ใครที่ชอบดูซีรี่ย์ ดูหนังหรือรักการดูภาพยนตร์เป็นชีวิตจิตใจ เคยมีความคิดโผล่ขึ้นมาไหมคะว่า เอ๊ะ ซีนนี้เค้าถ่ายยังไงนะ ซีนนั้นจริง ๆ ถ้าตัดต่ออีกแบบน่าจะดีกว่า หรือบางทีก็คิดเล่น ๆ ว่าถ้าเราได้เข้าไปอยู่ในแวดวงภาพยนตร์ ได้ลงมือถ่ายทำ ตัดต่อ และทำหนังออกมาจริง ๆ มันจะสุดแค่ไหน ใครที่เคยคิดแบบนี้ และกำลังอยู่ในช่วงเลือกสาขาที่จะไปเรียนต่อ ขอบอกเลยว่าการเรียนฟิล์ม หรือ เรียนนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ นี่แหละคือคำตอบ!
และ Hotcourses Thailand จะพามาเจาะเรื่องการเรียนฟิล์ม (Filming) หรือเรียนนิเทศฯ สาขาภาพยนตร์กันแบบละเอียดยิบ ตอบทุกข้อสงสัย เช่น อยากเรียนฟิล์ม ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง สาขานี้จะเหมาะกับเราไหม เรียนจบแล้วมีโอกาสได้ไปทำงานต่างประเทศหรือเปล่า มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
เราเหมาะกับการเรียนฟิล์มหรือเรียนสาขาภาพยนตร์ไหม
การเรียนนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์นั้นค่อนข้างเปิดกว้างให้กับคนทั่วไปก็จริง แต่การเรียนฟิล์มนั้นจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์อย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการดูและวิจารณ์ภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกระบวนการการผลิต ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์และศิลปะในแขนงอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นน้อง ๆ ต้องมั่นใจในตัวเองก่อนนะคะว่าสนใจและอยากเรียนฟิล์มจริง ๆ
ใครเหมาะจะเรียนสาขาภาพยนตร์บ้าง
- คนที่รักการดูหนัง ดูซีรี่ย์ ชอบดูภาพยนตร์ ดูสื่อต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ
- มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดออกจากกรอบ
- ชอบเล่าเรื่อง มีทักษะการเล่าเรื่องที่ดี (storytelling)
- ช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ
- สายลุย มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้
- ชอบลองอะไรใหม่ ๆ
- มีความอดทนสูง
อยากเรียนฟิล์ม ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง
วิชาที่นักศึกษาสาขาภาพยนตร์ ต้องเรียนอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่วิชาพื้นฐานจะคล้ายคลึงกัน วิชาที่ต้องเรียนได้แก่
- Introductions & Early Film วิชาภาพยนตร์เบื้องต้น
- Mise-en-Scene องค์ประกอบในฉาก
- Cinematography การถ่ายทำภาพยนตร์
- Editing การตัดต่อ
- Sound เสียงในภาพยนตร์
- Narrative การเล่าเรื่อง
- Genre ประเภทของภาพยนตร์
- Auteurs ผู้กำกับภาพยนตร์ที่โดดเด่น
- Psychoanalysis ทฤษฎีจิตวิเคราะห์
- Feminist & Queer Film Theories ทฤษฎีภาพยนตร์แนวสตรีนิยมและเควียร์
- Critical Race Theory ทฤษฎีเชื้อชาติวิพากษ์
- Documentary สารคดี
- Experimental Film ภาพยนตร์ทดลอง
- Animation อนิเมชั่น
- Producing การอำนวยการสร้าง
- Directing การกำกับ
- Art Direction การออกแบบศิลป์
- Screenwriting การเขียนบทภาพยนตร์
- Script writing การเขียนสคริปต์
- Script Analysis การวิเคราะห์บทภาพยนตร์
- Writing for TV การเขียนบทสำหรับสื่อโทรทัศน์
- Post-production กระบวนการหลังถ่ายทำ
- Production Safety ความปลอดภัยระหว่างถ่ายทำ
- Production Management การบริหารงานผลิตภาพยนตร์
- Photography การถ่ายภาพ
- Frame and Sequence องค์ประกอบภาพและการลำดับภาพ
- Language of film ภาษาภาพยนตร์
- Storytelling Strategies กลยุทธ์การเล่าเรื่อง
- Performance Strategies กลยุทธ์การแสดง
