บรรณารักษ์ศึกษา คือ สหวิทยาการที่ผสมผสานทักษะด้านไอที การบริหารจัดการ และการศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อการรวบรวม จัดระเบียบ และเก็บรักษาข้อมูลภายในของห้องสมุด คำว่าบรรณารักษ์ศึกษา (Library Science และ Library Studies) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกปีค.ศ.1996 ในหนังสือชื่อ Panjab Library Primer หนังสือเกี่ยวกับการจัดระบบห้องสมุดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยบรรณานุกรมและเลขดัชนี เขียนโดย Asa Don Dickenson และตีพิมพ์โดย the University of Pakistan.
ทุกวันนี้มีห้องสมุดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งห้องสมุดออนไลน์และห้องสมุดทั่วไป รวมถึงห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และหอจดหมายเหตุ ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์และเก็บรักษาต้นฉบับดั้งเดิมของหนังสือแต่ละเล่ม เอาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ศิษย์เก่าสาขาวิชาบรรณารักษ์ศึกษาส่วนใหญ่ ต้องการประกอบอาชีพเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน หรือห้องสมุดในสถาบันการศึกษา ทำหน้าที่บริหารงานห้องสมุด จัดระเบียบและประเมินผลข้อมูลต่างๆ และงานวรรณกรรม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเรียนรู้ให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการห้องสมุด
นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่นอีกมากมาย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทำงานในห้องสมุด บัณฑิตหลายคนนิยมทำงานเป็นฝ่ายจัดการข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ให้กับพิพิธภัณฑ์หรือหอจดหมายเหตุ
ส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในคอร์สนี้ ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ที่แข็งแกร่งและความรู้ด้านไอดีด้วย เมื่อจบไปจึงสามารถทำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในอุตสาหกรรมอื่น อย่างเช่น งานด้านไอที งานด้านธุรกิจ งานด้านการเงิน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลได้เช่นกัน
สาขาวิชาบรรณารักษ์ศึกษามีหลักสูตรให้เลือกมากมาย โดยเกณฑ์การรับสมัครจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและมหาวิทยาลัย
ผู้สมัครในระดับปริญญาตรี จะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไปก่อนเริ่มคอร์ส หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ ส่วนหลักสูตรปริญญาโท ส่วนในระดับปริญญาโทผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไปในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง บางมหาวิทยาลัยอาจยืดหยุ่นเรื่องเกรดได้บ้าง หากคุณเคยมีประสบการณ์ทำงานในด้านบรรณารักษ์มาก่อน
หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปี ส่วนหลักสูตรปริญญาโทจะใช้เวลาเรียนประมาณ 1-3 ปี และผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0 คะแนนขึ้นไป
สาขาวิชาบรรณารักษ์ศึกษา จะเน้นสอนผ่านการแลคเชอร์ และมีภาคปฏิบัติคือสาธิตการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อจัดการข้อมูลในห้องสมุด บางหลักสูตรอาจมีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานกับหน่วยงานภายนอก และต้องทำรายงานฝึกงานส่งด้วย
สถานที่ตั้งของสถานศึกษา เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ หากเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยนั้นๆ คุณควรเข้าไปสำรวจมหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมทางสังคมในละแวกนั้นเหมาะสมกับความต้องการของคุณ การเรียนต่างประเทศต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก ดังนั้น คุณจึงต้องพยายามมองหาสถานที่ที่ตอบสนองทั้งความต้องการทางวิชาการ และความสุขในชีวิตนักศึกษา
นอกจากนี้สถานที่ตั้งของสถานศึกษา ยังสำคัญอย่างมากต่อชีวิตการทำงานในอนาคต คุณควรเลือกเรียนเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบรรณารักษ์ อย่างเช่น London, Oxford และ Cambridge เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานที่ดีในห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และหอจดหมายเหตุ เมื่อจบการศึกษา
การเลือกมหาวิทยาลัย อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยเรื่องงานในอนาคตเป็นสำคัญด้วย นอกจากเรื่องความสุขในการใช้ชีวิตแล้ว ควรเลือกสถานศึกษาที่เอื้ออำนวยต่อการฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการหางานในอนาคต นักศึกษาส่วนใหญ่จะใช้เวลาปีสุดท้ายในการฝึกงานกับหน่วยงานที่พวกเขาสนใจ
การเรียนหลักสูตรบรรณารักษ์ศึกษา ต้องใช้เวลาเรียนอย่างน้อยเป็นปี คุณจึงควรสำรวจความต้องการของตัวเองให้ดีว่า ต้องการทำงานลักษณะไหนเมื่อจบไป และเลือกสูตรให้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด ว่าคุณต้องการทำงานด้านดิจิตอล หรือทำงานด้านการบริหารจัดการข้อมูลทางกายภาพ
ก่อนยื่นใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการอย่า ลืมพิจารณาเงื่อนไขการรับเข้าศึกษาและค่าใช้จ่ายในการศึกษาด้วย คุณควรเช็คดูให้ดีว่าผลการเรียนของคุณผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้หรือไม่ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าที่พักและค่าครองชีพ อยู่ในระดับที่คุณสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่ หากไม่ได้มีความพร้อมด้านการเงินมากนัก ก็ควรมองหาสถาบันที่มีทุนสนับสนุนแก่นักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย