ใครเหมาะจะเรียน Biotechnology
- มีความสนใจ ชอบวิทยาศาสร์ ชีววิทยา เทคโนโลยี
- อยากคิดค้น วิจัย ค้นหาสิ่งๆ ใหม่ๆ โดยใช้ศาสตร์เทคโนโลยีชีวภาพ
หลักสูตร Biotechnology เรียนอะไรบ้าง
วิชาที่นักศึกษาสาขา Biotechnology ต้องเรียนอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่วิชาพื้นฐานจะคล้ายคลึงกัน วิชาที่ต้องเรียนได้แก่
Basic Microbiology
Elements of Biochemistry
Bioethics and Biosafety
Genetics
Animal Biotechnology
Plant Biotechnology
Molecular Biology
Bioinformatics
Biostatistics
Medical Microbiology
Bioprocess Technology
Immunology
Molecular Diagnostics
Enzyme Technology
Environmental Biotechnology
Genomics and Proteomics
Plant Biodiversity
Animal Biodiversity
Biotechnology and Human Welfare
Development Biology
หลักสูตร Biotechnology เรียนกี่ปี
ปริญญาตรีสาขา Biotechnology จะใช้เวลา 3-4 ปีในการเรียน โดยนักเรียนควรเรียนจบสายวิทย์-คณิตมาเพราะควรมีพื้นฐานสาขาชีวะ เคมี การคำนวณ ในระดับปริญญาโท หากอยากเรียนต่อสาขา Biotechnology ควรเรียนเดิมมาก่อน หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับ Biology, Chemistry มาก่อน โดยจะใช้เวลาเรียนจบใน 1-2 ปี
มหาวิทยาลัยระดับโลกด้าน Biotechnology
อ้างอิงการจัดอันดับสาขา Biotechnology โดย QS World University Rankings by Subject มหาวิยาลัยที่มีการสอนสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ดีที่สุด คือ
Harvard University
Massachusetts Institute of Technology (MIT)
Stanford University
University of Oxford
University of Cambridge
ETH Zurich
University of California, Berkeley (UCB)
University College London (UCL)
University of California, San Diego (UCSD)
Yale University
เรียนต่อ Biotechnology ในอเมริกา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ US$29,400 ต่อปี
เรียนต่อ Biotechnology ในแคนาดา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ CAD$23,504 ต่อปี
เรียนต่อ Biotechnology ในอังกฤษ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ £22,700 ต่อปี
เรียนต่อ Biotechnology ในออสเตรเลีย ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ A$39,000 ต่อปี
เรียนต่อ Biotechnology ในนิวซีแลนด์ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ NZ$41,000 ต่อปี
เรียนสาขา Biotechnology จบมาแล้วทำงานอะไร
บัณฑิตจบสาขา Biotechnology ทำงานได้ในหลายองค์กร ตั้งแต่รัฐบาล มหาวิทยาลัย องค์กรวิจัย บริษัทเอกชนอย่างบริษัทยาหรือชีวเทคโนโลยีต่างๆ รวมไปถึงโรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์วิทยาศาสตร์ด้วย อาชีพที่บัณฑิตสาขา Biotechnology ทำได้ ได้แก่
Biotechnologist
Biochemist
Biophysicist
Microbiologist
Biomedical engineer
Bioprocess engineer
Medical Scientist
Biological/Clinical Technician
Pharmaceutical consultant
Biotech consultant
Biotechnology professor
Biomanufacturing Specialists
Biostatisticians
Facilities Managers
Assay Analyst
Process Development Scientist
Director of Product Strategy/Commercialization
เงินเดือนบัณฑิตสาขา Biotechnology
เนื่องจากงานที่บัณฑิตสาขา Biotechnology ทำได้นั้นมีเยอะมาก ดังนั้นเราขอยกตัวอย่างอาชีพสายตรงอย่าง Biotechnologist เลย
ในอังกฤษ รายได้เริ่มต้นของ Biotechnologist อยู่ที่ 23,000 ปอนด์ต่อปี หากมีประสบการณ์มากขึ้นรายได้อาจอยู่ที่ 44,000-50,000 ปอนด์ต่อปี หากมีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ความรับผิดชอบก็มากขึ้น รายได้อาจสูงถึง 60,000 ปอนด์ต่อปี
ในอเมริกา รายได้เฉลี่ยของ Biotechnologist อยู่ที่ US$79,493 ต่อปี
ในออสเตรเลีย รายได้เฉลี่ยของ Biotechnologist อยู่ที่ AUD$79,965 ต่อปี
ในนิวซีแลนด์ รายได้เฉลี่ยของ Biotechnologist อยู่ที่ NZ$113,322 ต่อปี
ในแคนาดา เงินเดือนของ Biotechnologist =เฉลี่ยอยู่ที่ CA$78,747 ต่อปี
โอกาทำงานสาขา Biotechnology ในต่างประเทศ
ในนิวซีแลนด์ อาชีพสายตรงจากเอกเคมี อย่าง Biotechnologist, Biochemist, และ Microbiologist นั้นอยู่ในลิสต์ Australian and New Zealand Standard Classification of Occupations (ANZSCO) ของนิวซีแลนด์ได้
ส่วนในออสเตรเลีย อาชีพ Biotechnologist, Microbiologist, Biochemist นั้นอยู่เป็นอาชีพขาดแคลนในระยะกลางถึงระยะยาว (Medium and Long-term Strategic Skills List (MLTSSL))
ส่วนในอังกฤษนั้น นักชีวเคมี (biochemist) เป็นอาชีพขาดแคลนในพื้นที่ England, Scotland, Wales และ Northern Ireland
และหากไปเรียนต่อด้านชีววิทยาในอเมริกา ก็อาจมีโอกาสอยู่ทำงานต่อหลังเรียนจบสูงสุดถึง 3 ปี เพราะชีววิทยาก็ถือเป็นหนึ่งในวิชา STEM
ใช้ FastLane Course Search เพื่อหาคอร์ส Biotechnology
Fast Lane คือเครื่องมือช่วยให้เราสมัครเรียนต่อในมหาลัย และคอร์ส Biotechnology เราสนใจได้เร็วและแน่นอนยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะใช้กับมหาลัยที่เปิดรับ Fast Lane เท่านั้น ตัวช่วยนี้จะประเมินคุณสมบัติของเราว่าตรงกับที่มหาลัยต้องการแค่ไหน ยังไง และจะบอกผลออกมาว่าเรามีโอกาสจะได้ offer จากมหาลัยนั้นหรือไม่
ถ้าเราคุณสมบัติครบตามที่เค้าต้องการ เราจะได้ Offer In Principal (OIP) มานอนกอดเลย ซึ่ง OIP นี้คือการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการจากมหาลัย
ถึงจะเป็นการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นการบอกว่าคุณสมบัติเราครบ และทำให้เราสมัครเรียนต่อได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม