สวัสดีค่าซิสสส
มิส หรือ Miss Detective Diva เป็นนักสืบดิจิทัลที่คัดสรรคข้อมูล ย่อยข้อมูลและความคิดเห็นที่น่าสนใจของชาวเน็ต ในประเด็นการเรียนต่อนอก ประเด็นไหนเป็นเผือกร้อน มิสพร้อมลุยค่ะ ส่วนออฟฟิศมิสก็คือ Hotcourses Thailand นี่แหละ!
วันนี้รายงานของมิสขอพาขึ้นเครื่อง บินไปอเมริกาค่ะ ไปดูกันว่าชาวเน็ตหาที่หอพักอย่างไร!
เริ่มจากกระทู้แรก ขอปรึกษาเรื่องการหาหอพักนักศึกษาในอเมริกาค่ะ ที่จขกท. บอกว่าตัวเองกำลังไปเรียนปริญญาโทที่อเมริกา มีหลายคอมเม้นท์มาแนะนำค่ะ
คุณ JeFFcroSS บอกว่า “ส่วนใหญ่พอหักแบบ on campus จะ random roommate ให้ถ้าหากเราไม่ได้มีเพื่อนมาสมัครด้วย
ส่วน off campus ส่วนใหญ่ต้องหา roommate เองเพื่อมาเซ็น lease ด้วยกันกับเรา
Off campus ส่วนใหญ่จะต้องเซ็น lease 1 ปี ถ้าบางที่ยอมให้เซ็นสั้นกว่านั้นส่วนใหญ่ก็จะค่า rent แพงกว่าปกติ ส่วน on campus น่าจะได้อันนี้แล้วแต่ทางมหาลัย"
คุณ สมาชิกหมายเลข 3640828 บอกว่า
“ลองหาจาก
- กรุ๊ปเฟสบุ๊คของนักศึกษามหาวิทยาลัยนั้นๆ น่าจะมีทุกที่อยู่แล้ว
- reddit ของมหาวิทยาลัย อาจมีคนพูดคุยเรื่องที่พักนั้นๆว่าเป็นอย่างไร
- อ่านรีวิวจากเว็บ apartment.com กับ รีวิวใน google map
ค่าเช่าส่วนมากไม่รวมค่าไฟและอินเทอร์เน็ต บางที่อาจมีฟรีไวไฟ บางอพาร์ทเม้นท์มีเฟอร์นิเจอร์ให้ แต่ส่วนมากไม่มี
ก่อนเราย้ายมหาวิทยาลัยในอเมริกา เราใช้เวลาเสิร์ชกูเกิ้ลกับเว็บอพาร์ทเมนท์,อ่านรีวิว รวมๆกันไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมง เดินในGoogle street เลยว่าจากที่พักไปมหาวิทยาลัยเป็นยังไง เลือกที่พักใกล้มหาวิทยาลัยคนที่พักส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษาด้วย บางคนว่าอาจเสียงดังถ้ามีปาร์ตี้ แต่เราว่ามันปลอดภัยดีสำหรับเรา”
ในกระทู้ เรียนต่ออเมริกา 2 ปี ขอคำแนะนำหาที่พัก Off Campus
คุณ สมาชิกหมายเลข 1450173 บอกว่า “ตอนนี้เราอยู่เมกา จากประสบการณ์ ช่วง 1-3 วันแรก เราเช่า motel ไปก่อนเพราะมันถูกดี หลังจากนั้นไปดูสถานที่จริง ในละแวกที่เราต้องการ พบกับเจ้าของเอง ทำให้เรารู้ว่านิสัยใจคอเป็นยังไง เรารับได้ไหมและตรวจสถานที่ๆเราจะเช่า ว่าชอบหรือเหมาะสมกับราคารึเปล่า สภาพแว้ดล้อมรอบข้างแลดูปลอดภัยไหม เพราะถ้าเราจองทางอินเตอร์เน็ต เราจะไม่เห็นอะไรพวกนี้ อย่างแน่นอน อย่ารีบร้อน อย่ากลัวว่ามันจะหมด ถ้ามาหาดู มีที่สวยๆกว่าในเน็ตเยอะมาก ”
