ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : Choosing how to study

Hybrid Learning การเรียนแบบใหม่ ที่ได้ทั้งเรียนในแคมปัสและแบบออนไลน์

share image

ณ ตอนนี้ ที่สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19ดูเหมือนจะค่อยๆดีขึ้น ร้านค้าหรืออุตสาหกรรมหลายๆแห่งก็เริ่มมีการตระเตรียมมาตรการใหม่ๆก่อนเปิดร้าน เพื่อเป็นการทำตามนโยบายด้านความปลอดภัยของแต่ละประเทศ แน่นอนค่ะว่า สถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลัก ที่จะกลับมาเปิดให้บริการกันอีกครั้ง ซึ่งมหาวิทยาลัยหลายๆที่ ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนตามไปด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือการมุ่งเน้นไปยัง Hybrid Learning การเรียนแบบผสมผสานออนไลน์และแคมปัสเข้าด้วยกันค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand จะมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนแบบนี้ เพื่อให้น้องๆได้เข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่า

 

Hybrid Learning คืออะไร?

 

Hybrid Learning หรือบางที่อาจจะเรียกว่า Blended Learning ก็คือการเรียนแบบผสมผสานรูปแบบใหม่ ที่เปิดให้นักศึกษาเรียนแบบออนไลน์ วิดิโอสดจากคลาส หรือ live-streaming ร่วมไปกับการเข้าแคมปัสบ้าง เพื่อพบอาจารย์หรือรับงานแบบตัวต่อตัว หรือเป็นกลุ่มเล็กๆค่ะ 

 

Hybrid Learning ดียังไง?

  • ได้เรียนทั้งแบบในแคมปัส แต่ก็ได้ความสะดวกแบบออนไลน์

ใช่แล้วค่ะ ใครที่ยังชอบบรรยากาศการเรียนแบบตัวต่อตัว นั่งคุยกับอาจารย์ ทาง Hybrid Learning ก็เปิดให้เราได้เรียนแบบนี้อยู่ เพียงแต่ลดปริมาณความบ่อยหรือขนาดของคลาสลง และมีการนำการสอนแบบออนไลน์มาช่วย ทำให้เราล็อกอินเข้าคลาสตอนไหน เวลาไหน ที่เราสะดวกก็ได้ค่ะ

 

  • ช่วยในเรื่อง Social Distancing 

การเรียนแบบ Hybrid Learning จะช่วยลดปริมาณนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในช่วงเวลานั้นๆ ทำให้การรักษาระยะห่างแบบ Social Distancing เป็นไปได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

  • เดินทางน้อยลง ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินทางเข้าแคมปัสบ่อยๆ

  • ทางผู้สอนมีเวลาเตรียมการสอนมากขึ้น และสามารถเข้าถึงนักเรียนได้มากขึ้น ผ่าน live-streaming หรือวิดิโอ

  • ผู้เรียน ก็มีโอกาสพูดคุยกับผู้สอนแบบตัวต่อตัวได้สะดวกขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ 

 

รวมรายชื่อมหาวิทยาลัยท็อปฮิตของอังกฤษ ที่เตรียมเปิดสอนแบบ Hybrid Learning  

 

ข้อมูลจาก itv news บอกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษหลายๆแห่งก็ออกมายืนยันแล้วค่ะว่า ทางสถาบันจะมีการจัดเตรียมการสอนแบบ Online Learning หรือ/และ Hybrid Learning ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป มาดูกันค่ะ ว่ามหาวิทยาลัยท็อปฮิตของอังกฤษเค้าตั้งใจวางแผนอะไรกันบ้าง 

 

เริ่มต้นกันด้วย University of Manchester ที่จะยกคอร์สทั้งหมดไปเริ่มสอนแบบออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 เป็นต้นไป ส่วน Newcastle University ก็ได้ออกมาย้ำว่า ทางสถาบันเชื่อว่ามาตรการ Social Distancing น่าจะยาวไปจนถึงปลายปี ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงเริ่มมีการปรับเปลี่ยนคอร์สมาเป็นแบบ Hybrid Learning เพื่อผสมผสานการเรียนทั้งสองแบบให้กับนักศึกษาค่ะ 

