ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : Choosing how to study

ล้วงลึกเรื่องการเรียนออนไลน์ทุกแง่มุม ครบชัด จัดเต็ม

share image

ปีนี้ดูท่าว่าการเรียนออนไลน์จะมาแรงกว่าปีก่อนๆ อยู่มากเลยทีเดียว ก็เพราะอะไรๆ ที่มันเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศ จากแต่ก่อนที่เรามุ่งมั่นกันว่าต้องบินไปเรียนถึงที่ ต้องเก็บเงินเตรียมจ่ายค่าตั๋ว ค่าที่พัก ค่ากินอยู่ เพื่อไปคว้าปริญญาจากเมืองนอกมาให้ได้ มาวันนี้เรามีตัวเลือกใหม่ที่กำลังฮิตติดจรวดอย่างการเรียนออนไลน์ ที่ช่วยให้เราได้ปริญญาดีๆ จากมหาวิทยาลัยดังๆ ในต่างประเทศได้ โดยที่เรานั่งเรียนจากบ้าน จากร้านกาแฟ จากห้องสมุด หรือจากที่ไหนๆ ก็ได้ในโลก เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง สะดวกสุดๆ

 

แต่พูดถึงการเรียนออนไลน์ หลายคนก็อาจจะคิดว่ามันก็คือการเรียนผ่านหน้าจอล้วนๆ แบบเดียว เหมือนกันหมดทุกที่ ขอบอกว่าไม่ใช่แล้วค่า เพราะเดี๋ยวนี้การเรียนออนไลน์มีหลากหลายประเภทมาก วันนี้เราเลยจะมาเสนอเรื่องนี้กันแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม ให้รู้กันไปเลยว่ามีอะไรและแต่ละแบบดียังไงกันบ้าง

 

ศัพท์คุ้นหู แต่จริงๆ แล้วมันคืออะไรนะ?

 

Online learning - คำนี้ครอบคลุมความหมายกว้างที่สุด หมายถึงการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ที่ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนบนเว็บไซต์หรือแอพฯ ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต ฯลฯ คืออยู่ที่ไหนก็เรียนได้เหมือนกันนั่นเอง

 

eLearning - คำที่มักใช้พูดถึงเทคโนโลยีสำหรับสื่อการสอนต่างๆ รวมถึงแหล่งความรู้ออนไลน์ที่ให้นักเรียนเข้าไปใช้กันได้

 

Virtual learning - นี่คือการใช้โปรแกรม ตัวช่วยหรือซอฟต์แวร์ต่างๆ ในการสอนคอร์สนั้นๆ

 

Blended learning - คือการเรียนที่ผสมผสานการเรียนผ่านทางออนไลน์ เข้ากับการเรียนแบบดั้งเดิม (แบบที่ต้องไปเข้าห้องเรียน เจอกันจริงๆ) เข้าด้วยกัน โดยจะเน้นน้ำหนักไปที่การเรียนในห้องเรียนมากกว่าและใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ เป็นตัวเสริมประสบการณ์ให้ปึ้กยิ่งขึ้น 75% ของการเรียนแบบนี้ขะเป็นการเรียนแบบดั้งเดิม ส่วนการเรียนออนไลน์อยู่ที่ราวๆ 25%

Hybrid learning - คล้ายๆ กับอันข้างบนค่ะ แต่ว่าสัดส่วนการเรียนแบบดั้งเดิมต่อการเรียนออนไลน์จะอยู่ที่ 50-50 เรียนกันในห้องครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเรียนผ่านจอค่า

Remote / distance learning - คอร์สที่เปิดสอนออนไลน์อย่างเดียวล้วนๆ โดยไม่มีการสอนในห้องเรียนเลยค่ะ

 

เรื่องต้องรู้ก่อนเลือกเรียนออนไลน์ 

 

ก่อนจะจ่ายค่าเทอมเรียนออนไลน์ อย่าลืมถามคำถามเหล่านี้ให้รู้กันก่อนนะคะ

  • การสื่อสารระหว่างเรียนเป็นยังไง เช่น เราสามารถมีส่วนร่วมในคอร์สระหว่างเรียนได้มั้ย ถามคำถามอาจารย์สดๆ ตรงนั้นได้เลยรึเปล่า

  • คอร์สเน้นเรียนเดี่ยวๆ หรือต้องทำงานเป็นกลุ่มด้วย ส่วนใหญ่หลายๆ ที่เค้าจะผสมๆ กันแต่ก็มีบางคอร์สที่ให้น้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งมากกว่าค่ะ

  • เนื้อหาของหลักสูตรเป็นแบบยืดหยุ่นหรือไม่ บางคอร์สเค้าจะมีแผนการสอนแบบที่ครูผู้สอนจะสอนตามเป๊ะๆ ในขณะที่บางคอร์สจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปตามความเหมาะสมของผู้เรียนในแต่ละคลาสค่ะ 

  • แน่นอนว่าเป็นคอร์สจากต่างประเทศ อันไหนที่เป็นการเรียนการสอนแบบสดๆ เราอาจจะต้องนั่งถ่างตาเรียนให้ตรงกับ time zone ของเค้า แต่บางอันก็อาจจะมีการอัดคลิปการสอนเอาไว้ แล้วเราไปเปิดตามดูทีหลังได้ อันนี้แต่ละคอร์สเป็นยังไง ต้องถามด้วยเด้อ

