นโบบายความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุกกี้ส์จะช่วยจัดให้คุณเห็นโฆษณาที่เหมาะกับคุณจริงๆ พร้อมทั้งช่วยให้คุณใช้ฟีเจอร์ที่หลากหลาย การอนุญาตทั้งหมดถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ คุณสามารถจัดการ เปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลา
ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : แนะนำประเทศและเมือง

ตามไปดู 5 เมืองที่จัดงานคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่อลังการในอเมริกา

share image

5 สถานที่ที่จัดงาน X'mas ที่แสนยิ่งใหญ่ในอเมริกา

ช่วงนี้ก็ใกล้เวลาของเทศกาลคริสต์มาสหรือวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี เป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้มเตรียมส่งท้ายปีเก่าที่หลาย ๆ คนรอคอยเลยนะคะ วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 สถานที่จัดงานฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่อลังการในอเมริกา ตามไปดูกันเลยค่ะ !

 

1. Christmas Town USA – McAdenville, North Carolina  

วันที่ 1 ถึง 26 ธ.ค. 2015  จ.-ศ. 17.30-21.30 น. / ส.-อา. 17.30-23.00 น.

 

 

ในเดือนธันวาคมของทุกปี หมู่บ้าน “McAdenville” จะเปลี่ยนชื่อเป็น “Christmas Town USA”  รอบ ๆ หมู่บ้านจะมีการตกแต่งประดับไฟคริสต์มาสกว่า 450,000 หลอด มีต้นไม้ประดับไฟคริสต์มาสกว่า 375 ต้น วางเรียงรายตามถนนในตัวหมู่บ้าน

 

 

ส่วนมุมไฮไลท์ยอดฮิตของที่นี่คือบริเวณริมทะเลสาปที่จัดต้นคริสต์มาสเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาน
ทำให้มองเห็นเงาสะท้อนของต้นไม้ในทะเลสาปที่แสนสวยงาม  แถมในทะเลสาปมีน้ำพุสูงถึง 75 ฟุต
และตอนกลางคืนเค้าจะเปิดไฟเปลี่ยนสีน้ำพุทุก ๆ 10 วินาทีด้วยนะคะ คือบรรยากาศที่นี่สวยมากขนาดที่มีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมถึง 600,00 คนต่อปีเชียวนะ ! 

 

Insider Tips: ที่นี่จะมีช็อกโกแลตร้อนและชาข้าวโพดแจกฟรีให้กับผู้เข้าชมงาน 1,000  คนแรกของแต่ละคืนด้วยค่ะ รู้อย่างนี้แล้วก็รีบไปกันเลยนะคะ !

 

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.mcadenville-christmastown.com/

 

2. Koziar’s Christmas Village – Bernville, Pennsylvania

วันเสาร์แรกของเดือนพ.ย. ถึง 2 ม.ค. 2016

 

 

เป็นงานคริสต์มาสที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาก เจ้าของเค้าปรับแต่งฟาร์มให้เป็นงานเทศกาลคริสต์มาส
จัดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 หรือเกือบ 68 ปีมาแล้ว !


ขอบอกว่าใครที่มาฉลองคริสต์มาสที่นี่จะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของเทพนิยายเลยล่ะ ! แถมในงานจะมีการประดับไฟคริสต์มาสมากมายจำนวนกว่า 1 ล้านดวงเลยทีเดียว !
มาดูกิจกรรมคริสต์มาสของที่นี่กันค่ะ

 

เดินชม “Diorama” ในกระท่อม

Diorama คือแบบจำลองสามมิติที่ทำเป็นฉากต่าง ๆ เกี่ยวกับคริสต์มาส เช่น  งานคริสต์มาสใต้ท้องทะเล งานคริสต์มาสในป่าลึก ที่ทำการไปรษณีย์ของลุงซานต้า งานคริสต์มาสในดินแดนต่าง  ๆ  ฯลฯ

 

 

Santa Headquarters on Santa Claus Lane”  

บ้านของซานตาคลอส ที่เด็ก ๆ มากมายจะเข้าไปถ่ายรูปและขอพรจากลุงซานต้า ซึ่งก็มักจะได้ลูกอมติดไม้ติดมือกลับมากันค่ะ

 

 

“The Kissing Bridge”  
เป็นสะพานที่ประดับตกแต่งไฟคริสต์มาสสวยงามและโรแมนติกมาก มักจะมีคู่รักมาคุกเข่าขอแต่งงานกันจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ

