สิ่งหนึ่งที่ควรรู้ทุกครั้งก่อนไปต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็คือ กฎหมายในประเทศนั้นๆ ยิ่งหากต้องไปเรียนต่อเป็นระยะเวลา 1-2 ปี (หรือบางครั้งก็มากกว่า) แล้วยิ่งจำเป็นต้องรู้ เพราะตลอดระยะเวลานั้น อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการโกง การเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ การรู้กฎหมายไว้ก่อนจะทำให้นักเรียนนอกรู้สิทธิของตัวเองและปกป้องสิทธินั้นไม่ให้โดนเอาเปรียบได้
ย้ำว่ากฎหมายเมืองนอกคือเอาจริง ปรับจริง จ่ายจริง ไม่มีการเล่นเส้นเบี้ยวไม่จ่ายแบบบ้านเรา ดังนั้นหากเจอการกระทำที่ผิดกฎหมาย กดขี่เรา ก็เอากฎหมายเข้าสู้ได้เลย อย่าไปกลัวเด้อ
วันนี้ IDP Hotcourses Thailand เลยขอนำกฎหมายในอังกฤษที่นักเรียนที่อยากไปเรียนต่อควรรู้กัน จะมีข้อไหนบ้าง ตามไปดูเพื่อเช็คสิทธิตัวเองได้เลย
ถ้าเช่าห้องอยู่กับรูมเมต ทุกคนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยกัน
ในต่างประเทศ ในอพาร์ทเมนต์หนึ่งอาจมีรูมเมตได้มากกว่า 1 คน และหากว่าเราตกใจเซ็นสัญญาเช่าร่วมกันแล้ว ทุกคนต้องรับผิดชอบค่าห้องทุกคน หลายคนอาจคิดว่าก็แน่นอนอยู่แล้วสิ แต่ในทีนี้คือ หากมีรูมเมตคนใด ไม่มีเงินจ่าย หรือจู่ๆ ก็หายไปเลย ทิ้งห้องไว้ ติดต่อไม่ได้ ค่าใช้จ่ายที่หารของรูมเมตคนนี้ เราก็ต้องรับผิดชอบด้วย! คือต้องจ่ายให้เค้าแทน เพราะเซ็นสัญญาเช่าร่วมกันไปแล้ว
ดังนั้นเวลาจะเช่าห้องร่วมกันเพื่อน ต้องหาคนที่ไว้ใจได้และควรมีความรับผิดชอบเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วย หรืออาจจะให้แต่ละคนโอนเงินไปให้เจ้าของห้องโดยตรงเลย (อย่ามาเก็บเงินสดทีเดียวแล้วจ่าย) เพราะหากใครคนใดคนหนึ่งไม่โอนไป เจ้าของห้องจะได้ไปตามกับคนนั้นก่อน
เจ้าของห้อง / เจ้าของบ้าน (landlord) ไม่สามารถมาหาเมื่อไหร่ก็ได้
ใครที่คิดว่า โอเค เราเช่าบ้าน เช่าห้องอยู่ เจ้าของจะแวะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ผิดจ้า! เพราะกฎหมายอังกฤษก็แคร์ความเป็นส่วนตัวผู้เช่าเหมือนกันนะ ดังนั้นเจ้าของห้องจึงไม่ใช่คิดจะมาก็มา ต้องมีเหตุผลชัดเจน ยอมรับได้ เช่น อาจต้องมีตรวจห้อง หรือมาซ่อมบำรุง นอกจากนี้เจ้าของก็ต้องติดต่อผู้เช่าก่อนจะเข้ามาหาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
เจ้าของห้องจะขึ้นค่าห้องตามใจชอบไม่ได้
การขึ้นค่าเช่านั้นขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าที่เซ็นไป ดังนั้น ก่อนจะเซ็นสัญญาอะไรต้องอ่านให้ถี่ถ้วนก่อน หากสัญญเช่าเป็นแบบกำหนดเวลา (เช่น สัญญาเช่า 9 เดือน) เจ้าของห้องจะไม่สามารถขึ้นค่าเช่าได้ระหว่างนี้หากเราไม่ยินยอม เพราะกฎหมายนี้ทำให้เจ้าของห้องหลายคนไม่ค่อยขึ้นค่าเช่าเท่าไหร่ ยกเว้นว่าจะมีเหตุผลจริงๆ เช่น ผู้เช่าขอเปลี่ยนระยะสัญญาเช่า หรือหากสัญญาเช่าเป็นแบบระยะยาว เรื่อยๆ เจ้าของห้องต้องได้รับอนุญาตจากเราก่อนจะขึ้นค่าเช่ามากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี
นอกจากนี้ ต้องรู้ว่า เราในฐานะผู้เช่ามีสิทธิที่จะได้เช่าห้องในราคาที่สมเหตุสมผล แน่นอนว่ามีห้องมีหลายราคา แต่การขึ้นค่าเช่าหลายเท่าตัวจากราคาตลาดเพราะไม่ชอบหน้าผู้เช่าก็เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เช่นกัน
ห้อง / บ้าน (Property) ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