 

Exeter University ก็ออกมาบอกว่า มีแนวโน้มอย่างสูงว่าทางมหาวิทยาลัยจะมีการจำกัดปริมาณนักเรียนในแต่ละคลาส ร่วมไปกับการเรียนการสอนแบบ Blended Learning ที่จะเปิดให้เรียนออนไลน์และตัวต่อตัวค่ะ ที่นี่ยังย้ำอีกด้วยค่ะว่า การสอนแบบในแคมปัส จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีมาตรการยืนยันว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้นค่ะ 

 

มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Oxford University ก็ออกมาบอกว่าจะมีการใช้ระบบการสอนทางไกล (remote learning) เข้ามาช่วยเสริมการสอนแบบตัวต่อตัวอย่างแน่นอน ทางด้าน The University of York และ Warwick University ก็มาในแนวเดียวกันค่ะ คือกำลังประเมินรูปแบบการสอนแบบใหม่หลายๆแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการสอนที่รวมแบบในแคมปัสและออนไลน์เข้าด้วยกัน หรือแบบ Hybrid learning นั่นเอง

 

มาดูฝั่งสก็อตแลนด์กันบ้าง the University of Glasglow ก็ออกมาบอกว่าคอร์สส่วนใหญ่จะมีการผสมผสานการเรียนทางไกลและในแคมปัสเข้ามาค่ะ ในขณะที่ Edinburgh University ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการวางแผนการสอนแบบ Hybrid model  ไว้แล้วค่ะ 

 

ทางฝั่งเพื่อนบ้านอย่างเวลส์ก็มาแนวเดียวกันค่ะ Cardiff University ก็ออกมาบอกว่ามีความเป็นไปได้มากที่จะมีการสอนแบบในแคมปัสและออนไลน์ ส่วน Queen’s University Belfast ก็บอกว่าทางมหาวิทยาลัยเชื่อว่าการสอนแบบออนไลน์ร่วมไปกับแบบตัวต่อตัว จะช่วยได้มากในสถานการณ์ปัจจุบันค่ะ

 

มาดูในส่วนของมหาวิทยาลัยที่เน้นออนไลน์เป็นหลักกันบ้างค่ะ Southampton University ออกมายืนยันค่ะว่าทางมหาวิทยาลัย ได้ทำการสอนเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมดมาได้ 2-3สัปดาห์แล้ว และ Liverpool University ก็เช่นเดียวกันค่ะ ที่ปรับรูปแบบการสอนจากแบบตัวต่อตัวมาเป็นแบบออนไลน์เต็มตัวในเทอมนี้ มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งนี้ยังประเมินสถานการณ์กันอยู่ค่ะว่าจะสอนรูปแบบไหนในปี 2021

 

เอ.. แล้วยังงี้ มหาวิทยาลัยจะมีทางกลับไปเปิดแบบปกติมั๊ยนะ?

ถึงแม้หลายๆที่อาจจะยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่บางมหาวิทยาลัยก็เริ่มคิดค้นมาตรการต่างๆมาตั้งรับกันแล้วค่ะ ตัวอย่างเช่น Bolton University ที่เริ่มวางแผนการเปิดแคมปัสอีกครั้ง โดยมีมาตรการใหม่ๆเช่น มีโครงการให้เช่าจักรยาน เพื่อให้นักศึกษาไม่ต้องใช้ระบบการขนส่งสาธารณะ นอกจากนั้นแล้ว ในแผนดังกล่าว ก็มีการวางแผนเรื่องที่ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าเรียน และมีจุดแจกจ่ายเจลล้างมือก่อนเข้าห้องเรียนด้วยค่ะ ในส่วนของร้านกาแฟหรือโซนกิจกรรมต่างๆ ก็จะมีการนำแผ่นพลาสติกมากั้น เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้เม้าท์มอยกันไปด้วยค่ะ โต๊ะและเก้าอี้ต่างๆก็จะมีการเว้นระยะห่าง รวมไปถึงมีระบบจำกัดปริมาณนักศึกษาในแต่ละครั้ง เพื่อให้การรักษาระยะห่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