กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับราษฎร มีเนื้อหาครอบคลุมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง และกฎหมายอาญา รวมถึงการใช้อำนาจรัฐในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับพลเมือง
ในสังคมโลกมีโครงสร้างของกฎหมายที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ต้องการมีความรู้ด้านกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน ควรพิจารณาการศึกษากฎหมายมหาชน ไว้เป็นหัวข้อหนึ่งในการเรียนกฎหมายระหว่างประเทศด้วย
ศิษย์เก่าสาขาวิชากฎหมายมหาชนส่วนใหญ่ สนใจทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หากเรียนคอร์สนี้ผู้เรียนจะมีโอกาสเรียนคอร์ส Legal Practice เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นนักกฎหมาย โดยไม่ต้องเรียนคอร์ส Graduate Diploma in Law เพิ่มเติมหลังจบปริญญาตรี กระบวนการฝึกหัดสำหรับเป็นนักกฎหมายของคุณจึงมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
หากไม่ต้องการทำงานด้านกฎหมายโดยตรง ผู้เรียนยังสามารถนำทักษะที่ได้จากคอร์สนี้ไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น เช่น งานด้านธุรกิจและการเงิน งานด้านวารสารศาสตร์ และงานด้านประชาสัมพันธ์ หรือทำงานด้านสวัสดิการสังคม ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
รายได้เฉลี่ยของอาชีพนัหกฎหมายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ประมาณ 36,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 1,710,000 บาท) ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ค่อนข้างสูงทีเดียว จึงทำให้คอร์สกฎหมายกลายเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อย
กฎหมายมหาชนเป็นสาขาวิชาที่ได้รับความนิยม จึงมีเกณฑ์การรับสมัครสูงพอสมควร ในระดับปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนอย่างน้อยระดับ 3 A-levels ขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในวิชาที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ประวัติศาสตร์ กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ หรือวรรณกรรม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสนใจทางด้านกฎหมายและช่วยทำให้ใบสมัครของคุณดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ส่วนในระดับปริญญาโทผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนอย่างน้อยระดับ 2:1 ขึ้นไปก่อนเริ่มคอร์ส และควรมีประสบการณ์เรียนด้านกฎหมายในระดับปริญญาตรี หรือผ่านการเรียนคอร์ส Graduate Diploma in Law (GDL) มาก่อน และผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0-6.5 คะแนนขึ้นไป เพื่อเป็นการการันตีว่าภาษาอังกฤษจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาวิชาของคุณ
หลักสูตรปริญญาตรีด้านกฎหมายมหาชนใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปี มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานด้านกฎหมาย ซึ่งก็อาจจะต้องขยายเวลาเรียนเพิ่มเติม มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ อย่างเช่น Cambridge University จะกำหนดให้นักศึกษาต้องผ่านการสอบความถนัดทางกฎหมาย LNAT (the National Admissions Test for Law) ก่อนเริ่มคอร์ส ส่วนหลักสูตรที่สูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไปจะใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 1 ปี โดยระยะเวลาในการเรียนจะขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาที่คุณเลือก
การเลือกสถานที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณควรเลือกเมืองให้เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องจากบ้านมาไกลเพื่อมาเรียนต่อ ซึ่งเสียทั้งเวลาและเงินเป็นจำนวนไม่น้อย จึงควรเลือกเมืองที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การเรียนรู้ และการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอย่างมีความสุข อย่าลืมพิจารณาถึงวัฒนธรรมโดยรอบสถานศึกษา ที่จะทำให้คุณอยู่ได้อย่างสบายใจ และได้รับประโยชน์จากการศึกษาอย่างเต็มที่
ก่อนยื่นใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการ คุณต้องตรวจเช็คให้ดีว่าผลการเรียนของคุณผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้หรือไม่ และคอร์สนี้ต้องใช้ระยะเวลาเรียนหลายปี คุณควรคำนวณให้รอบคอบว่า ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าที่พักและค่าครองชีพ อยู่ในระดับที่คุณสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่ หากไม่ได้มีความพร้อมด้านการเงินมากนัก ก็ควรมองหาสถาบันที่มีทุนสนับสนุนแก่นักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย
การเลือกสถาบันการศึกษาจะมีผลอย่างมากต่อการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการทำงานเป็นทนายความ หากได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง จะง่ายต่อการหาที่ฝึกงานในหน่วยงานด้านกฎหมายมากขึ้น และประสบการณ์ฝึกงานที่ดีก็จะมีประโยชน์อย่างมากต่อการหางานในอนาคต สถาบันการศึกษาอย่าง Cambridge, Oxford, Durham, University College London, Kings College London, Nottingham, Glasgow, Exeter และ Bristol ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านกฎหมาย ซึ่งหากต้องการเรียนในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ผู้สมัครจะต้องสอบผ่านความถนัดทางกฎหมาย LNAT (the National Admissions Test for Law) ก่อนเริ่มคอร์ส
อย่าลืมมองหามหาวิทยาลัยที่มีคอนเนคชั่นกับหน่วยงานด้านกฎหมาย สถาบันการศึกษาหลายแห่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักงานกฎหมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการหาประสบการณ์ฝึกงานเพิ่มเติมระหว่างเรียน และการหางานทำในอนาคตเมื่อจบการศึกษา