เรียนต่อแพทย์ศาสตร์ประเทศไหนดี อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : แนะนำหลักสูตรและสาขา

เรียนต่อแพทย์ศาสตร์ประเทศไหนดี - อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา

การเรียนแพทย์ศาสตร์ในอังกฤษ อเมริกาและออสเตรเลียนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ลองดูว่าเราควรจะดูว่าระบบการเรียนแพทย์ศาสตร์จากประเทศไทย ถ้าจะไปเรียนต่อแพทย์ศาสตร์ในต่างประเทศ จะสมัครเข้าเรียนได้เมื่อไหร่ และ ต้องมีวุฒิขั้นต่ำอะไรบ้างจึงจะสมัครได้

share image

ไม่ ว่าจะเลือกเรียนที่ไหน ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเรียนที่หนักหนาสาหัส และชีวิตที่เต็มไปด้วยการฝึกงานเป็นหลัก สรุปว่า เรียนที่ไหนก็เหนื่อยแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตามเส้นทางสู่การเป็นหมอก็ยังแตกต่างไปในแต่ละประเทศยอดฮิตใน การเรียนต่อค่ะ
 

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือ ในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย เราสามารถเข้าเรียนต่อด้านแพทย์ศาสตร์เมื่อจบจากระดับมัธยมต้นได้เลย แต่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะเป็นหมอได้ต้องเรียนต่อปริญญาโทเท่านั้น หมายความว่าผู้สมัครต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่กินเวลา 2-4 ปีแล้ว ซึ่งสิ่งที่จะบอกต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้เมื่อจะไปเรียนต่อในประเทศ ต่างๆ เหล่านี้ค่ะ
 

CHECK หลักสูตรแพทย์ในUK / US / AUS
 

เรียนหมอในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ใน สหรัฐอเมริกา ปริญญาด้านแพทย์ศาสตร์จะเปิดสอนในระดับปริญญาโทเท่านั้น ดังนั้นเราจะต้องเรียน Pre-med เป็นเวลา 3-4 ปี ก่อนจะเข้าเรียนเป็นหมอจริงๆ ได้  ซึ่งมาตรฐานนี้ถูกบังคับโดยสมาพันธ์วิทยาลัยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา Association of American Medical Colleges (AAMC)
 

นัก รียนทุกคนที่ต้องการเรียนต่อในคณะแพทย์ศาสตร์จะต้องสอบผ่านรายวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ในแต่ละโรงเรียนอาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน โดยสามารถดูได้ที่คำแนะนำการรับนักศึกษาเข้าเรียนต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ของ AAMC (AAMC’s Medical School Admission Requirements guide)
 

คณะแพทย์ศาสตร์ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกายังกำหนดให้นักเรียนสอบ Medical College Admission Test (MCAT) ก่อนด้วย ซึ่งสามารถสมัครได้ทาง American Medical College Application Service (AMCAS)
 

เมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนแล้ว จะต้องเรียนต่ออีก 4 ปี เพื่อให้ได้รับปริญญาด้าน Doctor of Osteopathic Medicine (D.O.) หรือ Doctor of Medicine (D.M.) ซึ่งเมื่อได้รับปริญญาด้านนี้แล้วจะหมายความว่าเราสามารถฝึกงานด้านการแพทย์ ได้ แต่เรายังต้องสอบผ่าน residency training program ที่กินระยะเวลาประมาณ 3 - 8 ปีก่อน (ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือก) รวมถึงอาจจะต้องฝึกงานผ่านระบบที่เรียกว่า fellowships program อีกด้วย
 

ระบบ ที่ว่ามานี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับในประเทศแคนาดา ถึงแม้ว่าบางมหาวิทยาลัยจะตอบรับนักเรียนที่เรียนจบปริญญาตรีด้วยระยะเวลา 2 ปี และบางสถาบันยังมี fast-track medical degree programs ที่ใช้เวลาเพียง 3 ปี (จากปรกติ 4 ปี) อีกด้วย
 

ทุนด้านแพทย์ในอเมริกากว่า 900 สถาบัน
 


เรียนหมอในสหราชอาณาจักรหรือออสเตรเลีย
 

ในอังกฤษและออสเตรเลีย หลักสูตรที่เป็นที่นิยมในการเป็นหมอคือการศึกษาต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ในระดับ ปริญญาตรี ซึ่งจะกินระยะเวลาประมาณ 5 - 6 ปี ในทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่จบมาจากสาขาวิชาอื่นๆ แล้ว อาจจะสามารถเรียนต่อใน ‘fast-track’ course ที่กินระยะเวลา 4 ปีได้
 

คณะแพทยศาสตร์และทันตกรรมที่อังกฤษบางแห่งอาจกำหนดให้ผู้สมัครสอบ UK Clinical Aptitude Test (UKCAT) ก่อน ซึ่งการสอบนี้ไม่ได้วัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการวัดระดับทัศนคติ อารมณ์และความสามารถพิเศษ ส่วนในออสเตรเลีย สถาบันบางแห่งก็กำหนดให้สอบ Medical College Admission Test (MCAT) หรือ Graduate Medical School Admissions Test (GAMSAT) เช่นเดียวกัน
 

