ขั้นตอนการสมัครการขอวีซ่ามีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป หนึ่งในประเภทวีซ่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ วีซ่านักเรียน แต่ใช่ว่าเราจะมีเงินละเก็บกระเป๋าเดินทางไปได้เลย วีซ่านักเรียนต้องใช้เอกสารต่างๆ มากมายและมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดกว่าการขอวีซ่าทั่วไปอย่างวีซ่าท่องเที่ยว
วันนี้ Hotcourses Thailand จะมาแนะนำ 7 ขั้นตอนที่จะช่วยให้การขอวีซ่านักเรียนของคุณผ่านฉลุยกัน
ตรวจสอบว่าต้องใช้วีซ่าหรือไม่
แต่ละประเทศมีข้อกำหนดในการใช้วีซ่าแตกต่างกัน เช่นนักเรียนชาวยุโรปสามารถเดินทางเพื่อไปเรียนในประเทศในทวีปยุโรปด้วยกันโดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หรือบางประเทศวีซ่านักเรียนมีหลายประเภท เช่นวีซ่านักเรียนภาษาระยะสั้น ระยะยาว หรือวีซ่าเพื่อการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ก็จะมีข้อกำหนดและระยะเวลาขอวีซ่าแตกต่างกันออกไป ซึ่งวีซ่านักเรียนจำเป็นต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองอย่างแน่นอน
จดหมายแนะนำตัวปังๆ
ในแต่ละประเทศจดหมายแนะนำตัวก็อาจจะใช้คำที่แตกต่างกันออกไป เช่น ออสเตรเลียจะใช้คำว่า GTE (Genuine Temporary Entrant) ส่วนนิวซีแลนด์ คือ Plans in New Zealand หรือทางอังกฤษใช้คำว่า SOP (Statement of Purpose) เป็นต้น
แต่เนื้อหาในการเขียนความเรียงนั้นคล้ายกัน กล่าวคือการแนะนำประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน เหตุผลที่ต้องการไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เหตุผลที่เลือกเมืองหรือประเทศนั้น ๆ แพลนในการอยู่ต่างประเทศ และแพลนหลังจากเรียนจบและกลับมาที่ไทย
ที่สำคัญแทรกรูปกิจกรรมสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วยเพื่อพิสูจน์ว่าจดหมายของเราไม่ได้เขียนขึ้นมาลอยๆ จากจินตนาการ จดหมายแนะนำตัวควรมีความสอดคล้องกันและถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ขั้นตอนนี้เรียกได้ว่าสามารถชี้ชะตาการอนุมัติวีซ่าได้เลย
หนังสือเดินทาง รูปถ่าย และเอกสารต่าง ๆ
หนังสือเดินทางควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ายังไม่หมดอายุ ยังพอมีหน้าว่างอย่างน้อย 4-6 หน้า (เผื่อการเดินทางไป-กลับ และทรานซิสหรือเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประเทศ) หากเหลือเพียงไม่กี่หน้าแนะนำให้ทำใหม่เลย ถึงจะเสียเวลาในการรอพาสปอร์ตประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่ก็ยังดีกว่าเสียเวลาทำเอกสารทุกอย่างใหม่ทั้งหมดหากเกิดข้อผิดพลาด
รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือนใส่ชุดสุภาพอย่างเสื้อคอปก พื้นหลังเรียบ ขนาดรูปถ่ายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ และที่สำคัญเอกสารต่าง ๆ ที่ทางสถานทูตแต่ละประเทศกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่การสมัครวีซ่านักเรียนจะขอ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน Transcripts ใบปริญญา จดหมายแนะนำตัว ใบสมัครเรียน หนังสือรับรองการทำงาน Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน และ Bank Guarantee เป็นต้น
นอกจากนี้อย่าลืม!!! ในโลกยุคโควิด บางประเทศต้องใช้ใบ certificate รับรองผลการฉีดวัคซีนด้วย เพราะบางประเทศจำเป็นต้องใช้ก่อนเข้าประเทศ
คะแนนสอบวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ
ในขั้นตอนการสมัครขอวีซ่า บางประเทศต้องใช้คะแนนสอบวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษด้วย ต้องมั่นใจว่าคะแนนยังไม่หมดอายุงาน ณ วันที่สมัครขอวีซ่าและยังสามารถใช้งานได้อีกอย่างน้อยหลายเดือน โดยนับหลังจากวันที่สมัครขอวีซ่า
ถ้าคะแนนของหมดอายุในระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ก็ควรวางแผนเพื่อเตรียมตัวสอบใหม่ โดยทั้งการทดสอบ TOEFL และ IELTS จะมีอายุการใช้งาน 2 ปีหลังจากวันที่สอบ
ค่าธรรมเนียม
นอกจากค่าธรรมเนียมทางการศึกษาแล้ว การขอวีซ่าในแต่ละขั้นตอนก็มีค่าบริการต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เช่นกัน เช่น ค่าทำหนังสือเดินทางในกรณีที่จำเป็นต้องทำใหม่ ค่าบริการตรวจสุขภาพซึ่งขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่กำหนด ประกันสุขภาพ ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า และค่าธรรมเนียมในการทำไบโอเมตริกในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย
นอกจากนี้อาจมีค่าบริการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หากใช้บริการเอเจนซี่ อาจมีค่าดำเนินการแปลเอกสารต่างๆ
ควรจำไว้ว่าเอเจนซี่โดยส่วนใหญ่จะไม่มีเก็บค่าดำเนินการ เพราะจะได้เปอร์เซ็นต์จากค่าเรียนอยู่แล้ว หากมีเอเจนซี่ไหนคิดค่าบริการในการดำเนินการ ให้พึงระลึกไว้เลยว่าอาจเป็นเอเจนซี่ผี!
