อยากเรียนต่ออเมริกา จะไปเรียนที่ไหนดี มหาลัยไหนน่าไปเรียนบ้าง มาดู 5 มหาลัยดังในอเมริกาที่เข้าไม่ยากอย่างที่คิด
"อะไรเอ่ย ลุ้นกว่าหวย แม้ไม่ได้ทำให้รวยทันที?"
ตอบ ตอนเปิดอีเมลที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยที่สมัครไป แล้วต้องลุ้นว่าเค้าจะให้ offer หรือไม่น่ะสิคะคุณผู้ช้มมม
จำได้ว่าตอนสมัครเรียนต่อต่างประเทศเนี่ย ช่วงลุ้นผลว่าจะได้หรือไม่ได้ offer เนี่ย คือช่วงที่ลุ้นหนักมาก อยากได้ offer จากทุกที่เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็ต้องมีผิดหวังบ้างเป็นเรื่องธรรมดา บางทีนี่เปิดอีเมล 5 ฉบับรวดได้คำตอบแบบเซย์ โน กันหมด ก็มีท้อบ้างเหมือนกันค่ะ
แต่อย่าเพิ่งคอตกและคิดว่าการเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องยากเกินไปนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายที่ ที่มีคุณภาพ การเรียนการสอนดีเยี่ยม แต่เค้ายินดีรับนักศึกษาเข้าใหม่ไปเยอะมาก ๆ เรียกว่าส่วนใหญ่คนที่สมัครก็ได้รับ offer หมด ถ้าพูดตามสถิติแล้วก็เกือบ 90% เลยค่ะ สูงมากจริงๆ
เรียนต่ออเมริกา ต้องใช้อะไรบ้าง?
แต่ละมหาลัยอาจจะขอเอกสารไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราขอแนะนำให้อ่านรายละเอียดในเว็บของมหาลัยนั้น ๆ ให้ดีค่ะ (ถึงจะให้เอเจ้นท์ช่วยแล้วแต่เราก็ควรเช็คอีกรอบด้วยนะ) แต่ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะขอเอกสารประมาณนี้
-
Letters of Recommendation จดหมายแนะนำที่เราขอได้จากอาจารย์หรือหัวหน้าของเรา
-
Transcripts for bachelor’s degrees or equivalent ทรานสคริปต์ ใบปริญญา
-
Entrance exam scorecards – TOEFL / GRE / GMAT / MCAT / LSAT ผลสอบวัดผลภาษาอังกฤษต่าง ๆ
-
Statement of Purpose
-
Passport พาสปอร์ต
-
Resume or CV
-
Other academic transcripts ใบทรานสคริปต์อื่น ๆ (ถ้ามี)
-
Application confirmation copy สำเนาใบสมัครและใบยืนยันการสมัคร
-
Proof of funds หลักฐานยืนยันการเงิน
-
Research proposal / any portfolio บางหลักสูตรเค้าจะขอหัวข้องานวิจัยหรือ portfolio ของเราด้วย
แล้วไปเรียนต่ออเมริกา ต้องสอบอะไรบ้าง?
และอย่าลืมไปสอบ TOEFL, GMAT, GRE หรือการสอบวัดผลอื่น ๆ ตามที่เค้าขอด้วยนะคะ
Step-by-step ขั้นตอนการไปเรียนต่ออเมริกา อัพเดทล่าสุด
Infographic ไปเรียนต่ออเมริกาใช้เงินเท่าไหร่ - รวมค่าครองชีพในอเมริกาแบบม้วนเดียวจบ
เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา
รวมมหาลัยดังในอเมริกาที่มีอัตราการให้ offer สูงมาก สมัครแล้วมีเปอร์เซ็นต์ได้เข้าเรียนต่อสูงสุด ๆ
ในเมื่อคราวที่แล้วเราพูดถึงมหาวิทยาลัยใจกว้างที่ทำให้การเข้าเรียนเป็นเรื่องง่าย ๆ ในสหราชอาณาจักรไปแล้ว คราวนี้เราก็ไม่พลาดที่จะเอาสหรัฐอเมริกา ประเทศในฝันของใครหลาย ๆ คนมาฝากกันค่ะ มาดูกันเถอะว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่เข้าง่าย ได้ดีกรีดีกันบ้าง
1. Colorado State University
อัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียน: 87%
-
เป็นมหาวิทยาลัย ranking ดีมาก ติดระดับท็อป 35 ของสหรัฐอเมริกา (US News & World Report 2024) และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยการวิจัยระดับชั้นนำของประเทศ
-
มีอัตราส่วนนักเรียนต่ออาจารย์ที่ดีมาก คือ นักเรียน 16.2 คนต่ออาจารย์ 1 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดี แปลว่าคลาสจะไม่ใหญ่มาก เราสามารถเข้าถึงอาจารย์ได้ง่าย มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามกันได้
-
เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ทำให้ค่าเล่าเรียนถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนค่อนข้างเยอะ
2. University of Toledo
อัตราการรับเข้าเรียน: 95%
-
การเรียนการสอนอยู่ในมาตรฐานระดับโลก นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นแล้ว ยังมีการฝึกงาน เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเรียนจบออกไปหางานอีกด้วย นักศึกษาที่เรียนที่นี่จะมีโอกาสได้เข้าไปทดลองฝึกงานในบริษัทหลายแห่ง ทั้งบริษัทขนาดเล็ก ไปจนถึงบริษัทที่มีเครือข่ายระดับโลก
-
