ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

7 New Year Resolution สำหรับนักเรียนที่อยากได้งานดีๆ

share image

7 New Year Resolution สำหรับนักเรียนที่อยากได้งานดีๆ

 

>> ค้นหาทุนการศึกษา
>> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ

 

และแล้วปีเก่าก็ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี ปีใหม่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่เคยทำผิดพลาด ในโอกาสต้อนรับปี 2014 นี้ เราจึงนำ 7 New Year Resolution น่าสนใจสำหรับวัยเรียนที่มองการณ์ไกลใส่ใจอนาคตด้านการทำงานมาฝากกันค่ะ ใครอยากได้งานดีๆ หลังเรียนจบ ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

 

1. เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานให้มากที่สุด

แน่นอนว่าหลายๆ มหาวิทยาลัยมีการจัดโปรแกรมฝึกงานให้แก่นักศึกษาอยู่แล้ว แต่การฝึกงานเพียงครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่มีความสนใจหลากหลาย หากมีโอกาสก็ควรลองขอเข้าไปฝึกงานในองค์กรที่สนใจดูนะคะ จะได้รู้ว่าตัวเองชอบสิ่งนั้นจริงๆ หรือเปล่า การฝึกงานนอกจากจะทำให้เราค้นพบตัวเองแล้ว ยังเป็นการแสดงออกว่าเรามีความกระตือรือร้น และสนใจในงานนั้นอย่างแท้จริง เมื่อไปสมัครงานหลังเรียนจบใครๆ ก็อยากรับเข้าทำงานค่ะ

 

2. ขยันเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

วัยรุ่นอย่างเรามีพลังล้นเหลือ อย่ามัวปล่อยเวลาให้เสียเปล่าไปกับการเดินช้อปปิ้งหรือดูหนังฟังเพลงเท่านั้น ลองใช้เวลาว่างจากการเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยดูบ้าง ใบเกรดอาจจะทำให้เราได้งาน แต่กิจกรรมทั้งหลายจะช่วยให้เราทำงานเป็น แถมยังได้มีคอนเนคชั่นกับเพื่อนต่างคณะ ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ต่อชีวิตการทำงานในอนาคตอีกด้วย หรือบางทีอาจจะได้แฟนมาแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้นะคะ

 

3. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง

ลบคำว่า ‘เดี๋ยวค่อยทำ’ ออกจากพจนุกรมของชีวิตซะ คิดอะไรฝันอะไรเริ่มลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ บางทีถ้าฝันของเรามันใหญ่มาก จนคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะทำให้สำเร็จได้ ก็ค่อยๆ ปั้นแต่งสะสมวัตถุดิบประกอบร่างสร้างความฝันให้กับตัวเองไปก่อนค่ะ ยิ่งเริ่มลุยเร็วเท่าไหร่ เป้าหมายของเราก็ยิ่งชัดเจนเร็วขึ้นเท่านั้น สะบัดตัวขี้เกียจออกไป เลิกนอนขึ้นอืด เลิกขลุกอยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งวัน แล้วมาลุยกับความฝันกันสักตั้ง!

 

4. เต็มที่กับการเรียนในห้อง

การเรียนในมหาวิทยาลัยทำให้เรามีอิสระมากขึ้นทั้งด้านความคิดและการวางแผนชีวิต ไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชเราตลอดเวลาเหมือนตอนเด็กๆ นั่นแสดงว่าเราต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น จะออกไปแฮงค์เอาท์ตอนกลางคืนบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ก็ไม่ควรละเลยความสำคัญของการเข้าห้องเรียนนะคะ บางวิชาอาจจะรู้สึกว่าน่าเบื่อ แต่ถ้าลองเปิดใจรับในสิ่งที่อาจารย์สอนและพิจารณาให้ดีแล้ว ทุกวิชาที่อยู่ในหลักสูตรก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตทั้งนั้น มีผู้ใหญ่วัยจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่เรียนจบออกมาทำงานแล้วรู้สึกว่าอยากจะกลับไปตั้งใจเรียนบางวิชาให้มากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกแล้ว

 

 5. ปฏิทินอย่าคิดว่าไม่สำคัญ

เมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น To do list ต่างๆ ในแต่ละวันก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ควรจะหาสมุดจดติดตัวไว้สักเล่ม หรือจะใช้แอพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนก็ได้ค่ะ ฝึกจดบันทึกนัดหมายและวางแผนงานต่างๆ ล่วงหน้าให้ติดเป็นนิสัยตั้งแต่ตอนเรียน เวลาจบออกไปจะได้ไม่พลาดนัดหมายสำคัญและสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จลุล่วงในแต่ละวัน

 

6. วางแผนการเงิน

ตอนนี้อาจจะยังคิดว่าไม่สำคัญเท่าไหร่นัก เพราะมีอะไรฉุกเฉินก็ยังขอเงินพ่อแม่ได้อยู่ แต่ในอนาคตเมื่อเข้าสู่วัยทำงานแล้วการมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้สักก้อนเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะในกรณีเจ็บป่วย คอมพิวเตอร์เกิดเสียขึ้นมากระทันหัน หรือกรณีอื่นๆ อีกมากมายที่อาจเกิดขึ้น หากจะนำเงินรายจ่ายในชีวิตประจำวันมาหมุนก่อน ก็อาจจะทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ ควรจะเริ่มออมเงินไว้สักก้อนตั้งแต่ตอนเรียนจะดีกว่านะคะ

 

7. ใช้สิทธิของนักศึกษาให้เต็มที่

วัยเรียนเป็นวัยที่ได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนค่าเดินทาง ค่าเข้าชมสถานที่สำคัญและการแสดงต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ (ละครเวทีบางโปรแกรมราคาสำหรับนักศึกษาลดถึง 50% เลยทีเดียว) อย่าปล่อยโอกาสดีๆ เหล่านี้ให้เสียเปล่า จงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตให้เต็มที่ บางอย่างแม้จะไม่ได้ใช้กับการทำงานโดยตรง แต่ก็สามารถเก็บไว้เป็นคลังวัตถุดิบทางความคิดที่นำออกมาใช้ยามจำเป็นได้ พอเรียนจบนอกจากจะเสียสิทธิพิเศษไปหลายอย่าง หน้าที่การงานต่างๆ ก็ยังทำให้เรามีเวลาให้กับตัวเองน้อยลงอีกด้วย รีบเที่ยวซะตอนที่ยังมีเวลานะคะ 

TIPS จากพี่ :

ถ้ามาเรียนต่อที่อังกฤษให้เวลาหาบัตรเข้าชมงานแสดง ละครเวที พิพิธพันธ์ ก็อย่าเขินที่จะถามว่า Do you have student  discount? หรือ ถ้าเห็นคำว่า Concession ก็ให้ดีใจได้เลยว่ามีส่วนลดนักเรียน เพราะ Concession ในที่นี้รวมหมายถึง ผู้ถือบัตรสมาชิก/คนสูงอายุและนักเรียน  เราก็ถามเค้าไปว่า Can I get a student discount ? ลองดูนะคะ

MUST READ

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

344.6K

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

204.7K

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.2K

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

574