เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโท สาขากฎหมาย เรียนต่อ LLM ในอเมริกา พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: แนะนำหลักสูตรและสาขา

เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโท สาขากฎหมาย ในอเมริกา พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

เจาะลึกเรียนต่อนิติศาสตร์ กฎหมายในระดับปริญญาโทในอเมริกา เส้นทางการเป็นนักกฎหมายในอเมริกา

share image

ประเภทปริญญาด้านกฎหมายในอเมริกา

    

  • ในอเมริกา นักศึกษาไม่สามารถเรียนกฎหมายเป็นปริญญาตรีได้ ใครที่อยากเรียนต่อด้านกฎหมายต้องเรียนปริญญาตรีด้านใดก็ได้ก่อน (เช่น Political Science, History, Business ฯลฯ) แล้วสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาด้านกฎหมาย หรือ J.D. (Juris Doctor) ซึ่งถือเป็นวุฒิระดับ ปริญญาโทวิชาชีพ (Professional Graduate Degree)

 

  • ปริญญาโทด้านกฎหมาย
    • Juris Doctor (JD) ปริญญาโทสาขากฎหมาย เรียนกฎหมายพื้นฐาน เช่น Constitutional Law, Contracts, Criminal Law, Civil Procedure, Property, Legal Writing เป็นต้น
    • Master of Laws (LLM) ปริญญาโท ใช้เวลาเรียน 1 ปี 

 

Juris Doctor (JD) และ Master of Law (LLM) ในอเมริกาต่างกันอย่างไร

 

    ในอเมริกา Juris Doctor (JD) เป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท สาขากฎหมาย ที่คนที่จะเรียนต่อหลักสูตร JD ได้ ต้องจบหลักสูตรอื่นๆ มาก่อนในระดับปริญญาตรี 

 

    ส่วนหลักสูตร LLM เป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท สำหรับคนที่เรียนกฎหมายมาแล้ว หลักสูตร LLM จึงเหมาะสำหรับคนที่มีวุฒิ “นิติศาสตรบัณฑิต” จากประเทศอื่นและต้องการต่อยอดความรู้ หรือสอบใบอนุญาตในบางรัฐของอเมริกา

    

ปริญญาโทกฎหมายในอเมริกา เรียนกี่ปี 

 

    ในอเมริกา หลักสูตร Juris Doctor (JD) ใช้เวลาเรียน 3 ปี 

    ส่วนปริญญาโท ในหลักสูตร LLM นั้นใช้เวลาเรียน 1 ปี  (แบบ full-time)

 

มหาวิทยาลัยท็อปด้านกฎหมายในอเมริกา

 

    อ้างอิงจาก QS World University Rankings by Subject 2025 ในสาขา Law & Legal Studies จัดอันดับมหาลัยในอเมริกาที่โดดเด่นด้านกฎหมาย ดังนี้

 

    Harvard university

    Yale University

    Stanford University

    University of California, Berkeley

    Columbia University

    New York University (NYU)

    University of Chicago

    University of California, Los Angeles (UCLA)

    Georgetown University

    University of Pennsylvania

 

 

ค่าเทอมเรียนต่อปริญญาโทสาขากฎหมายในอเมริกา

 

    ค่าเทอมจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าเทอมสาขานิติศาสตร์ หรือด้านกฎหมยในอเมริกา จะอยู่ที่

  • หลักสูตร J.D. ประมาณ US$30,000-$50,000 ต่อปี
  • .โท (LLM) ประมาณ US$70,000 USD ต่อปี

        

บริษัทกฎหมายชื่อดังในอเมริกา 

 

    ในอเมริกา จะเรียกสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปในวงการ ว่า Big Law บริษัทกฎหมายเหล่านี้มีรายได้ต่อปีสูง มีสำนักงานหลายเมืองและหลายประเทศทั่วโลก และมักได้คดีว่าความแบบ high-profile

 

    Kirkland Ellis 

    Latham Watkins 

    Skadden, Arps, Slate, Meagher & Flom

    Cravath, Swaine & Moore

    Sullivan & Cromwell

    Sidley Austin

    Norton Rose Fulbright 

    Baker McKenzie

    White & Case

 

 

เงินเดือนบัณฑิตสาขากฎหมายในอเมริกา

 

        ในอเมริกา รายได้ของนักกฎหมายถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ US$80,000 – $105,000 ต่อปี รายได้จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ สาขากฎหมายที่เชี่ยวชาญ รวมถึงสถานที่ทำงาน (ในเมือง/ในภูมิภาค) และบริษัทด้วย 

