ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

5 เหตุผลที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราไปเรียนต่อ (รู้ไว้จะได้จัดการถูกจุด)

share image

5 เหตุผลที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราไปเรียนต่อ (รู้ไว้จะได้จัดการถูกจุด)

ปัจจุบันการไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นทางเลือกหนึ่งของเด็กยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็ยังมีพ่อแม่บางท่านที่รู้สึกลังเลใจในการส่งลูกไปอยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวลใจว่าลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และสารพัดเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย ลองมาดูกันว่าเหตุผลเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เราจะได้สามารถอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่า สิ่งที่พวกท่านกังวลใจนั้นไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงขนาดนั้นซะหน่อย

 

1. อยู่เมืองนอกคนเดียวใครจะดูแลไหนจะเรื่องสุขภาพไหนจะเรื่องความปลอดภัย

สุขภาพและความปลอดภัยคือความกังวลอันดับต้นๆ ของพ่อแม่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อลูกรักตัดสินใจเลือกไปเรียนต่อยังประเทศกำลังพัฒนา ที่อาจจะค่อนข้างห่างไกลความเจริญ หรือเป็นประเทศชื่อแปลกๆ ที่พ่อแม่ไม่คุ้นหูนัก เพื่อความสบายใจของพวกท่าน คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนในระแวกใกล้เคียงที่พักอาศัยอย่างละเอียด บอกพวกท่านให้มั่นใจว่าหากเจ็บป่วยขึ้นมา สถานพยาบาลใกล้ที่สุดคือที่ไหนและเดินทางไปอย่างไร สถิติความปลอดภัยของเมืองที่ไปอยู่เป็นอย่างไรบ้าง มีสถานฑูตไทย หน่วยงานไทย หรือชุมชนคนไทย ใกล้ที่สุดตั้งอยู่ที่ไหน เผื่อกรณีฉุกเฉินคุณจะได้สามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือในบางเรื่องได้ และอย่าลืมโชว์ให้ท่านเห็นว่า คุณได้หาเบอร์โทรศัพท์ของสถานพยาบาล สถานีตำรวจ และเบอร์อื่นๆ ที่จำเป็นยามฉุกเฉินทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว

 

2. ค่าเทอมแพง แถมยังมีค่าตั๋วเครื่อง ค่ากินอยู่อีกสารพัด

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการเรียนต่อเมืองนอกต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก แต่ความจริงแล้วมีหลายหลักสูตรของเมืองนอก ที่ค่าเทอมถูกกว่าการเรียนในประเทศไทยเสียอีก โดยเฉพาะถ้าเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาล หรือในบางกรณีการติดต่อกับมหาวิทยาลัยเอง โดยไม่ผ่านเอเจนซี่แม้จะยุ่งยากมากขึ้น แต่ก็ช่วยประหยัดเงินค่านายหน้าไปได้เยอะทีเดียว ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างเช่นที่พักก็สามารถแชร์กับนักศึกษาคนอื่นได้ หรือค่าตั๋วเครื่องบิน หากจองล่วงหน้าก็จะได้ราคาที่ประหยัดมากยิ่งขึ้น

 

3. อยู่ต่างประเทศห่างไกล ติดต่อกันลำบาก

สมัยนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น พ่อแม่จึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะขาดการติดต่อกับลูก ก่อนไปเรียนต่อคุณควรสอนให้พ่อแม่รู้จักกับโปรแกรม Skype ที่จะทำให้การติดต่อสื่อสารทางไกลผ่านออนไลน์ง่ายดาย มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถคุยกันแบบเห็นหน้าค่าตาให้คลายความคิดถึงได้อีกด้วย หรือคุณอาจจะเขียน Blog ขึ้นมา เพื่ออัพเดทเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ส่วนตัวเก็บไว้ บันทึกนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนอื่นๆ ที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศ และทำให้พ่อแม่ได้รับรู้ข่าวคราวความเป็นไปของตัวคุณอย่างสม่ำเสมอด้วย

 

4. ต้องไปเรียนตั้งหลายปีลูกเราจะรอดไหมเนี่ย

แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนล้วนรู้จักลูกของตัวเองเป็นอย่างดี บางครั้งพวกท่านจึงอาจรู้สึกไม่มั่นใจว่าคุณจะสามารถเรียนจบได้โดยราบรื่น เพราะจะว่าไปการเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย (แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถหรอกนะ) มีทั้งเรื่องการปรับตัว การฝึกตัวเองให้คุ้นชินกับภาษา แล้วไหนจะเพื่อนร่วมชั้นต่างภาษาต่างวัฒนธรรมอีก หากไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวมาก่อน คุณอาจจะลองขอพ่อแม่ไปเรียนคอร์สสั้นๆ หรือคอร์สเรียนภาษาดูก่อน เพื่อฝึกการปรับตัวและทำให้พ่อแม่มั่นใจมากขึ้นว่า คุณจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน เมื่อต้องไปเรียนต่อในคอร์สระยะยาวอย่างจริงจัง

 

5. เรียนที่ไหนก็ได้ความรู้เหมือนกัน ทำไมต้องไปไกลถึงเมืองนอก

จริงอยู่ที่ว่าการเรียนในเมืองไทยสามารถให้ความรู้ได้ และถ้าอยากได้ทักษะด้านภาษาสมัยนี้เมืองไทยก็มีหลักสูตรอินเตอร์ดีๆ ให้เลือกเรียนมากมาย แต่ประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างออกไปนี่สิ ถ้าไม่ออกเดินทางไปค้นหาด้วยตัวเองก็ไม่มีใครหยิบยื่นให้กับเราได้ การได้สัมผัสวัฒนธรรมแปลกใหม่ ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จะทำให้คุณเติบโตและมีมุมมองความคิดที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงการได้ทำความรู้จักกับผู้คนหลากหลาย ก็ยังเป็นคอนเนคชั่นที่ดีเยี่ยมในอนาคตอีกด้วย หากมีโอกาสและความพร้อม การไปเรียนต่อเมืองนอกก็นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับชีวิต 

 

>> จัดตารางชีวิต พิชิตเรียนต่อเมืองนอก
>> 6 เหตุผลที่เวิร์คในการขอพ่อแม่ไปเรียนต่อ

การขอทุนไม่ใช่ เรื่องง่าย แต่ก้อไม่ใช่เรื่องยาก การเตรียมตัวให้ดีก้อสำคัญ  เราแนะนำให้ควรอ่านคู่มือ โบรชัวร์ มหาวิทยาลัยที่คุณต้องการติดต่อ ก่อนเริ่มสมัคร ทั้งนี้เพื่อเราได้ทราบถึงวิสัยทัศน์ และสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องการ 

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท

MUST READ

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

345K

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

205.3K

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.3K

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

707