สำหรับนักเรียนที่เรียนจบปริญญาตรีด้านกฎหมาย ประเทศอังกฤษถือเป็นประเทศที่นักเรียนไทยที่อยากเรียนต่อด้านกฎหมายมากที่สุด วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปเจาะลึกการเรียนต่อกฎหมายในอังกฤษ หาสาเหตุว่าทำไมต้องไปเรียนปริญญาโทกฎหมายที่อังกฤษ
ประเภทปริญญาด้านกฎหมายในอังกฤษ
- ปริญญาตรี Undergraduate Law Degree (LLB) ใช้เวลาเรียน 3 ปีในการปูพื้นฐาน
- ปริญญาโท Postgraduate Law Degrees (LLM)
- Master of Laws (LLM) ปริญญาโทแบบ Taught Master
- Master’s by Research (MPhil in Law) ปริญญาโทแบบวิจัย เหมาะสำหรับคนอยากเรียนต่อปริญญาเอกด้านกฎหมายต่อ
- Doctor of Philosophy (PhD in Law) ปริญญาเอก ซึ่งจะเน้นการวิจัย เหมาะสำหรับคนที่สนใจกฎหมายแบบวิชาการหรืองานวิจัยระดับสูง
ปริญญาโทกฎหมายในอังกฤษ เรียนกี่ปี
หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนเลือกไปเรียนต่ออังกฤษ เพราะการเรียนปริญญาโทสาขากฎหมายแบบ Full-tme ในอังกฤษใช้เวลา 1 ปีเท่านั้น แต่บางหลักมหาลัยอาจมีหลักสูตร Part-time ด้วย ซึ่งจะใช้เวลาสูงสุด 2 ปี
หลักสูตรปริญญาโท LLM เรียนอะไรบ้าง
แน่นอนว่าในแต่ละมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรพื้นฐานที่แตกต่างกันออกไป แต่เนื้อหาหลักๆ จะแบ่งได้เป็น 3 พาร์ท คือ
1. วิชาบังคับ เป็นวิชาพื้นฐานด้านกฎหมายที่นักศึกษาทุกคนต้องเรียนเพื่อปูพื้นฐาน โดยการเรียนอาจจะเป็นวิชาเลคเชอร์ หรือแบบสัมนา ในห้องเรียนที่ต้องมีการแสดงออกความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมชั้น
2. วิชาเลือก เป็นวิชาที่เรียนเจาะลึกด้านกฎหมายตามความสนใจ เช่น กฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยบริษัท (Corporate Law)
3. วิทยานิพนธ์
ตัวอย่างสาขากฎหมาย
ตัวอย่างสาขากฎหมายที่เรียนต่อได้ในอังกฤษ
- International Law (กฎหมายระหว่างประเทศ) ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเรียน Public International Law, Private International Law, International Human Rights Law, และ International Trade Law
- Commercial/Corporate Law (กฎหมายการค้า กฎหมายบริษัท) เรียนเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ การเงินบริษัท กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
- Human Rights Law (กฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน) เรียนเกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law) กฎหมายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย (Refugee Law)
- Environmental Law (กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม) เรียนเกี่ยวกับกฎหมายด้านพลังงาน ธรรมภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม กฎหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
- Criminal Law and Criminal Justice (กฎหมายอาญา) อาจเรียนเกี่ยวกับกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ, อาชญาวิทยา (Criminology), นโยบายการกำหนดโทษอาญา
- Intellectual Property Law (กฏหมายทรัพยสินทางปัญญา) เรียนเกี่ยวกับเครื่องหมายทางการค้า กฎหมายลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร กฎหมายทรัพยสินทางปัญญาระหว่างประเทศ
- Tax Law (กฎหมายภาษี) เรียนเกี่ยวกับกฎหมายภาษีระหว่างประเทศ นโยบายภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล กฏหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กฎหมายธนาคารและการเงิน (Banking and Finance Law) เรียนเกี่ยวกับกฎหมายการลงทุน กฎหมายการธนาคารระหว่างประเทศ อาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงกฎหมายด้านการเงิน
- กฎหมายเทคโนโลยีและไซเบอร์ (Cyber Law) เรียนเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ กฎหมาย AI และธรรมาพิบาลอินเทอร์เน็ต
- การระงับข้อพิพาท การไกล่เกลี่ย (Dispute Resolution - Arbitration and Mediation)
มหาวิทยาลัยท็อปด้านกฎหมายในอังกฤษ
อ้างอิงจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในอังกฤษที่มีสาขากฎหมายดีที่สุด ของ Complete University Guide ในปี 2025
