ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : แนะนำหลักสูตรและสาขา

เรียนต่อแพทย์ศาสตร์ประเทศไหนดี - อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา

การเรียนแพทย์ศาสตร์ในอังกฤษ อเมริกาและออสเตรเลียนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ลองดูว่าเราควรจะดูว่าระบบการเรียนแพทย์ศาสตร์จากประเทศไทย ถ้าจะไปเรียนต่อแพทย์ศาสตร์ในต่างประเทศ จะสมัครเข้าเรียนได้เมื่อไหร่ และ ต้องมีวุฒิขั้นต่ำอะไรบ้างจึงจะสมัครได้

33439

ไม่ ว่าจะเลือกเรียนที่ไหน ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเรียนที่หนักหนาสาหัส และชีวิตที่เต็มไปด้วยการฝึกงานเป็นหลัก สรุปว่า เรียนที่ไหนก็เหนื่อยแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตามเส้นทางสู่การเป็นหมอก็ยังแตกต่างไปในแต่ละประเทศยอดฮิตใน การเรียนต่อค่ะ

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือ ในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย เราสามารถเข้าเรียนต่อด้านแพทย์ศาสตร์เมื่อจบจากระดับมัธยมต้นได้เลย แต่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะเป็นหมอได้ต้องเรียนต่อปริญญาโทเท่านั้น หมายความว่าผู้สมัครต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่กินเวลา 2-4 ปีแล้ว ซึ่งสิ่งที่จะบอกต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้เมื่อจะไปเรียนต่อในประเทศ ต่างๆ เหล่านี้ค่ะ

CHECK หลักสูตรแพทย์ในUK / US / AUS

เรียนหมอในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ใน สหรัฐอเมริกา ปริญญาด้านแพทย์ศาสตร์จะเปิดสอนในระดับปริญญาโทเท่านั้น ดังนั้นเราจะต้องเรียน Pre-med เป็นเวลา 3-4 ปี ก่อนจะเข้าเรียนเป็นหมอจริงๆ ได้  ซึ่งมาตรฐานนี้ถูกบังคับโดยสมาพันธ์วิทยาลัยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา Association of American Medical Colleges (AAMC)

นัก เรียนทุกคนที่ต้องการเรียนต่อในคณะแพทย์ศาสตร์จะต้องสอบผ่านรายวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ในแต่ละโรงเรียนอาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน โดยสามารถดูได้ที่คำแนะนำการรับนักศึกษาเข้าเรียนต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ของ AAMC (AAMC’s Medical School Admission Requirements guide)

คณะแพทย์ศาสตร์ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกายังกำหนดให้นักเรียนสอบ Medical College Admission Test (MCAT) ก่อนด้วย ซึ่งสามารถสมัครได้ทาง American Medical College Application Service (AMCAS)

เมื่อ ได้รับการตอบรับเข้าเรียนแล้ว จะต้องเรียนต่ออีก 4 ปี เพื่อให้ได้รับปริญญาด้าน Doctor of Osteopathic Medicine (D.O.) หรือ Doctor of Medicine (D.M.) ซึ่งเมื่อได้รับปริญญาด้านนี้แล้วจะหมายความว่าเราสามารถฝึกงานด้านการแพทย์ ได้ แต่เรายังต้องสอบผ่าน residency training program ที่กินระยะเวลาประมาณ 3 - 8 ปีก่อน (ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือก) รวมถึงอาจจะต้องฝึกงานผ่านระบบที่เรียกว่า fellowships program อีกด้วย

ระบบ ที่ว่ามานี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับในประเทศแคนาดา ถึงแม้ว่าบางมหาวิทยาลัยจะตอบรับนักเรียนที่เรียนจบปริญญาตรีด้วยระยะเวลา 2 ปี และบางสถาบันยังมี fast-track medical degree programs ที่ใช้เวลาเพียง 3 ปี (จากปรกติ 4 ปี) อีกด้วย

ทุนด้านแพทย์ในอเมริกา 109 สถาบัน

เรียนหมอในสหราชอาณาจักรหรือออสเตรเลีย

ใน อังกฤษและออสเตรเลีย หลักสูตรที่เป็นที่นิยมในการเป็นหมอคือการศึกษาต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ในระดับ ปริญญาตรี ซึ่งจะกินระยะเวลาประมาณ 5 - 6 ปี ในทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่จบมาจากสาขาวิชาอื่นๆ แล้ว อาจจะสามารถเรียนต่อใน ‘fast-track’ course ที่กินระยะเวลา 4 ปีได้

คณะแพทยศาสตร์และทันตกรรมที่อังกฤษบางแห่งอาจกำหนดให้ผู้สมัครสอบ UK Clinical Aptitude Test (UKCAT) ก่อน ซึ่งการสอบนี้ไม่ได้วัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการวัดระดับทัศนคติ อารมณ์และความสามารถพิเศษ ส่วนในออสเตรเลีย สถาบันบางแห่งก็กำหนดให้สอบ Medical College Admission Test (MCAT) หรือ Graduate Medical School Admissions Test (GAMSAT) เช่นเดียวกัน

