ประเภทปริญญาด้านกฎหมายในอเมริกา
- ในอเมริกา นักศึกษาไม่สามารถเรียนกฎหมายเป็นปริญญาตรีได้ ใครที่อยากเรียนต่อด้านกฎหมายต้องเรียนปริญญาตรีด้านใดก็ได้ก่อน (เช่น Political Science, History, Business ฯลฯ) แล้วสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาด้านกฎหมาย หรือ J.D. (Juris Doctor) ซึ่งถือเป็นวุฒิระดับ ปริญญาโทวิชาชีพ (Professional Graduate Degree)
- ปริญญาโทด้านกฎหมาย
- Juris Doctor (JD) ปริญญาโทสาขากฎหมาย เรียนกฎหมายพื้นฐาน เช่น Constitutional Law, Contracts, Criminal Law, Civil Procedure, Property, Legal Writing เป็นต้น
- Master of Laws (LLM) ปริญญาโท ใช้เวลาเรียน 1 ปี
Juris Doctor (JD) และ Master of Law (LLM) ในอเมริกาต่างกันอย่างไร
ในอเมริกา Juris Doctor (JD) เป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท สาขากฎหมาย ที่คนที่จะเรียนต่อหลักสูตร JD ได้ ต้องจบหลักสูตรอื่นๆ มาก่อนในระดับปริญญาตรี
ส่วนหลักสูตร LLM เป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท สำหรับคนที่เรียนกฎหมายมาแล้ว หลักสูตร LLM จึงเหมาะสำหรับคนที่มีวุฒิ “นิติศาสตรบัณฑิต” จากประเทศอื่นและต้องการต่อยอดความรู้ หรือสอบใบอนุญาตในบางรัฐของอเมริกา
ปริญญาโทกฎหมายในอเมริกา เรียนกี่ปี
ในอเมริกา หลักสูตร Juris Doctor (JD) ใช้เวลาเรียน 3 ปี
ส่วนปริญญาโท ในหลักสูตร LLM นั้นใช้เวลาเรียน 1 ปี (แบบ full-time)
มหาวิทยาลัยท็อปด้านกฎหมายในอเมริกา
อ้างอิงจาก QS World University Rankings by Subject 2025 ในสาขา Law & Legal Studies จัดอันดับมหาลัยในอเมริกาที่โดดเด่นด้านกฎหมาย ดังนี้
Harvard university
Yale University
Stanford University
University of California, Berkeley
Columbia University
New York University (NYU)
University of Chicago
University of California, Los Angeles (UCLA)
Georgetown University
University of Pennsylvania
ค่าเทอมเรียนต่อปริญญาโทสาขากฎหมายในอเมริกา
ค่าเทอมจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าเทอมสาขานิติศาสตร์ หรือด้านกฎหมยในอเมริกา จะอยู่ที่
- หลักสูตร J.D. ประมาณ US$30,000-$50,000 ต่อปี
- ป.โท (LLM) ประมาณ US$70,000 USD ต่อปี
บริษัทกฎหมายชื่อดังในอเมริกา
ในอเมริกา จะเรียกสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปในวงการ ว่า Big Law บริษัทกฎหมายเหล่านี้มีรายได้ต่อปีสูง มีสำนักงานหลายเมืองและหลายประเทศทั่วโลก และมักได้คดีว่าความแบบ high-profile
Kirkland Ellis
Latham Watkins
Skadden, Arps, Slate, Meagher & Flom
Cravath, Swaine & Moore
Sullivan & Cromwell
Sidley Austin
Norton Rose Fulbright
Baker McKenzie
White & Case
เงินเดือนบัณฑิตสาขากฎหมายในอเมริกา
ในอเมริกา รายได้ของนักกฎหมายถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ US$80,000 – $105,000 ต่อปี รายได้จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ สาขากฎหมายที่เชี่ยวชาญ รวมถึงสถานที่ทำงาน (ในเมือง/ในภูมิภาค) และบริษัทด้วย
หากทำงานในบริษัท Big Law อาจมีรายได้เริ่มต้นเฉลี่ย $225,000 ต่อปี หากทำงานในบริษัทขนาดกลางอาจมีรายได้อยู่ที่ $90,000 – $140,000 ต่อปี ส่วนนักกฎหมายสาย NGOs จะมีรายได้ประมาณ $50,000 – $70,000 ต่อปี และหากเป็นที่ปรึกษากฎหมายในบริษัทเอกชน อาจมีรายได้อยู่ที่ $80,000 – $120,000 ต่อปี
โอกาสการทำงานต่อด้านกฎหมายในอเมริกา
อาชีพนักกฎหมายในอเมริกาจะยังคงเป็นหนึ่งในสายอาชีพที่มีความมั่นคงสูง มีความต้องการในตลาดแรงงานต่อเนื่อง สถิติจาก U.S. Bureau of Labor Statistics ระบุว่า ความต้องการทนายความจะเติบโตประมาณ 8% ในช่วงปี 2022–2032 และมีการเปิดตำแหน่งใหม่กว่า 60,000 ตำแหน่งใน 10 ปีข้างหน้า
สำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนจบปริญญาโท (LLM) ในอเมริกา โอกาสการได้งานอาจจำกัดกว่าคนที่จบ JD เพราะหลักสูตร JD สามารถสอบ Bar ได้ทุกรัฐ ขณะที่หลักสูตร LLM มีบางรัฐเท่านั้นที่อนุญาตให้สอบ Bar เพราะการสอบ Bar ผ่านหมายถึงโอกาสการทำงานด้านกฎหมายในสหรัฐที่มากขึ้น หลายบริษัทกฎหมายจึงอยากจ้างคนที่จบ JD มากกว่าเพราะมีเวลาฝึกงานมากกว่า
แต่สำหรับคนที่จบ LLM ที่อยากลองฝึกงานและทำงานในอเมริกาก็อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (OPT) เปิดโอกาสให้เราหางานและทำงานอยู่ แต่ต้องมีการวางแผนที่ดีนะเพราะการหางานอาจใช้เวลานานกว่าที่สุด ดังนั้นต้องเข้าร่วม Career Services และ Networking Events บ่อยๆ หาคนรู้จัก หว่านสมัครงานไปเยอะๆ จนกว่าจะได้งาน
เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายในอังกฤษ พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ
เจาะลึกการเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายในออสเตรเลีย พร้อมโอกาสทำงานหลังเรียนจบ
IP Law เจาะลึกเรียนต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา วิชา มหาวิทยาลัยระดับโลก และโอกาสทำงานในต่างประเทศ