- Actor-Direction workshop เวิร์คชอปและการกำกับนักแสดง
- Visual effects and compositing เทคนิคพิเศษในภาพยนตร์
- Film marketing and distributing การทำการตลาดและจัดจำหน่าย
- Special effects makeup for film and TV การแต่งหน้าเอฟเฟกต์พิเศษ
- World Through Art มองโลกผ่านศิลปะแขนงต่าง ๆ
อยากเรียนต่อสาขาฟิล์ม ต้องเรียนกี่ปี
- เรียนฟิล์ม ระดับปริญญาตรี
- จะใช้เวลา 3-4 ปีในการเรียน โดยนักเรียนสามารถเรียนจบสายวิทย์-คณิต หรือสายศิลป์ (ทั้งศิลป์ทั่วไป คำนวณ และภาษา) ก็ได้ เพราะการเรียนภาพยนตร์ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน
- เรียนฟิล์ม ระดับปริญญาโท
- หากอยากเรียนต่อสาขา ภาพยนตร์ ควรมีพื้นฐานด้านนี้ หรือความสนใจในสาขาภาพยนตร์มาก่อน เพราะปริญญาโทอาจไม่มีการปูพื้นฐานแบบปริญญาตรีแล้ว โดยใช้เวลาเรียนจบใน 1-2 ปี แล้วแต่มหาวิทยาลัย
ถ้าจะเรียนด้านภาพยนตร์ ควรไปเรียนต่อที่ไหนดี
มหาวิทยาลัยระดับโลกสาขาภาพยนตร์
การจัดลำดับของสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้านสาขาภาพยนตร์มีหลายสำนักมาก เราเลยขอไม่นำลำดับมาพูดถึง แต่ขอนำสถาบัน/มหาวิทยาที่มีชื่อเสียง ที่เป็นที่กล่าวถึงในวงการมาให้รู้จักกันแทน
สถาบันสาขาภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในอเมริกา
- American Film Institute (AFI)
- CalArts
- Los Angeles Film School
- Kanbar Institute of Film & Television, NYU
- USC School of Cinematic Arts
สถาบันสาขาภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในแคนาดา
- Toronto Film School
- Vancouver Film School
สถาบันสาขาภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในอังกฤษ
- London Film School
- National Film and Television School (NFTS)
สถาบันสาขาภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย
- Australian Film, Television and Radio School
- Sydney Film School
สถาบันสาขาภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในยุโรป
- Academy of Performing Arts’ Film and TV School (FAMU), Czech Republic
- La Fémis, France
- Lodz Film School, Poland
เรียนฟิล์มในต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
- เรียนต่อภาพยนตร์ ในอเมริกา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ US$31,460 ต่อปี
- เรียนต่อภาพยนตร์ ในแคนาดา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ CAD$15,640 ต่อปี
- เรียนต่อภาพยนตร์ ในอังกฤษ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ £24,000 ต่อปี
- เรียนต่อภาพยนตร์ ในออสเตรเลีย ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ A$40,600 ต่อปี
- เรียนต่อภาพยนตร์ ในนิวซีแลนด์ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ NZ$41,180 ต่อปี
เรียนจบสาขาภาพยนตร์ จบมาแล้วทำงานอะไร
ถึงแม้จะเรียนจบฟิล์มมา แต่ก็ไม่ได้แปลว่างานของเราจำกัดอยู่แค่ในวงการภาพยนตร์เท่านั้นนะคะ เพราะการเรียนสาขาภาพยนตร์จะช่วยให้เรามีความรู้และทักษะที่ถ่ายทอดไปยังงานสาขาอื่น ๆ ได้อีกมากมาย เช่น
- ทำงานในสื่อโทรทัศน์ เช่น ละคร ซีรี่ย์
- ทำงานในวงการโฆษณา
- ทำงานในวงการภาพยนตร์
- ทำงานในบริษัท streaming เช่น Netflix, Disney+, Amazon
- ทำงานในสื่อสร้างสรรค์ต่าง ๆ
- เปิดช่องของตัวเอง เป็น influencer
- ทำงานเป็นอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาภาพยนตร์
ตัวอย่างอาชีพสำหรับผู้ที่เรียนจบสาขาภาพยนตร์สามารถทำได้
