เรียนการค้าปลีกต่างประเทศ

เกี่ยวกับวิชานี้

  • เกี่ยวกับวิชานี้
  • สาขานี้เหมาะกับใคร
  • อาชีพและโอกาสงานในอนาคต
  • การสมัครเรียนสาขาการค้าปลีกและการจัดจำหน่าย
  • เรียนที่ไหนดี
Retail and Distribution

การค้าปลีกและการจัดจำหน่าย คือ กระบวนการขายสินค้าหรือบริการให้กับผู้บริโภคทั่วไป ที่ซื้อสินค้าไปเพื่อบริโภคเอง ใช้งานเอง การจัดจำหน่าย สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. การจัดจำหน่ายอย่างทั่วถึง กระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคจำนวนมาก 2. การจัดจำหน่ายแบบเลือกสรร 3. การจัดจำหน่ายแบบผูกขาด

เนื้อหาวิชานี้ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งในทางกายภาพ ไปจนถึงการตลาดสำหรับการค้าปลีกและการค้าส่ง รวมถึงเรียนเรื่องการจัดทำเอกสารทางกฎหมายเกี่ยวกับการค้าให้สมบูรณ์ครบถ้วน นอกจากนี้วิชาการค้าปลีกยังมีหลักสูตรเฉพาะทางอีกมากมาย อย่างเช่น การจัดจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิตอล และการจัดจำหน่ายอย่างยั่งยืน เป็นต้น

สาขานี้เหมาะกับใคร

หากคุณชื่นชอบเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจและกระบวนการผลิตสินค้า และสนใจอาชีพเกี่ยวกับการค้าปลีกและการจัดจำหน่าย คอร์สนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

หลักสูตรส่วนใหญ่ ผู้เรียนจะต้องเข้าฟังแลคเชอร์อย่างสม่ำเสมอ และเขียนงานส่งตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการวิจัยในหัวข้อที่สนใจนอกชั่วโมงเรียน และบางมหาวิทยาลัยนักศึกษาจะต้องฝึกปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อกำหนดของหลักสูตรอีกด้วย ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนคอร์สนี้ ควรจะพร้อมทำงานหนัก มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ และบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหารายวิชาจะมีเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจเป็นจำนวนมาก และมีเรื่องกฎหมายที่ครอบคลุมเรื่องการค้าปลีกด้วย ฉะนั้น ก่อนยื่นใบสมัครอย่าลืมถามตัวเองว่าคุณสนใจในหัวข้อเหล่านี้หรือไม่

อาชีพและโอกาสงานในอนาคต

บัณฑิตส่วนใหญ่นิยมทำงานในอุตสาหกรรมการค้าปลีก เช่นเป็น ผู้จัดการแผนกโลจิสติก หรือผู้จัดการฝ่ายขนส่งสินค้า ดูแลการจัดเก็บและการกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าเหล่านั้นไปถึงที่หมายตามกำหนดเวลา รายได้เฉลี่ยเริ่มต้นของผู้จบสาขาวิชาการค้าปลีกในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 15,000-18,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 712,500-855,000 บาท) อาจมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้บัณฑิตยังสามารถทำงานเป็นผู้จัดการร้านค้าปลีก ดูแลคลังสินค้าและคอยปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือทำงานเป็นผู้จัดการด้านการผลิต คอยกำกับดูแลประสานงาน และควบคุมกระบวนการผลิตให้บรรลุเป้าหมาย

หากต้องการศึกษาต่อ ก็มีศิษย์เก่าจำนวนมากที่นิยมเรียนคอร์ส Graduate Diploma in Law เพื่อเพิ่มเติมความรู้ทางด้านกฎหมาย ซึ่งอาจจะเรียนเกี่ยวกับกฎหมายเฉพาะทางด้านธุรกิจ และผันตัวไปทำอาชีพทนายความหรือนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจเป็นพิเศษ หรือผันตัวไปทำงานเป็นนักข่าวสายธุรกิจก็สามารถทำได้เช่นกัน

การสมัครเรียนสาขาการค้าปลีกและการจัดจำหน่าย

สาขาวิชาการค้าปลีกส่วนใหญ่ จะเปิดสอนในระดับปริญญาโท ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 2:1 ขึ้นไป และควรมีประสบการณ์การทำงานประกอบในด้านที่เกี่ยวข้องมาก่อน หลักสูตรส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 1 ปี หากต้องการเรียนหลักสูตรนอกเวลาบางมหาวิทยาลัยก็มีเปิดสอน แต่จะใช้ระยะเวลาในการเรียนยาวนานกว่าหลักสูตรปกติ และอาจมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่แพงกว่า