ในกระทู้เดียวกัน คุณมันเผา บอกว่าตัวเองใช้วิธี “เสิชกู้ชเกิ้งเอาค่ะ ว่า apartment ในย่านที่เราสนใจอยากอยู่ แล้วมันก็จะขึ้นเวปเอเย่น apartment ในละแวกนั้นมาเต็มเลย อย่างเช่น
http://www.bozzuto.com/regions/arlington-apartments แนวๆนี้ค่ะ
พอเข้าไปดูสนใจห้องไหนเราก็กรอกอีเมล ไปถาม เวปก็จะลิ้งไปหาแลนลอร์ดให้ค่ะ
สัก1-2 วัน landlord ก็จะอีเมลตอบกลับมา ถ้าราคาโอเค สิ่งอำนวยความสะดวกโอเค ก็ตกลงทำสัญญา ทำได้ผ่านทางอินเตอเนตเลยค่ะ ไม่ตัองมีเพื่อนหรือคนรู้จักไปจัดการให้
กรณีเป็นนักเรียน เขาอาจขอs tatement หรือ สลิปเงินเดือน เพื่อดูว่าเราพอมีกะตังจ่ายค่าห้องค่ะ ก็ใช้ statement ของพ่อแม่ที่ใช้ทำวีซ่า สแกนไปเลย แล้วก็จ่าย" ค่าจองห้อง" ผ่านทางบัตรเครดิต มีเซ็นสัญญาออนไลน์กันเลย แล้วก็รอ move in ค่ะ อพาร์ทเม้นอาจขอให้ทำ insurance เพิ่มเติม ตกปีละ10-20$ เองค่ะ ไปยื่นให้เขาดูวัน move-in เพิ่มเติม”
ลองมาดูเว็บไซต์ที่นักเรียนนอกมักใช้หาที่พักในอเมริกากันค่ะ
ในกระทู้นี้ คุณ PicNick บอกคล้ายๆ กับความเห็นข้างบนๆ ว่า “ต้องดูดีดีจริงๆค่ะ หรืออีกทางคือ หาเช่า Airbnb อยู่ก่อนสักอาทิตย์แล้วหาลู่ทาง เราเคยเช่าอยู่ 3 วันเพราะบ้านที่เช่าไว้ยังเข้าอยู่ไม่ได้ ลองคุยกับเจ้าของบ้าน airbnb เค้าบอกถ้าสนใจเค้าให้อยู่แบบรายเดือนก็ได้ แต่ตอนนั้น เราเซ็นสัญญาบ้านที่จองมาไปแล้ว
เข้ากลุ่มคนไทยในเฟสบุ๊คก็อีกทางค่ะ ถ้าเมืองใหญ่ๆก็หาได้ง่ายหน่อย”
อีกอย่างนึงที่มิสเห็นชาวเน็ตแนะนำกันมาเยอะมากก็คือการสอบถามกับมหาวิทยาลัยก่อนค่ะ คือในมหาลัยจะมี center ที่ดูแลนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะอยู่แล้ว ที่นี่สามารถให้ข้อมูลเรื่องหอพักทั้งในแคมปัส (หอใน) และนอกแคมปัส (หอนอก) ได้แน่นอน
สำหรับหอนอกแล้ว เผลอๆ ทางมหาลัยอาจมีลิสต์ให้ด้วยซ้ำค่ะ ถือเป็นการคัดกรองหออีกทางเลย
** อย่าเชื่อทุกอย่างบนเว็บไซต์หาบ้านนะคะ ควรตรวจสอบแลนลอร์ดให้ดี หารีวิวอ่าน หากเป็นไปได้ควรไปดูห้องด้วยตัวเองค่ะ**
มิสขอเพิ่มเติมเรื่องค่าที่พักในแต่ละเมืองคร่าวๆ นะคะ อย่างที่รู้กันคือ เมืองใหญ่ ค่าครองชีพจะแพงกว่าเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กนะ
|
เมือง |
ค่าเช่าหอพัก (/เดือน) |
|
บอสตัน |
$1,500-3,000 |
|
นิวยอร์ก |
$1,700-3,000 |
|
ซานฟรานซิสโก |
$2,200-4,000 |
|
ชิคาโก |
$1,000-1,500 |
|
ลอส แองเจเลส |
$1,500-2,500 |
|
ฟิลาเดลเฟีย |
$1,200-1,500 |
วิธีหาที่พักนักเรียนในอเมริกาแบบม้วนเดียวจบ