- Broadcast presenter ผู้ประกาศข่าว ผู้ประกาศ พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ
- Film director ผู้กำกับ
- Film/video editor นักตัดต่อภาพยนตร์/วิดีโอ
- Location manager ผู้จัดการสถานที่ถ่ายทำ
- Production designer, theatre/television/film นักออกแบบฉากและงานสร้าง (สำหรับละครเวที/โทรทัศน์/ภาพยนตร์)
- Programme researcher, broadcasting/film/video นักวิจัยและหาข้อมูลให้รายการ (สำหรับละครเวที/โทรทัศน์/ภาพยนตร์)
- Runner, broadcasting/film/video ผู้ช่วยงานทั่วไปในกองถ่าย
- Television camera operator ช่างกล้อง
- Television/film/video producer โปรดิวเซอร์หรือผู้อำนวยการงานสร้างรายการ/ภาพยนตร์
- Television production coordinator ผู้ประสานงานฝ่ายผลิตรายการ/ภาพยนตร์
- Advertising art director ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์โฆษณา
- Concept artist นักออกแบบคอนเซปต์
- Event manager นักจัดอีเว้นท์
- Marketing executive นักการตลาด
- Public relations officer นักประชาสัมพันธ์หรือพีอาร์
- Special effects technician ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งสเปเชี่ยลเอฟเฟกท์
- VFX artist นักทำวิช่วลเอฟเฟกต์
เรียนฟิล์มจบแล้ว ได้เงินเดือนเท่าไหร่ เงินเดือนดีไหม
เนื่องจากอาชีพที่บัณฑิตสาขาภาพยนตร์สามารถทำงานได้หลากหลายอาชีพมาก เราเลยขอยกตัวอย่างอาชีพอย่างผู้กำกับ หรือ Director มาให้ดูกัน
ในอังกฤษ รายได้เริ่มต้นของผู้กำกับ อยู่ที่ 52,619 ปอนด์ต่อปี รายได้อาจมากกว่านี้หากมีประสบการณ์และชื่อเสียงมากขึ้น
- ในอเมริกา รายได้เฉลี่ยของผู้กำกับ อยู่ที่ US$64,996 ต่อปี
- ในออสเตรเลีย รายได้เฉลี่ยของผู้กำกับ อยู่ที่ AUD$90,647 ต่อปี
- ในนิวซีแลนด์ รายได้เฉลี่ยของผู้กำกับ อยู่ที่ NZ$67,476 ต่อปี
- ในแคนาดา รายได้เฉลี่ยของ Director อยู่ที่ CA$56,962 ต่อปี
โอกาสทำงานสาขาภาพยนตร์ในต่างประเทศ
ในออสเตรเลีย อาชีพ Director (Film, Television, Radio or Stage), Camera Operator (Film, Television or Video), Film and Video Editor อยู่ในลิสต์งานขาดแคลนระยะสั้น หรือ Short-term Skilled Occupation List (STSOL) ส่วนอาชีพ Art Director (Film, Television Or Stage) อยู่ในลิสต์งานขาดแคลนในภูมิภาค หรือ Regional Occupation List (ROL)
ในสหราชอาณาจักร อาชีพสายตรงของ Director ยังไม่ถือเป็นอาชีพขาดแคลน แต่นี่ก็ถือเป็นหนึ่งอาชีพ Artist ที่เป็นอาชีพขาดแคลนในทุกพื้นที่ของสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ, สก็อตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ทำให้ผู้สมัครที่ทำอาชีพในสาขาศิลปะต่างๆ สามารถสมัคร Skilled Work Visa ได้
ใช้ FastLane Course Search เพื่อหาคอร์สเรียนต่อภาพยนตร์
Fast Lane คือเครื่องมือช่วยให้เราสมัครเรียนต่อในมหาลัย และคอร์สเรียนต่อภาพยนตร์ เราสนใจได้เร็วและแน่นอนยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะใช้กับมหาลัยที่เปิดรับ Fast Lane เท่านั้น ตัวช่วยนี้จะประเมินคุณสมบัติของเราว่าตรงกับที่มหาลัยต้องการแค่ไหน ยังไง และจะบอกผลออกมาว่าเรามีโอกาสจะได้ offer จากมหาลัยนั้นหรือไม่
ถ้าเราคุณสมบัติครบตามที่เค้าต้องการ เราจะได้ Offer In Principal (OIP) มานอนกอดเลย ซึ่ง OIP นี้คือการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการจากมหาลัย
ถึงจะเป็นการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นการบอกว่าคุณสมบัติเราครบ และทำให้เราสมัครเรียนต่อได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
Updated: Anuchana P