 

ประเภทของการเรียนออนไลน์ฉบับเจาะลึก

 

Synchronous online learning 

คือการเรียนแบบที่เราสามารถมีส่วนร่วมในคลาสและกิจกรรมต่างๆ ไปพร้อมๆ กับเพื่อนร่วมคลาสและครูผู้สอนเลยค่ะ ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นแบบ real-time กันไปเลย โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้เราเข้าถึงได้ไม่ยาก และนอกจากนี้เค้าก็จะมีแหล่งข้อมูลออนไลน์ สื่อการเรียนการสอนออนไลน์ รวมถีงโปรเจคท์ การบ้านและงานต่างๆ ให้กลับไปทำกันด้วย อันนี้เป็นแบบที่ป๊อปฯที่สุดในบรรดาการเรียนออนไลน์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ค่ะ

Asynchronous online learning

ใครที่ชอบเรียนด้วยตัวเอง มีความรับผิดชอบ แบ่งเวลาเก่งและอยากเรียนแบบใช้เวลาเต็มที่ต้องมาทางนี้ค่ะ เพราะการสอนแบบนี้ไม่มีการเรียนการสอนแบบสดๆ (หรือบางที่อาจไม่มีเลย) ไม่เน้นเรื่องการมีส่วนร่วมในคลาส แต่เน้นไปที่ให้นักเรียนไปเรียนเอาเองตามเวลาที่สะดวก ดังนั้นการเรียนแบบนี้จะค่อนข้างยืดหยุ่น เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบ slow life แต่มีความรับผิดชอบสูงค่ะ

 

Adaptive online learning

อันนี้เป็นการเรียนออนไลน์แบบน้องใหม่ที่เพิ่งมาเริ่มเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ โดยเค้าจะเน้นไปที่การเรียนที่เหมาะกับผู้เรียนเป็นคนๆ ไป คือตัวคอร์สจะออกแบบมาให้ยืดหยุ่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่เหมาะกับนักเรียนคนนั้นค่ะ ซึ่งเค้าจะดูว่านักเรียนคนนี้ผลการเรียนเป็นยังไง ถนัดด้านไหน มีความรู้ทางไหนบ้าง แล้วก็จะปรับเนื้อหาการสอนให้เข้ากับคนๆ นั้น อู้ว น่าสนใจ

 

Computer assisted learning

อันนี้คือการใช้คอมพิวเตอร์และ AI มาช่วยจัดการการเรียนการสอน รวมไปถึงการประเมินผลในคลาสเรียนค่ะ ไฮเทคยังกับหนังไซไฟยังไงยังงั้น ที่เห็นกันบ่อยๆ ก็เช่นการสอบ Quiz ที่ทำเสร็จปุ๊บก็รู้ผลเลยว่าเราอ่อนหรือเก่งตรงไหน การใช้คอมพิวเตอร์พรีเซ้นต์บทเรียนในห้อง คลิปการสอนของแต่ละคลาส สื่อทั้งเสียงและวิดีโอประกอบการเรียน และอื่นๆ ค่ะ

 

 

แล้วการเรียนบนแอพฯ หรือ platforms อื่นๆ ล่ะ?

 

Learning Management System / Virtual Learning Environment

ทั้ง 2 อย่างนี้เป็นซอฟท์แวร์ที่เน้นให้บริการบนเว็บไซต์ค่ะ จุดเด่นก็คือการให้ผู้เรียนผู้สอนเข้าถึงบทเรียนได้แบบ 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ทั้งสองอย่างนี้มักจะมาพร้อมกับเนื้อหาบทเรียน พ่วงด้วยการประเมินผล ช่องทางการสื่อสารต่างๆ ระหว่างผู้เรียน-ผู้สอน และอาจมี blog เข้ามาร่วมด้วย ครบดีจริงๆ 

 

 

Managed Learning Environment 

อันนี้เหมือนข้างบนค่ะ แต่ว่าจะมีฟังก์ชั่นอื่นๆ เพิ่มขึ้นมา เช่น มีรายระเอียดของผู้เรียน ผลการสอบ รายละเอียดการลงทะเบียนวิชาต่างๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สและผู้สอนด้วยค่ะ

 

Personal Learning Environment 

แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการเรียนแบบที่เหมาะกับคนๆ นั้นค่ะ โดยการเรียนแบบนี้เค้าจะมีเคื่องมือมาให้เราบริหารจัดการการเรียนของเราเอง เช่นอาจจะมีสื่อให้เราเข้าไปหาข้อมูลออนไลน์ได้แบบไม่อั้น มีบริการช่วยให้เราติดต่อผู้สอนได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้นค่ะ

 

Massive Online Open Course

อันนี้บางคนอาจจะเคยผ่านตากันมาบ้าง การเรียนการสอนแบบนี้เค้าออกแบบมาให้เหมาะกับการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ รูปแบบการสอนมักจะเน้นไปที่การให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสะดวกของตัวเอง ไม่เร่งไม่รีบ โดยคอร์สเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีการให้เครดิทหรือวุฒิแบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ถือเป็นใบเบิกทางหรือเป็นการพัฒนาทักษะในด้านที่เราสนใจได้ เหมาะกับการเรียนอะไรที่เราสนใจเพิ่มเติมเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองค่ะ 

Credit: https://www.hotcoursesabroad.com/study-abroad-info/destination-guides/making-sense-of-online-learning-models/