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เนื้อหาและภาษา
เอกสารการรับสมัครต้องถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ชื่อสกุล วันเกิด วันเริ่มเรียน ประกันสุขภาพครอบคลุมระยะเวลาที่ไปประเทศนั้นๆ ก่อนวีซ่าหมดหรือไม่ เป็นต้น เพราะหากข้อมูลผิดหรือสะกดผิดเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขในขั้นตอนการพิจารณาวีซ่า หรือที่แย่ที่สุดอาจทำให้วีซ่าไม่ผ่านเลยก็ได้
สำเนาเอกสารต่างๆ
ควรถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่างๆ ที่ใช้ในการสมัครขอวีซ่าและนำสำเนาติดตัวไปด้วยตอนสัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าสถานกงสุลจะส่งเอกสารทุกอย่างกลับคืนให้หลังจากวีซ่าผ่านแล้วก็ตาม
เอกสารทางราชการที่สำคัญ เช่น หนังสือเดินทาง บัตรประชาชน เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดที่ใช้ในการรับรอง เพราะฉะนั้นควรทำสำเนาสำรองไว้เผื่อต้องใช้ในยามฉุกเฉิน โดยเมื่อถ่ายเอกสารแล้วควรอัพโหลดข้อมูลลงไปในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ด้วย เผื่อต้องใช้เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ
เตรียมตัวสัมภาษณ์
ในบางกรณีอย่างเช่นการขอวีซ่านักเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา การถูกเรียกสัมภาษณ์ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งในการขอวีซ่า ซึ่งเราต้องเตรียมข้อมูลและรายละเอียดต่างๆให้ถูกต้องและครบถ้วน เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สที่จะเรียน รายละเอียดของมหาวิทยาลัย เหตุผลที่คุณเลือกเรียนคณะนั้นๆ
ถ้าคุณตอบคำถามง่ายๆ ไม่ได้ จะทำให้เจ้าหน้าที่กงสุลสงสัยในตัวเราว่าเราอยากเดินทางเข้าประเทศด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ หรือจะหลบหนีเข้าเมือง ดังนั้นควรจดจำข้อมูลของตนเองให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยเฉพาะข้อมูลจากจดหมายแนะนำตัว หากให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ก็มีหลายรายที่ตุ๊บเพราะจำข้อมูลตนเองไม่ได้
เผื่อเวลาล่วงหน้า
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการส่งวีซ่าแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาแตกต่างกันออกไปตามประเทศ บางประเทศรู้ผลได้เลย แต่ในยุคโควิด บางประเทศต้องรอ 1-3 เดือนเลยทีเดียว (ดังนั้น ควรวางแผนและเผื่อเวลาให้ดี เพราะถ้าหากขั้นตอนการพิจารณาวีซ่าทับซ้อนกับวันเรียน อาจทำให้เราเริ่มเรียนช้าไปเลยเพราะวันเปิดเรียนไม่รอใครเด้อ
สมัครเองหรือเลือกเอเจนซี่
ในการทำวีซ่านักเรียนครั้งแรก ใครกังวล กลัวทำไม่ถูกต้อง ขอแนะนำให้ทำผ่านเอเจนซี่จะดีที่สุด เพราะสามารถให้คำแนะนำได้ทุกขั้นตอน บางเคสที่อาจจะส่งผลให้วีซ่าผ่านยาก เช่น กรณีที่อายุเยอะ หรือว่างงานมาเป็นเวลานาน หรือสายการเรียนไม่ตรงกับสายงาน ก็อาจจะสามารถผ่านได้
ในการเลือกเอเจนซี่ควรศึกษาหาข้อมูลเอเจนซี่นั้นให้ดีว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ และมีรีวิวจากผู้ใช้บริการบ้างหรือเปล่า
ขอเตือนอีกครั้งว่าเอเจนซี่บางที่อาจมีคิดค่าธรรมเนียมการแปลภาษา แต่หากเอเจนซี่ใดที่คิดค่าดำเนินการด้วย ให้ปัดซ้ายทิ้งไปเลย แล้วไปปัดขวาหาเอเจนซี่ใหม่ ใครที่พอจะรู้ขั้นตอนการขอวีซ่าด้วยตนเอง ในครั้งต่อไปหากมีโอกาสอยากกลับไปเรียนที่ประเทศนั้นอีก ก็สามารถศึกษาหาข้อมูลในการยื่นสมัครวีซ่าด้วยตนเองได้ ก็จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้
รวมคำถามเจอบ่อยในการสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ
มัดรวมคำถามเจอบ่อยในการสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์
รวมคำถามเจอบ่อยเมื่อไปสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนในแคนาดา
คำถามเจอบ่อยเมื่อไปสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนของออสเตรเลีย
รวมสารพัดคำถามสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกาที่เจอมาบ่อยที่สุด