นับตั้งแต่มีกระแสย้ายประเทศมา แคนาดาได้กลายเป็นประเทศหนึ่งที่นักเรียนไทยอยากไปเรียนต่อขึ้นเยอะมาก นอกจากแคนาดาจะมีคุณภาพการศึกษา มหาลัยระดับโลกแล้ว นักศึกษายังสามารถวางแผนทำงานหลังเรียนจบได้ด้วย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมแคนาดายังเป็นหนึ่งในช้อยส์ของนักเรียน
นอกจากเหตุผลด้านการศึกษา และวีซ่าทำงานหลังเรียนจบแล้ว วันนี้ IDP Hotcourses ขอมาจัดหนักจัดเต็ม ขายประเทศแคนาดาด้วย 10 เหตุผลหลักๆ ว่าทำไมพ.ศ.นี้ เราต้องไปเรียนต่อแคนาดา!
ระบบการศึกษา มหาลัย คุณภาพระดับโลก
แคนาดา มีระบบการศึกษาระดับ Top 5 ของโลก (ได้รับการจัดอันดับโดย U.S. News) นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 100 ในการจัดอันดับของ Times Higher Education ถึง 3 แห่ง คือ
อันดับ 21 University of Toronto
อันดับ 41 University of British Columbia
อันดับ 45 McGill University
และอีก 5 มหาลัยที่ติดอันดับ Top 200 คือ
อันดับ 116 McMaster University
อันดับ 116 University of Alberta
อันดับ 125 Université de Montréal
อันดับ 163 University of Waterloo
อันดับ 191 University of Ottawa
มหาลัยและรัฐบาลมีทุนให้นักศึกษาต่างชาติ
ทั้งรัฐบาลแคนาดา และมหาวิทยาลัยต่างๆ ในแคนาดา มีทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างชาติ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ทุนที่เปิดให้มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
University of Toronto มอบทุน Lester B. Pearson International ในนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาลัย ทุนครอบคลุมค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงดูแลเรื่องที่พักทั้ง 4 ปี ตัวทุนไม่จำกัดสาขาการเรียน โดยทุนนี้จะมีประมาณ 37 ทุนต่อปี
University of British Columbia มีทุนให้นักเรียนต่างชาติสมัคร หลายทุน ไม่ว่าจะเป็น Karen McKellin International Leader of Tomorrow Award, Donald A. Wehrung International Student Award, International Impact Award หรือ Vantage One Excellence Award โดยจะได้รับการพิจารณาอัตโนมัติเมื่อสมัครเข้าเรียนต่อ
Vanier Canada Graduate Scholarships ทุนปริญญาโทและเอกจากรัฐแคนาดา มอบให้นักศึกษาที่เข้าเรียนต่อมหาลัยในแคนาดา ในสาขา health research; natural sciences and/or engineering research; and social sciences and/or humanities research ทุนมีมูลค่ากว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี และจำนวนทุนที่ให้อาจสูงถึง 166 ทุนต่อปี
ทำงานระหว่างเรียนต่อได้
ระหว่างที่เรียนต่อในแคนาดานั้น นักศึกษาสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย
สำหรับการทำงานในมหาลัย หรือสถาบันการศึกษา (on-campus) สามารถทำได้โดยไม่จำกัดชั่วโมง
ส่วนการทำงาน off-campus นั้นสามารถทำได้ 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยไม่ต้องมีใบขออนุญาต (อ้างอิงตามการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2024) เมื่อปิดเทอมก็สามารถทำงานได้โดยไม่จำกัดชั่วโมง
มีวีซ่าหลังเรียนจบให้นักเรียนต่างชาติ
แคนาดามี Post-graduation work permit (PGWP) คือวีซ่าที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติที่เรียนจบสามารถอยู่ทำงานต่อในแคนาดาได้สูงสุด 3 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียนต่อ
- นักศึกษาที่เรียนจบปริญญาด้วยหลักสูตรที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 2 ปี (แต่เกิน 8 เดือน) อาจจะได้ work permit เป็นระยะเวลาเท่า ๆ กับหลักสูตรของที่เรียน เช่น หลักสูตรเป็นแบบ 9 เดือน เราก็จะอยู่ต่อทำงานได้ 9 เดือน
- นักศึกษาที่เรียนจบปริญญาด้วยหลักสูตรที่มีระยะเวลาเกินกว่า 2 ปี จะสามารถขอ PGWP อยู่ได้ 3 ปี
- นักศึกษาที่เรียนจบปริญญาโทด้วยหลักสูตรที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 2 ปี (แต่เกิน 8 เดือน) หรือเกิน 2 ปีขึ้นไป จะสามารถขอ PGWP อยู่ได้ 3 ปี