ทั้ง สองเส้นทางนี้จะนำนักเรียนไปสู่ประกาศณียบัตร Bachelor of Medicine และ Bachelor of Surgery (MBBS) qualification ที่เทียบได้กับ D.O. หรือ D.M. ในอเมริกานั่นเอง

ทุนด้านแพทย์ในUK จาก 142 สถาบัน

ทุนด้านแพทย์ในออส จาก 30 สถาบัน

ใน อังกฤษ บัณฑิตที่จบแล้วจะต้องลงทะเบียนใน Foundation Programme ที่กินเวลา 2 ปีก่อน ซึ่งระหว่างนั้นก็จะได้ฝึกงานในแผนกต่างๆ ของสถานพยาบาล ก่อนที่จะเข้ารับการฝึกสาขาเฉพาะ แต่ในออสเตรเลีย หลังจากได้รับ MBBS แล้ว ก็จะได้รับการฝึกงานแบบมีผู้ดูแล 1 ปี ที่เรียกว่า Internship ตามด้วยการฝึกหัดเฉพาะทางในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 ปี และการฝึกเฉพาะทางเพิ่มเติม

อ่าน ถึงตรงนี้ก็คงพอจะเห็นแล้วว่า ไม่มีเส้นทางลัด หรือเส้นทางสบายๆ สู่การเป็นหมอ ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ตาม แต่รับรองว่าการเป็นหมอนั้นแสนจะคุ้มค่า เพราะการได้ช่วยเหลือผู้คนนั้นเป็นค่าตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้ ทำให้กลายเป็นอาชีพที่แข่งขันสูงอย่างที่เห็น

 

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาและสอนในระดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ใน New York City

MUST READ

ข้อดีของการเรียนนิติศาสตร์ กฎหมาย

รู้มั้ยว่า มากาเร็ต แทตเชอร์, บารัค โอบาม่า และมหาตะมะคานธี มีอะไรที่เหมือนกัน?    น่าสนใจมากที่พวกเขาต่างก็เป็นผู้นำของโลกที่เรียนกฎหมาย  การเรียนกฎหมายหรือนิติศาสตร์ถือเป็นหนึ่งในสาขาวิชาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกสาขาหนึ่ง อีกทั้งเป็นสาขาที่ได้รับการยอมรับมากและมีโอกาสทางการทำงานสูง อย่างไรก็ตาม การเรียนกฎหมายไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอยู่ในศาลหรือเป็นทนายเสมอไป

130403

เรียนทันตแพทย์ดีอย่างไร ไปเรียนทันตแพทย์ต่างประเทศดีไหม

เรียนทันตแพทย์ดีไหม? ทันตแพทย์เป็นสาขายอดฮิตของเด็กที่เรียนสายวิทย์สาขาหนึ่ง หลายคนลังเลว่า เอ... จะเรียนแพทย์ธรรมดาไปก่อนแล้วต่อย่อยสาขาอื่นอย่างละเอียดทีหลังหรือจะเริ่มต้นโดยตรงด้วยการเรียนทันตแพทย์โดยตรงเลยดี วันนี้เลยจะนำ Facts ของการเรียนแพทย์ทันตะและเส้นทางงานในอนาคตของสายนี้มาให้ฟังกัน รวมถึงแนะนำเรื่องการไปเรียนต่อแพทย์ที่ต่างประเทศ ไปดูกันเล้ย   ส่วนใครที่อยากจะดู หลักสูตรทันตแพทย์ทั้งหมด  เข้าไปดูที่นี่ได้เลย  

98954

MBA เรียนอะไร และข้อดีข้อเสียของสาขานี้

หากพูดถึงการไปเรียนต่อเมืองนอก หลักสูตรการบริหารธุรกิจอย่าง MBA (Master of Business Administration) มักจะเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นวันนี้ทาง Hotcourses จึงอยากนำรายละเอียดของหลักสูตรนี้มาเล่าให้ฟัง   ทำความรู้จัก MBA เป็นตัวย่อของ Master of Business Administration ซึ่งเปรียบเสมือนพาสปอร์ตสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในอนาคตของผู้เรียนเลยก็ว่าได้ หลักสูตร MBA นี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบเรียนรู้

53730

10 สาขาวิชาใหม่ในต่างประเทศ ส่องเทรนด์สาขาเรียนต่อล่าสุด

10 สาขาวิชาน่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีสอน   >> ค้นหาทุนการศึกษาจากหลายประเทศ >> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ   10 สาขาวิชาเหล่านี้จะทำให้คุณทึ่งว่ามีวิชาแบบนี้อยู่ด้วยหรือนี่!   1. Baking Technology Management London Southbank University ดู list สถาบันที่เปิดสอน Baking Courses ดู list สถาบันที่เปิดสอน Baking Technology เบเกอรี่เป็นขนมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

37794