 

 

นอกจากกิจกรรมก็จะมีร้านค้าต่าง ๆ อย่างร้านกิ๊ฟช็อป ร้านขายของเล่น ให้เดินช้อปกันเพลิน ๆ
อีกมากมายเลยค่ะ (แอบกระซิบว่าที่นี่ก็มีวิวทะเลสาปสวยๆให้ชมเหมือนกันนะ! )

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.koziarschristmasvillage.com/home/

 

3. Ogden’s Christmas Village – Ogden, Utah  

วันเสาร์หลังวัน Thanksgiving ถึง 1 ม.ค. 2016

 

 

วันแรกของงานคริสต์มาสที่นี่จะมีขบวนพาเหรด “Electric Light Parade” ที่สวยงามตระการตา
มีคุณลุงซานต้านั่งอยู่บนรถขบวนสุดท้ายและเป็นคนเสกไฟคริสต์มาสทั่วหมู่บ้านให้สว่างสไวขึ้นอย่างกับใช้เวทมนตร์แหนะ ! ซึ่งถือเป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการนั่นเองค่ะ

 

 

ในงานจะมีเมืองจำลองเล็กๆ ที่มีกระท่อมเล็กขนาดเท่าคนแคระ 59 หลัง และมีธีมแตกต่างกันไป
เช่น โรงงานคนแคระ บ้านของ The Grinch (ตัวร้ายที่จ้องทำลายความสุขของทุกคนในวันคริสต์มาส) และปราสาทซานตาคลอสที่เด็ก ๆ สามารถเข้าไปถ่ายรูปกับลุงซานต้าได้ด้วยค่ะ

 

 

ส่วนไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งรถไฟ “ Mini Polar Express ” ผ่านเข้าอุโมงค์ที่ด้านในตกแต่งไปด้วยดาวเรืองแสงสวยงามเหมือนอยู่ในฝัน และที่สำคัญคือเค้าให้นั่งฟรีด้วยนะ !  

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.ogdencity.com/en/about_ogden/special_events/christmas_village.aspx

 

4. Nevada City Victorian Christmas - Nevada City, California

วันอาทิตย์ที่ 6,13,20 ธ.ค. 2015 เวลา 13.30-18.00 น.

วันพุธที่ 16,23 ธ.ค. 2015 เวลา 17.00-21.00 น.

 

 

ด้วยความที่เมือง Nevada city เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีตึกเก่าแก่แนววินเทจมากมายแถมยังล้อมรอบไปด้วยภูเขาสวย ๆ  จนทำให้บรรยากาศงานคริสต์มาสที่นี่ได้ฉายาว่าเป็น “เทศกาลคริสต์มาสที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากการ์ดอวยพร” เพราะบรรยากาศเมืองจะกลายเป็น Winter Wonderland อย่างสมบูรณ์แบบ มีการประดับไฟสีขาวระยิบระยับ ตะเกียงโบราณ ที่พิเศษที่สุดก็คือผู้คนจะแต่งตัวย้อนยุคสไตล์วิคตอเรียออกมาเดินในงาน ได้อารมณ์บรรยากาศคริสต์มาสแบบวินเทจสุดๆไปเลยค่ะ

 

 

ในงานก็จะมีของขายมากมายกว่า 100 ชนิด ทั้งลูกอมแฮนด์เมด เครื่องปั้นดินเผา จิวเวอรี่
และยังมีโชว์การแสดงรวมทั้งเล่นดนตรีตามท้องถนนกันอย่างสนุกสนาน
ใครที่เป็นสาวกวินเทจห้ามพลาดเด็ดขาด ที่สำคัญงานนี้เข้าฟรีนะคะ ! 

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nevadacitychamber.com/nevada-city-events/victorian-christmas/

 

5. The Old World Christmas Market - Elkhart Lake, Wisconsin

วันที่ 4 -13 ธ.ค. 2015 เวลา 10.00-17.00 น.