University of Cambridge
University College London
London School of Economics and Political Sciences (LSE)
University of Oxford
King’s College London
Durham University
University of Glasgow
University of Bristol
University of Edinburgh
University of Nottingham
Queen’s University Belfast
University of Strathclyde
University of Warwick
ค่าเทอมเรียนต่อปริญญาโทสาขากฎหมายในอังกฤษ
ค่าเทอมจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าเทอมสาขานิติศาสตร์จะอยู่ที่
- ป.ตรี £12,000 - £20,000 (516,000 - 862,000 บาท) ต่อปี
- ป.โท £14,000 - £30,000 (603,000 - 1,300,000 บาท) ต่อปี
บริษัทกฎหมายชื่อดังในอังกฤษ
ในอังกฤษนั้น จะเรียกสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปในวงการ ซึ่งทั้งหมดมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอนดอน ว่า Magic Circle Firms โดยจะประกอบไปด้วยสำนักงานกฎหมาย 5 แห่ง คือ
Allen & Overy
Clifford Chance
Freshfields Bruckhaus Deringer
Linklaters
Slaughter and May
นอกจากนี้ยังมี Silver Circle Firms หรือกลุ่มสำนักงานกฎหมายที่อยู่ในระดับท็อปอีก แต่อาจมีขนาดเล็กกว่า Magic Circle Firms คือ
Ashurst
Herbert Smith Freeholds
Macfarlane’s
Travers Smith
นอกจากสำนักงานกฎหมายสัญชาติอังกฤษแล้ว ในอังกฤษยังมีสำนักงานกฎหมายจากอเมริกามาตั้งอยู่มากมาย ถือว่าเป็นสาขาในอังกฤษนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น Latham & Watkins, Kirkland & Ellis, Skadden, Arps, Slate, Meagher & Flom และ Weil, Gotshal & Manges
ไม่เพียงแต่สำนักงานกฎหมายใหญ่ๆ ชั้นนำเท่านั้น ในอังกฤษยังมีสำนักงานกฎหมายขนาดเล็ก ที่อาจเชี่ยวชาญเฉพาะกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งโดยเฉพาะด้วย เรียกว่า Boutique and Niche Firms ได้แก่ Mishcon de Reya, Stewarts Law และ Farrer & Co
เงินเดือนบัณฑิตสาขากฎหมายในอังกฤษ
ในอังกฤษ เงินเดือนสำหรับทนายความฝึกหัดจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสำนักงานทนายความ และสถานที่ตั้ง (ในเมือง/นอกเมือง) โดยหากเป็นสำนักงานสัญชาติอังกฤษ จะมีเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ £27,418 ต่อปี หากอยู่ในลอนดอน ส่วนเมืองอื่นๆ อาจมีรายได้อยู่ที่ £24,320 ต่อปี
สำนักงานกฎหมายในกลุ่ม Magic Circle Firms หรือกลุ่ม Silver Circle Firms ในลอนดอนจะให้เงินเดือนสูงกว่าที่อื่นๆ โดยรายได้จะอยู่ที่ประมาณ £50,000 ถึง £61,000 ต่อปี ส่วนสำนักงานกฎหมายอื่นๆ ที่อยู่ในลอนดอน อาจมีรายได้ประมาณอยู่ที่ £40,000 ถึง £50,000 ต่อปี หากอยู่ในเมืองอื่นๆ อย่าง Birmingham, Leeds, Manchester และ Newcastle อาจมีรายได้ตำ่กว่าในลอนดอน
ส่วนสำนักงานกฎหมายจากอเมริกา (ที่ตั้งในลอนดอน) ส่วนใหญ่จะมีเงินเดือนสูงกว่า โดยจะอยู่ที่ประมาณ £60,000 ถึง £65,000 ต่อปี
ส่วนหากเป็นทนายที่มีใบอนุญาตแล้ว อาจมีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ £125,000 ถึง £150,000 ต่อปี
โอกาสการทำงานต่อด้านกฎหมายในอังกฤษ
หลังจากเรียนจบปริญญาโทในอังกฤษ นักศึกษาจะได้ Graduate Visa เพื่อหางานและทำงานในอังกฤษต่ออีก 2-3 ปี (2 ปี สำหรับปริญญาโท และ 3 ปีสำหรับปริญญาเอก) หลังจากนั้นเมื่อวีซ่านี้หมด ก็ต้องกลับประเทศ
โดยส่วนใหญ่นักศึกษาต่างชาติจะพยายามหา Training Contract หรือสัญญาฝึกงานภายใต้การดูแลของทนายความกัน ส่วนการจะได้ training contract หรือไม่นั้นก็ต้องมีการหาข้อมูลอย่างละเอียดว่าอยากฝึกงานที่ไหน และวางแผนว่าจะสมัครเมื่อไหร่ หรือจะหาช่องทางยังไง ซึ่งต้องบอกว่าการเป็นนักศึกษาต่างชาติอาจทำให้การหาที่ฝึกงานด้านกฎหมายท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างที่บอกต้องวางแผน หา network และศึกษาข้อมูลให้ดี
แนะนำมหาวิทยาลัยระดับโลกที่เด่นด้านกฎหมาย ใครอยากเรียนต่อต้องมา!
IP Law เจาะลึกเรียนต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
เจาะลึกการเรียนต่อ University of Kent มหาลัยดังด้านรัฐศาสตร์และกฎหมาย
*ค่าเงินตามการแลกเปลี่ยนวันที่ 14 มกราคม 2025
