เปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยสีเขียว” กันเถอะ
ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆได้พยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมของตนให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่มหาวิทยาลัย, ลดการใช้น้ำประปา และอื่นๆอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่นักเรียนทุกคนจะต้องทราบถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของสังคมแทบทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียที่ได้มีการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง มหาวิทยาลัยออสเตรเลียหลายแห่งได้มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน และสร้างแนวความคิดใหม่ๆมาปรับใช้ในมหาวิทยาลัย
เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง?
ด้วยการที่มหาวิทยาลัยทั่วออสเตรเลียหลายแห่ง ได้มีการอัพเดทและออกกฎเกี่ยวกับการควบคุมการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อสภาพแวดล้อมและการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยระดับต้นๆบางแห่งก็ได้มีการประกาศเป็น “Green University” ไปแล้ว
ด้วยความหลากหลายของหลักสูตรและสภาพของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทำให้มีการตั้งแนวทางร่วมกันว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ดังนี้ :
1. สร้างหลักสูตรสำหรับนักเรียนในการศึกษาเกี่ยวกับ ระบบนิเวศ, สิ่งแวดล้อม, ความยั่งยืนและสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ ‘Green’
2. มีกฎควบคุมด้านงานวิจัยและหลักสูตร
3. พยายามลดการสร้างคาร์บอนให้น้อยลงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
4. ลดการใช้พลังงานและการใช้น้ำ และเพิ่มสมดุลของระบบนิเวศ
5. เป็นมหาวิทยาลัยไร้คาร์บอนภายใน 20 ปี
6. ออกแบบและสร้างตึกและระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับ Green Star
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและการเริ่มต้นใหม่ๆทั้งหมดในครั้งนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและเป็นจริงมากขึ้น เพราะนักเรียนต่างให้ความสำคัญและปฏิบัติตามกฎเพื่อสร้างภาวะสิ่งแวดล้อมสีเขียว
สุขภาพและการเรียนรู้
ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูวุ่นวายและยุ่งยากในช่วงแรก แต่ระบบสาธารณูปโภคและอาคารแบบรักษ์โลกนี้ จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ และช่วยสร้างการเรียนที่ดีด้วย โดยการศึกษาของอเมริกามีผลออกมาว่าอาคารแบบรักษ์โลกจะช่วยพัฒนาสุขภาพของนักเรียนและอาจารย์ได้มากถึง 41.5% เพราะช่วยลดการเกิดอาการภูมิแพ้, ไข้หวัดและอาการปวดศีรษะ
สิ่งที่โครงสร้างอาคารรักษ์โลกพึงมี คือ คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น, แสงสว่างที่เพิ่มขึ้นและการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาของอเมริกา ได้แสดงว่าแสงสว่างที่เพียงพอและอากาศที่บริสุทธิสามารถพัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้มากถึง 25% เรียกได้ว่าสร้างความแตกต่างกับนักเรียนที่เรียนในอาคารแบบเก่าอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ โครงสร้างอาคารแบบรักษ์โลกยังถูกออกแบบมาโดยลดการสร้างก๊าซคาร์บอน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะถูกออกแบบด้วยคอนเซปต์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สร้างความยั่งยืนให้กับมหาวิทยาลัย ซึ่งผลลัพธ์ท้ายสุดก็คือนักเรียนได้ใช้สาธารณูปโภคที่ทนทานและทันสมัย ที่สร้างประโยชน์ให้กับคุณภาพชีวิต ดังนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่ทุกคนเต็มใจที่จะทำให้มหาวิยาลัยของตัวเองกลายเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว
การรับรู้และระบบการศึกษา
ในเรื่องของการรับรู้และระบบการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆก็ได้จัดให้มีหลักสูตรและการสร้างระบบสื่อสารที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ทั้งในเรื่องของการใช้สาธารณูปโภค (น้ำประปาและไฟฟ้า) และการรีไซเคิล
โดยจากมุมมองของนักเรียน เรื่องของมหาวิทยาลัยสีเขียวนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและวุ่นวาย แต่ถ้าตราบใดที่ผลลัพธ์ที่ออกมาสามารถพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสร้างความสะอาดให้กับตัวมหาวิทยาลัยได้แล้วละก็ พวกเขาก็ยอมรับและทำตามได้อย่างจริงใจ
มหาวิทยาลัยสีเขียวสามารถสร้างความแตกต่างได้จริงหรือไม่?
แน่นอนว่ามันสามารถทำได้! เพราะมันทำให้นักเรียนได้ใช้ระบบสาธารณูปโภคที่ดีขึ้น, พัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงาน และสถานที่ที่สะอาดและเป็นระเบียบ
เรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นของสังคมในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยจะต้องสื่อสารและให้ความรู้เรื่องนี้กับนักเรียน ให้พวกเขาทราบถึงความรับผิดชอบที่พวกเขาพึงปฏิบัติ เพราะระบบมหาวิทยาลัยสีเขียวไม่ได้เพียงแค่พัฒนาความเป็นอยู่ของนักเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมของประเทศและของโลกด้วย