 

 

จัดอยู่ริมทะเลสาป “Elkhart”  เป็นตลาดคริสต์มาสแนววินเทจที่ถอดแบบตลาดคริสต์มาสในอดีตของเยอรมันมา ดังนั้นสินค้าที่ส่วนมากที่ขายในงานจะเป็นสินค้านานาชาติจากยุโรป อย่างเช่น ตุ๊กตาแม่ลูกดกจากรัสเซีย (Matryoshka doll) ตุ๊กตาไม้แกะสลักอเนกประสงค์จากเยอรมัน (German hand-carved smokers and nutcrackers) ผ้าขนสัตว์จากเอสโตเนีย (Estonia Woolens) แพนเค้กมันฝรั่ง (Potato pancakes) ไวน์ร้อน (Glühwein)

 

 

 

 

ถ้าพูดถึงทีเด็ดของที่นี่ก็คงจะเป็นรีสอร์ท “The Osthoff”  ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาป Elkhart นี่เองค่ะ
นอกจากรีสอร์ทจะตกแต่งบรรยากาศคริสต์มาสที่สวยงามแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษที่เหมาะสำหรับครอบครัวและเด็กๆ เช่น เข้าคอร์สแต่งหน้าคุ้กกี้คริสต์มาสกับแซนตี้สาวสวย นั่งรถม้าชมวิวทะเลสาปและกลับมาดื่มโกโก้ร้อนๆที่รีสอร์ท ร่วมทานบุฟเฟ่ต์อาหารเช้ากับคุณลุงซานต้า

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.christmasmarketatosthoff.com/

 

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสสไตล์วินเทจแบบยุโรป แถมยังได้ชมวิวทะเลสาปที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ไม่ควรพลาดนะคะ

 

 

 

 

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 5 สถานที่จัดงานคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่อลังการของอเมริกา น่าไปเที่ยวมากๆเลยใช่ไหมล่ะคะ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเก็บกระเป๋าก่อนดีกว่า “Merry Christmas 2015” ค่ะทุกคน 

 

 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Free ukbook Free book usaFree book Australia

 

 

 

 

 

 

MUST READ

article Img

ส่องสนามแข่งวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ประเทศไหนขอยาก ประเทศไหนได้ง่าย มาดูกัน

ร้อนขนาดนี้ใครนึกอยากหนีไปอยู่ทำงานต่อต่างประเทศบ้างคะ? บางคนอาจจะคิดว่าโอ๊ย มันไปยาก ทำไม่ได้หรอก แหมๆ ต้องขอบอกว่าอย่าเพิ่งปิดประตูความฝันดังปึ้ง! ขนาดนั้นค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว หลายๆ ประเทศเค้ามีวีซ่าหลังเรียนจบให้นักเรียนต่างชาติสามารถอยู่ทำงานต่อได้เป็นปีๆ เลย     แล้วแต่ละประเทศขอวีซ่ายาก-ง่ายแค่ไหน? แต่ละประเทศมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปค่ะ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้ววีซ่าตัวนี้เป็นวีซ่าแบบที่ขอได้ไม่ยาก

3.9K
article Img

เรียนไป เที่ยวไป 5 Road Trip ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต!

ใครมีความฝันอยากไป Road Trip กันบ้าง!? ยกมือหน่อยเร็ววว เพราะวันนี้ Hotcoureses Thailand ขอทำหน้าที่เป็นเอเจนท์พาทุกคนไปสำรวจเส้นทาง Road Trip ทั่วโลกกัน! นอกจากนี้จะพาไปดูด้วยว่าถ้าอยากไปเที่ยวเส้นไหนแล้ว มหาลัยอะไรบ้างที่อยู่ใกล้ๆ กับเส้นทางนั้น!         แพ็คกระเป๋าแล้วรัดเข็มขัดให้แน่นนะ จะออกเดินทางแล้วจ้ะ!    Route 66       หนึ่งในเส้นทางที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก!

2K
article Img

เรียนต่อนอกในยูที่คนไทยเยอะ ปังหรือปิ๋ว? มาหาคำตอบกัน!

What’s up, Sis!?      Sup, Bro!?      มิสกลับมาจากภารกิจราชการแล้วจ้ะ พร้อมส่งรายงานให้ทุกคนทราบแล้วค่ะ! 🔍📚     สิ่งหนึ่งที่มิสสังเกตเวลาซิสจะไปเรียนต่อนอกกัน นอกจากคำถามทั่วๆ ไปที่เกี่ยวกับตัวหลักสูตรและมหาวิทยาลัยแล้ว จะมีคำถามนี้โผล่ขึ้นมาเสมอค่ะ นั่นก็คือ ‘คนไทยเยอะมั้ย?’  สำหรับบางคนคำถามนี้มัน Serious มากนะเออ! มิสเลยไปสืบมาให้ว่าตกลงแล้วถ้ามหาลัยที่เราไปเรียนต่อมีคนไทยเยอะ/น้อย

1.2K