 

    หากทำงานในบริษัท Big Law อาจมีรายได้เริ่มต้นเฉลี่ย $225,000 ต่อปี หากทำงานในบริษัทขนาดกลางอาจมีรายได้อยู่ที่ $90,000 – $140,000 ต่อปี ส่วนนักกฎหมายสาย NGOs จะมีรายได้ประมาณ $50,000 – $70,000 ต่อปี และหากเป็นที่ปรึกษากฎหมายในบริษัทเอกชน อาจมีรายได้อยู่ที่ $80,000 – $120,000 ต่อปี 

 

 

โอกาสการทำงานต่อด้านกฎหมายในอเมริกา

 

    อาชีพนักกฎหมายในอเมริกาจะยังคงเป็นหนึ่งในสายอาชีพที่มีความมั่นคงสูง มีความต้องการในตลาดแรงงานต่อเนื่อง สถิติจาก U.S. Bureau of Labor Statistics ระบุว่า ความต้องการทนายความจะเติบโตประมาณ 8% ในช่วงปี 2022–2032 และมีการเปิดตำแหน่งใหม่กว่า 60,000 ตำแหน่งใน 10 ปีข้างหน้า

 

    สำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนจบปริญญาโท (LLM) ในอเมริกา โอกาสการได้งานอาจจำกัดกว่าคนที่จบ JD เพราะหลักสูตร JD สามารถสอบ Bar ได้ทุกรัฐ ขณะที่หลักสูตร LLM มีบางรัฐเท่านั้นที่อนุญาตให้สอบ Bar เพราะการสอบ Bar ผ่านหมายถึงโอกาสการทำงานด้านกฎหมายในสหรัฐที่มากขึ้น หลายบริษัทกฎหมายจึงอยากจ้างคนที่จบ JD มากกว่าเพราะมีเวลาฝึกงานมากกว่า

 

    แต่สำหรับคนที่จบ LLM ที่อยากลองฝึกงานและทำงานในอเมริกาก็อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (OPT) เปิดโอกาสให้เราหางานและทำงานอยู่ แต่ต้องมีการวางแผนที่ดีนะเพราะการหางานอาจใช้เวลานานกว่าที่สุด ดังนั้นต้องเข้าร่วม Career Services และ Networking Events บ่อยๆ หาคนรู้จัก หว่านสมัครงานไปเยอะๆ จนกว่าจะได้งาน

 

เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายในอังกฤษ พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายในออสเตรเลีย พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

IP Law เจาะลึกเรียนต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา วิชา มหาวิทยาลัยระดับโลก และโอกาสทำงานในต่างประเทศ 

 

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

รวม 11 สาขา เรียนจบมาแล้วได้เงินเดือนเยอะที่สุดในอเมริกา อัพเดทล่าสุด

หนึ่งในคำถามสุดคลาสสิคที่เจอบ่อยมาก ๆ คือ เรียนอะไรดีถึงจะจบมาแล้วได้เงินเดือนเยอะ ๆ ก็แหม เราลงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศทั้งที เราก็อยากไปเรียนสาขาที่จบมาแล้วมีลุ้นได้งานทำสูงหน่อยอ่ะเนอะ ยิ่งเงินเดือนสูงจะยิ่งปลื้มมากเป็นพิเศษ    ที่สำคัญอีกอย่างคือ อาชีพที่เงินเดือนสูง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากในต่างประเทศด้วย เรียกว่าถ้าจบอเมริกาแล้วหางานด้านนี้ไม่ได้ ก็มีสิทธิ์ไปได้งานในประเทศอื่น ๆ สูง มีหนทางได้ #ย้ายประเทศ แบบถูกกฎหมาย

8.7K
article Img

รวม 10 สาขาเรียนต่ออเมริกา เรียนจบแล้วไม่ตกงาน

อเมริกานี่ยังเป็นประเทศร้อนแรง กระแสไม่มีตกเสมอ เพราะหลายคนอยากไปเรียนต่อและทำงานมากๆ วันนี้ Hotcourses Thailand เลยจะมาแนะนำ 10 สาขาที่จบไปแล้วมีงานรองรับและเป็นที่ต้องการม้ากมากกันค่ะ !   วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)        สาขาวิศวะฯ เป็นหนึ่งในสาขาที่มีเงินเดือนและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในอเมริกา วิศวกรรมศาสตร์มีหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้าง ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องกล ฯลฯ

5.7K