ทั้ง สองเส้นทางนี้จะนำนักเรียนไปสู่ประกาศณียบัตร Bachelor of Medicine และ Bachelor of Surgery (MBBS) qualification ที่เทียบได้กับ D.O. หรือ D.M. ในอเมริกานั่นเอง
 

ทุนด้านแพทย์ในUK

ทุนด้านแพทย์ในออสเตรเลีย
 

ในอังกฤษ บัณฑิตที่จบแล้วจะต้องลงทะเบียนใน Foundation Programme ที่กินเวลา 2 ปีก่อน ซึ่งระหว่างนั้นก็จะได้ฝึกงานในแผนกต่างๆ ของสถานพยาบาล ก่อนที่จะเข้ารับการฝึกสาขาเฉพาะ แต่ในออสเตรเลีย หลังจากได้รับ MBBS แล้ว ก็จะได้รับการฝึกงานแบบมีผู้ดูแล 1 ปี ที่เรียกว่า Internship ตามด้วยการฝึกหัดเฉพาะทางในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 ปี และการฝึกเฉพาะทางเพิ่มเติม
 

อ่านถึงตรงนี้ก็คงพอจะเห็นแล้วว่า ไม่มีเส้นทางลัด หรือเส้นทางสบายๆ สู่การเป็นหมอ ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ตาม แต่รับรองว่าการเป็นหมอนั้นแสนจะคุ้มค่า เพราะการได้ช่วยเหลือผู้คนนั้นเป็นค่าตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้ ทำให้กลายเป็นอาชีพที่แข่งขันสูงอย่างที่เห็น
 

 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

รวมหลักสูตรปริญญาโทต่างประเทศที่ไม่ต้องจบป.ตรีด้านนี้มาก่อนก็เรียนได้ ใครอยากเปลี่ยนงานควรอ่าน

มีใครกำลังเบื่อกับหลักสูตรที่เรียนหรือว่าไม่อยากไปทำงานกันบ้างแล้วมั้ยคะ? เริ่มมีความคิดอยากซิ่วหรืออยากเปลี่ยนอาชีพกันบ้างรึเปล่า? ใครที่กำลังมีความคิดแนว ๆ นี้ วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ และหลักสูตรที่น่าสนใจมาให้ดูกันค่ะ   สารบัญ อยากเปลี่ยนคณะ เปลี่ยนสายงาน ตอนนี้ยังทันไหม? ถ้าจบมาไม่ตรงสายแต่อยากเปลี่ยนอาชีพ หรือไปเรียนต่อสาขาที่ไม่เกี่ยวข้อง ต้องทำยังไง หลักสูตรที่เรียนต่อป.โทได้โดยไม่ต้องจบมาตรงสาย

457.1K
article Img

5 เรื่องจริงที่ควรรู้ ก่อนเลือกเรียน Marketing

เพราะงานด้านการตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน การเรียนต่อปริญญาโททางธุรกิจ โดยเฉพาะเอกการตลาด จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักศึกษา เนื่องจากความรู้ด้านการตลาดมีความจำเป็นอย่างยิ่งในธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่   อย่างไรก็ตามนักเรียนหลายๆ คนที่เลือกเรียนต่อด้านนี้กลับไม่รู้สึกสนุกเท่าไหร่นัก เพราะไม่ได้มีเป้าหมายหรือความคาดหวังที่ชัดเจนจากสาขานี้ พี่เลยอยากเล่าประสบการณ์จากที่เรียน Marketing มาเล่าสู่กันฟัง

301.8K
article Img

HR คืออะไร? ตำแหน่งอะไร? อยากเรียนต่อ HR ต้องเรียนเกี่ยวกับอะไร? อัพเดทเงินเดือน HR ล่าสุด

เจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับ Human Resources (HR) นี่คือตำแหน่งอะไร อยากเรียนต่อด้านนี้ต้องเรียนอะไรบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย   หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหูกับคำว่า Human Resources (HR) แต่อาจจะยังไม่ค่อยเคลียร์ว่าตำแหน่งนี้คืออะไร ทำงานเกี่ยวกับอะไร หรือถ้าสนใจอยากเรียนต่อต่างประเทศด้าน HR ต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ   สารบัญ HR คืออะไร ตำแหน่งอะไร ต้องทำอะไรบ้าง ใครเหมาะกับการเรียน HR บ้าง สาขา HR

267.8K
article Img

12 แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ ไว้อัพสกิล ปี 2021

เดี๋ยวนี้การเรียนไม่ได้จำกัดแค่ในห้องเรียนอีกต่อไป เพราะเราก็รู้กันแล้วว่าเราสามารถเรียนจากที่ไหนก็ได้ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์! แถมโควิด-19 ยังทำให้การเรียนออนไลน์เป็นเรื่องปกติมากขึ้นไปอีก วันนี้เราเลยจะมาแนะนำแหล่งเรียนรู้ออนไลน์น่าเรียน เพื่อเอาไปอัพทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กัน!     ไปดูกันเลยว่าจะมีเว็บไหนบ้าง และแต่ละเว็บไซต์มีวิชาไหนน่าเรียนบ้างน้าา   Coursera ก่อนหน้านี้

121.8K