กฎหมายมีการคุ้มครองว่าผู้เช่าห้องควรได้รับสิทธิตามมาตรฐานที่ผู้เช่าควรได้รับ นั่นคือ ห้อง/บ้าน/อพาร์ทเมนต์ต้องมีความร้อนเพียงพอ (หรืออย่างน้อยคือต้องทำให้มีความอุ่นได้ -- เช่นการปิดเปิดฮีตเตอร์) ต้องระบายอากาศ มีเแสงเพียงพอ ทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพที่ดี แก๊ส น้ำ และไฟฟ้าต้องใช้ได้ ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย ห้องต้องปิดล็อคได้อย่างดี เฟอร์นิเจอร์และของใช้อื่นๆ (เช่นโคมไฟ เครื่องซักผ้า) ต้องได้รับการรับรองว่าปลอดภัย
การระบายอากาศคือสิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะ 61% ของผู้เช่าในอังกฤษบอกว่าพวกเขาอยู่ในบ้านที่ชื้อและมีเชื้อรา (เพราะการระบายอากาศไม่เพียงพอ) และหลายครั้งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องเป็นคนปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้ขึ้น
เมื่อเลิกเช่าแล้ว ต้องได้รับมัดจำคืน
ค่ามัดจำเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 700 ปอนด์และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไปอยู่ที่ 2,700 ปอนด์ (ในลอนดอน) ภายในปี 2026 การไม่ได้ค่ามัดจำคืนก็ยอมไม่ได้! เพราะเงินส่วนนี้ไปทำอะไรได้อีกมาก กฎหมายระบุไว้ว่าผู้เช่ามีสิทธิได้รับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวน หากไม่ค้างค่าเช่าใดๆ ไม่ทำทรัพย์สินหรือเฟอร์นิเจอร์เสียหายเกินว่าค่าซ่อมแซม
โดยปกติแล้ว ใรอังกฤษ เงินมัดจำจะจ่ายผ่านโครงการเงินฝากค่าเช่า (tenancy deposit scheme) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เช่าเอาเงินมัดจำกลับมาได้หากเจ้าของไม่ยอมจ่ายคืน และหากเจ้าของอ้างว่าเราไม่จ่ายเงิน หรือทำของเสียหายเพื่อจะไม่คืนเงินมัดจำ ผู้เช่าควรมีหลักฐานแสดงด้วย ควรเช็คทุกอย่างให้ครบเมื่อย้ายเข้าไป และขอให้เจ้าของรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรเลยว่าทุกอย่างโอเคนะ นอกจากนี้ควรบันทึกการจ่ายค่าเช่าไว้ด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลังจ้า
นายจ้างไม่สามารถบังคับให้ทำงานนอกเวลาได้
หลายครั้งการจ้างงานของนักเรียนนอกที่ทำงานพาร์ทไทม์ มักเป็นการจ้างงานแบบไม่เป็นทางการ ทำให้นายจ้างสามารถให้เราทำงานเกินเวลาที่กำหนดได้ หรือทำงานที่ไม่ตรงเวลาเข้าสังคม (anti-social hours) เช่น งานในบาร์ที่ต้องทำกลางคืน
กฎหมายกำหนดให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนอังกฤษ สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้นในระหว่างเปิดทเอม หากนายจ้างบอกให้ทำมากกว่านี้ หากเราไม่ทำ เขาไม่สามารถเลิกจ้างเราได้ นอกจากนี้เรายังมีสิทธิที่จะได้รับเวลาพักที่เหมาะสมด้วย
ลูกจ้างต้องได้รับค่าแรงขั้นต่ำ
อ้างอิงค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดในวันที่ 1 เมษา 2025 ค่าจ้างในอังกฤษนั้นจะแบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้
อายุต่ำกว่า 18 ปี จะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 7.55 ปอนด์ต่อชั่วโมง
อายุระหว่าง 18-20 ปี จะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 10.00 ปอนด์ต่อชั่วโมง
อายุ 21 ปีขึ้นไป จะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 12.21 ปอนด์ต่อชั่วโมง
ส่วนเด็กฝึกงานจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 7.55 ปอนด์ต่อชั่วโมง
นี่คือค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมงที่ควรได้รับ และทิป ไม่ใช่ค่าแรงขั้นต่ำนะ!
7 อาชีพน่าสนใจ หางานง่าย(ขึ้น)ในอังกฤษ
Source: Everything You Need To Know About International Student Rights In UK