นอกจากนี้ก็ยังมีมหาวิทยาลัยบางแห่งเปิดสอนสาขาวิชาการค้าปลีกในระดับปริญญาตรี ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 3 ปี บางหลักสูตรกำหนดให้นักศึกษาต้องฝึกปฏิบัติงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะสมประสบการณ์ตรงในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ซึ่งก็อาจจะขยายเวลาเรียนเพิ่มไปอีก 1 ปี ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนระดับ 3 A-levels ขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง หรือเทียบเท่าสำหรับนักเรียนจากประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาต่างจากประเทศอังกฤษ และผู้มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะต้องสอบ IELTS ได้อย่างน้อย 6.0 คะแนนขึ้นไป

เรียนที่ไหนดี

เนื้อหาหลักสูตรส่วนที่เป็นภาคบังคับ แต่ละมหาวิทยาลัยจะสอนคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีรายละเอียดบางส่วนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่ามหาวิทยาลัยนั้นเน้นหัวข้ออะไรมากเป็นพิเศษ ลองถามตัวเองดูว่าคุณต้องการเชี่ยวชาญในด้านการผลิต หรือสนใจด้านการค้าปลีกมากกว่ากัน คุณควรเลือกหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต

ก่อนยื่นใบสมัครอย่าลืมตรวจเช็คข้อกำหนดในการรับเข้าศึกษา และความพร้อมทางด้านการเงินของตัวเอง คุณจะต้องมีเกรดและประสบการณ์ทำงานผ่านเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ และมีเงินมากพอสำหรับค่าธรรมเนียมการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนแก่นักศึกษาขาดแคลนเอาไว้ด้วย

คุณควรเลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานด้านการค้าปลีก บริษัทชั้นนำส่วนใหญ่ที่มีคอนเนคชั่นกับสถาบันการศึกษา มักคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานโดยดูจากชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ

การเลือกสถานที่ตั้งของสถานศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา คุณต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นเป็นเวลาถึง 3 ปี คุณควรเลือกเมืองที่มีสภาพแวดล้อมตรงกับบุคลิกภาพของตัวเอง คุณเป็นนักเข้าสังคมที่ชอบทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ มากหน้าหลายตา หรือเป็นคนรักความสงบที่ชอบสังสรรค์เป็นกลุ่มเล็กๆ มากกว่ากัน? นักศึกษาบางคนชอบที่จะอยู่ในเมืองใหญ่คึกคักเต็มไปด้วยสีสัน ในขณะที่บางคนก็อาจจะชอบเมืองเล็กที่อบอุ่นเงียบสงบ การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ และทำความรู้จักกับผู้คน เป็นส่วนสำคัญยิ่งของชีวิตนักศึกษา คุณควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้และสนุกไปกับมันให้มากที่สุด เพราะคุณอาจไม่มีโอกาสได้มาใช้ชีวิตแบบนี้อีกเมื่อเรียนจบไปแล้ว

ท๊อป 10 ประเทศเรียนต่อด้านการค้าปลีก

1
210
สหราชอาณาจักร
เข้าชม1,313ครั้ง ดู 61 หลักสูตร
2
211
สหรัฐอเมริกา
เข้าชม560ครั้ง ดู 103 หลักสูตร
3
134
นิวซีแลนด์
เข้าชม434ครั้ง ดู 5 หลักสูตร
4
9
ออสเตรเลีย
เข้าชม352ครั้ง ดู 23 หลักสูตร
5
63
ฝรั่งเศส
เข้าชม258ครั้ง ดู 8 หลักสูตร
6
168
สิงคโปร์
เข้าชม104ครั้ง ดู 6 หลักสูตร
7
32
แคนาดา
เข้าชม84ครั้ง ดู 17 หลักสูตร
8
84
ฮ่องกง
เข้าชม82ครั้ง ดู 4 หลักสูตร
9
114
มาเลเซีย
เข้าชม30ครั้ง ดู 14 หลักสูตร
10
154
ไอร์แลนด์
เข้าชม27ครั้ง ดู 7 หลักสูตร