ไม่ใช่แค่เด่นเรื่องการเรียนอย่างเดียว ที่นี่ยังเหมาะกับสายกิจกรรมทุกคน เพราะเค้ามีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักเรียนเข้าร่วมเยอะมาก เช่น ทัวร์พิพิพิธภัณฑ์ เที่ยวสวนสัตว์ แข่งกีฬา ทำกิจกรรมกลางแจ้งและอื่น ๆ ใครกลัวมาเรียนแล้วเบื่อ ทิ้งความคิดนี้ไปได้เลย
-
ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเมืองที่มีทั้งความทันสมัยและประวัติศาสตร์สุดเก๋า เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมาก ๆ เรียกว่าเป็นเมืองที่สเน่ห์ล้นจริง ๆ แถมยังเดินทางไปเมืองใหญ่อื่น ๆ ได้สะดวกอีกด้วย
3. University of Texas at Arlington (UTA)
อัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียน: 88%
-
แคมปัสของเค้ามีพื้นที่กว้างขวางมากถึงราว ๆ 420 เอเคอร์ภายใน Dallas-Forth Worth metroplex โดดเด่นด้วยโลเคชั่นเพราะตั้งอยู่ใจกลาง Texas และในวิทยาเขตนี้คือมีทุกอย่างครบมาก ๆ ตั้งแต่อาคารเรียนที่โมเดิร์นสุด ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อุปกรณ์ทุกอย่างเค้าก็ลงทุนจัดหามาอย่างดี ได้ฟีลพรีเมี่ยมมาก
-
มีจุดเด่นที่ค่าเรียนไม่แพงเว่อร์ หลาย ๆ หลักสูตรอย่างเช่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ในบางมหาวิทยาลัยจะค่าเรียนสูงมากจนเห็นแล้วท้อ แต่ที่นี่ค่าเรียนค่อนข้างสมเหตุสมผล และยังมีทุนการศึกษา หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่นักเรียนที่ประสบปัญหาด้วย
-
ส่วนถ้าใครจะมาเรียนต่ออเมริกา แล้วกลัวว่ามีคนไทยเยอะ อาจจะไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเท่าไหร่ อันนี้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่เค้ามีนักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนเยอะมาก และมาจากกว่า 100 ประเทศเลย ดังนั้นเราจะมีโอกาสได้ฝึกภาษาอังกฤษเต็ม ๆ
4. University of Cincinnati
อัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียน: 76%
- มีการเรียนการสอนในแบบ co-op คือ นักศึกษาที่นี่จะได้เรียนไปด้วยและมีโอกาสทำงานไปด้วย โดยเป็นการทำงานเต็มเวลาในสาขาวิชาและสาขาอาชีพของเราเอง (ใช้เวลาทำงานระหว่าง 15 ถึง 18 สัปดาห์) ที่เด็ดสุดคือนักศึกษาจะได้รับค่าจ้างเต็ม 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ด้วย เรียนไป ทำงานไป แฮปปี้สุด ๆ มงฯ ลงแล้วหนึ่ง
- เป็นมหาวิทยาลัยที่โฟกัสด้านการวิจัยแบบเข้มข้นมาก ถึงขนาดได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ tier one และยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนึ่งในมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำที่ดีที่สุดของประเทศ” โดย U.S. News & World Report เลยด้วย เอ้า ขอมงฯ อีกรอบค่า
- ความปังยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะมหาลัยแห่งนี้ติดหนึ่งใน 100 อันดับมหาลัยที่พรั่งพร้อมไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ และวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของโลก นอกจากนี้ตัววิทยาเขตของเค้าก็ยังติดโผมหาลัยที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย
5. Kent State University
อัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียน: 84%
-
มีหลักสูตรให้เลือกเรียนเยอะมาก กว่า 350 คอร์สกันเลย จะเรียนต่อป.ตรีหรือป.โทก็มีให้เลือก
-
มีวิทยาเขตทั้งหมด 8 แห่งทั่วรัฐ Ohio พื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์การเรียนทันสมัย
-
มีชมรมสำหรับนักศึกษาประมาณ 400 ชมรม พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ อีกเพียบ สนใจด้านไหนก็มีชมรมให้เข้าชัวร์ ๆ
Credit:
https://yocket.com/blog/usa-universities-with-high-acceptance-rate
https://www.timeshighereducation.com/world-university-rankings
https://studyinternational.com/news/5-reasons-choose-uta-degree-engineering/
https://news.utoledo.edu/index.php/04_25_2023/u-s-news-world-report-ranks-utoledo-graduate-programs-among-nations-best
https://www.commonapp.org/explore/colorado-state-university
https://www.usnews.com/best-graduate-schools/top-business-schools/the-university-of-texas-at-arlington-01221
https://www.facebook.com/uofcincinnati/
https://www.kent.edu/about
https://www.utoledo.edu/admission/