านทันตกรรมไปทำงานในหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยทำการวิจัย เพื่อพัฒนายาที่ใช้ในการรักษาโรคเฉพาะทางทันตกรรม หรือ เป็นตัวแทนจำหน่ายยาที่น่าเชื่อถือ และมีความรู้เรื่องการแพทย์เป็นอย่างดี
นอกจากนี้หากต้องการผันตัวไปทำงานด้านอื่น ก็ยังสามารถทำงานด้านวารสารศาสตร์ เขียนบทความให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ หรือศึกษาต่อเพิ่มเติมเพื่อทำงานด้านกฎหมายหรือด้านการสอน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
ในประเทศอังกฤษมีสถาบันการศึกษา 15 แห่งเท่านั้นที่เปิดสอนสาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ และมีเพียง 5 แห่งที่เปิดสอนในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป การสอบเข้าจึงมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และผู้สมัครจะต้องมีเกรดที่ดีพอสมควรจึงจะผ่านการพิจารณา ในระดับปริญญาโทผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไป ในสาขาทันตแพทย์ หรือ สาขาวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนในระดับปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไป ในวิชาวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ
คอร์สทันตแพทยศาสตร์ระดับปริญญาตรี จะใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 5 ปี ส่วนในระดับปริญญาโทจะใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 1 ปี และผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.5 คะแนนขึ้นไป
การประเมินผลผู้เรียนจะมีหลายวิธีด้วยกัน นอกจากผู้เรียนจะต้องส่งแบบฝึกหัดที่ได้รับมอบหมายอย่างสม่ำเสมอ และสอบตามกำหนดการของหลักสูตรแล้ว ผู้เรียนยังต้องเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการ และฝึกปฏิบัติงานจริงก่อนจบการศึกษาอีกด้วย
เนื่องจากในประเทศอังกฤษมีมหาวิทยาลัย 15 แห่งเท่านั้นที่เปิดสอนหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ การแข่งขันของผู้สมัครจึงค่อนข้างสูงมาก ก่อนยื่นใบสมัครคุณจะต้องตรวจเช็คเอกสารให้ครบถ้วน และพิจารณาเกณฑ์การรับสมัครให้ดีว่า คุณสมบัติของคุณผ่านเกณฑ์ทุกข้อตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้หรือไม่
อีกเรื่องที่ต้องคำถึงถึงคือ คอร์สนี้ใช้ระยะเวลาในการเรียนถึง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่าสาขาวิชาอื่น ทั้งค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หากคุณมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสำหรับนักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย
ไม่ว่าคุณจะเรียนหลักสูตรปริญญาตรีหรือหลักสูตรปริญญาโท อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยที่คุณเลือก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถานพยาบาลในพื้นที่นั้นๆ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาครบครัน มหาวิทยาลัยอย่างเช่น Bristol, Glasgow, Belfast, Dundee และ Manchester ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงทางด้านหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์เป็นอย่างมาก คุณควรมองมหาวิทยาลัยเหล่านี้ไว้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเลือกสถานศึกษา เมื่อตัดสินใจมาเรียนต่างประเทศแล้ว คุณจะต้องจากบ้านมาไกลและเสียเงินเป็นจำนวนมาก หากเลือกเมืองได้เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเอง คุณจะมีความสุขในการใช้ชีวิตและปรับตัวได้อย่างไม่ลำบากเกินไปนัก คุณควรใช้เวลาให้คุ้มค่า และสนุกสนานกับการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างเต็มที่