ปริญญาได้รับการยอมรับ มีโอกาสอยู่ทำงาน ยาวๆ ในแคนาดา
ปริญญาที่เรียนจบได้รับการยอมรับในประเทศแคนาดา และในระดับนานาชาติ
ในการจัดอันดับ Global Employability Rank 2025 ของ THE มี 3 มหาวิทยาลัยในแคนาดาที่ติดอันดับ Top 50 คือ
อันดับ 14 University of Toronto
อันดับ 31 McGill University
อันดับ 36 University of British Columbia
นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร Co-op ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เปิดให้นักศึกษาได้เรียน และฝึกงานด้วย มากกว่า 3,000 หลักสูตร ที่สำคัญมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ในแคนาดาจะมีศูนย์ให้คำปรึกษาและการสนับสนุนเรื่องอาชีพและการงานหลังเรียนจบด้วย
ประเทศปลอดภัย เป็นมิตรกับนักเรียน เหมาะแก่การเรียนต่อ
แคนาดาเป็นประเทศที่ติดท็อป 15 อันดับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก อ้างอิงจากการจัดอันดับ World Peace Index และติดอันดับ 3 ด้านประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุด
แคนาดา ยังมีเมือง 3 เมืองติด Top 20 อันดับ Best Student Cities 2025 โดยการจัดอันดับของ QS คือ
อันดับ 10 Montreal
อันดับ 11 Toronto
อันดับ 19 Vancouver
สถานที่และสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
นอกจากนี้มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาแล้ว แคนาดายังเป็นประเทศที่สวยงาม เต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวในแคนาดามหาศาล
กิจกรรมท่องเที่ยวมีให้เลือกตั้งแต่ การสำรวจธรรมชาติ สัตว์ป่า และสวนสนุกต่างๆมากมาย ส่วนนักศึกษาที่อยู่ทางพื้นที่ชายฝั่งก็จะได้ชมวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรแอตแลนติคและแปซิฟิค นอกจากนี้สภาพแวดล้อม และบ้านเมืองของแคนาดาก็ยังเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดตาด้วย
สังคม วัฒนธรรม ภาษาหลากหลาย
ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสถือเป็นภาษาราชการของประเทศแคนาดา แต่เพราะแคนาดาเปิดรับนักศึกษาและผู้อพยพ ก็ทำให้แคนาดา กลายเป็นสังคมหลายภาษาที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางการสื่อสาร ศาสนาและวัฒนธรรม
ไลฟ์สไตล์เอื้อต่อการเรียนต่อ
นอกเหนือจากเรื่องของการศึกษาแล้ว ยังมีกิจกรรมหลายๆ อย่างรอบมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นมีกิจกรรมและงานรื่นเริงที่จัดขึ้นให้กับนักศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และทำกิจกรรมให้บาล๊านซ์กับชีวิตการเรียน ยังถือเป็นโอกาสให้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายด้วย
ภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศในประเทศแคนาดานั้นเป็นหน้าร้อนและหนาวจัดในแต่ละปี ในช่วงระหว่างหน้าร้อนอุณหภูมิจะขึ้นไปสูงสุดถึง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งนักศึกษาที่มาจากประเทศที่มีภูมิอากาศร้อน จะรู้สึกอบอุ่น แต่ในระหว่างหน้าหนาวสภาพภูมิอากาศของแคนาดาจะเป็นตรงกันข้าม เพราะอุณหภูมิจะลดลงสู่จุดต่ำสุดที่ -20 องศาเซลเซียส ช่วงนี้โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะอยู่แต่ในที่พักอาศัยสืบเนื่องมาจากพายุหิมะที่อาจทำให้มีหิมะสะสมสูงถึง 5-6 นิ้ว ในช่วงนี้นักศึกษาอาจเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยเพราะอากาศที่หนาวจัดมาก
ในส่วนของฤดูใบไม้ผลินั้นจะมีกระแสลมพัดอ่อนๆ ทั่วประเทศ ส่วนฤดูที่สวยงามที่สุดของแคนาดาได้แก่ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ต้นไม้ทั้งหลายจะกลายเป็นสีส้มและแดงซึ่งนับได้ว่าสวยงามชวนมองเป็นอย่างยิ่ง ใบไม้ที่ร่วงออกมาจะช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับถนนให้เป็นสีเดียวกัน ถือเป็นฤดูที่ดีที่สุดของประเทศแคนาดาเลยก็ว่าได้
ขั้นตอนการเรียนต่อแคนาดาแบบละเอียดยิบ อัพเดทล่าสุด