ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ก่อนเดินทาง

ข้อแตกต่างระหว่างใบประกาศนียบัตร อนุปริญญา และปริญญา เลือกเรียนแบบไหนให้เหมาะเอาใบไปใช้จริง

ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญา ต่างกันอย่างไร
57135

 

"เรียนจบก็ได้กระดาษมาแผ่นหนึ่ง ไม่เห็นทำอะไรได้"

 

รู้มั้ยว่ากระดาษที่รับรองเหล่านั้นมีความหมายแตกต่างกันนะ ไม่ว่าจะเป็นใบปริญญา ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ต่างก็รับรองการเรียน ความรู้หรือประสบการณ์ที่ต่างกันไป การทำงานในบางสายอาชีพอาจจะไม่ต้องใช้ใบปริญญา บางสายอาจจะต้องการประกาศนียบัตรเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าอะไรเหมาะกับทางที่เราจะไป

 

หลายครั้งที่เราอาจสับสนว่าอะไรคือข้อแตกต่างของใบประกาศนียบัตร อนุปริญญา และปริญญา ทั้งๆที่หลักสูตรก็คล้ายกัน วิชาเรียนคล้ายกัน แต่ทำไมจึงเรียกต่างกัน วันนี้เรามีคำตอบมาให้หายสงสัยกัน :)

 

ขออธิบายแบบไม่อ้อมค้อม ข้อแตกต่างหลักๆ ของใบประกาศนียบัตร อนุปริญญา และปริญญา คือ ระยะเวลาในการศึกษา จำนวนหน่วยกิตที่ต้องเก็บเพื่อให้จบหลักสูตร ซึ่งการสำเร็จการศึกษาในแต่ละหลักสูตรก็ใช้สำหรับสาขาและอาชีพที่เฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไป กล่าวคือ บางสาขา สามารถเรียนเป็นอนุปริญญาได้ เนื่องจากเนื้อหาไม่เยอะ เวลาที่ใช้เรียนไม่มาก แต่บางสาขาต้องการหน่วยกิตและเวลาเรียนถึงขั้นปริญญา เป็นต้น

 

ระดับใบประกาศนียบัตร Certificate

ใบประกาศนียบัตร คือ ใบที่นักเรียนจะได้หลังจากที่เรียนจบคอร์สเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น คอร์สเรียนทำอาหาร คอร์สฝึกมารยาทบนโต๊ะอาหาร คอร์สภาษาอังกฤษ เป็นต้น เพื่อรับรองว่ามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ

 

นักเรียนส่วนมากเลือกที่จะเรียนคอร์สที่ได้รับใบประกาศนียบัตร เพื่อที่จะสามารถต่อยอดการทำงานในสาขาวิชาของตนได้ ซึ่งคอร์สที่มอบใบประกาศนียบัตรส่วนมากจะเป็นคอร์สที่มีสาขาวิชาคล้ายคลึงกับระดับปริญญา ทำให้ง่ายต่อการศึกษาต่อในระดับปริญญา

 

ต่างกันกับระดับปริญญาตรงที่นักเรียนไม่ต้องลงเรียนวิชาสามัญที่อาจจะไม่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะในด้านนั้นๆ ทำให้ง่ายต่อการเลือกเรียน เพราะมีเวลาที่ยืดหยุ่น สามารถเรียนระหว่างที่เรียนในระดับปริญญา หรือหลังเรียนจบก็ได้ สะดวกต่อตัวนักเรียนที่ต้องการจะพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เหมาะกับคนที่ไม่ได้จะไปสายวิชาการจ๋าขนาดนั้นแต่ต้องการเพิ่มสกิลยิบย่อย

 

การสมัครงานในบางที่ นักเรียนจำเป็นต้องมีใบประกาศนียบัตรในสาขาที่เฉพาะเจาะจง เพื่อสามารถสมัครเข้าทำงานได้ จะเห็นได้ว่าใบประกาศนียบัตร ไม่ได้มีความสำคัญน้อยไปกว่าระดับอนุปริญญา หรือระดับปริญญาเลย

 

ระดับอนุปริญญา Associate Degree

อนุปริญญาจะมีความคล้ายคลึงกับระดับใบประกาศนียบัตร ส่วนมากจะมีในการสอนในโรงเรียนเฉพาะทางหรือในระดับชุมชน ตัวอย่างเช่น การได้รับอนุปริญญาทางการพยาบาล สามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาพยาบาลได้ อนุปริญญาแบบนี้ก็จะมีสอนแค่ในสถานพยาบาลหรือเป็นโปรแกรมพิเศษที่จัดขึ้นมาโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เป็นต้น โดยรวมก็ถือว่าเป็นหลักฐานทางการศึกษาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

 

แม้จะไม่ได้ถึงระดับปริญญา แต่ก็สามารถใช้เป็นใบต่อยอด และเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความรู้ความสามารถของเราในด้านนั้นๆ ได้

 

ปริญญาบัตร ต่างจาก ประกาศนียบัตร ยังไง

 

ระดับปริญญา Degree

ในระดับปริญญา สามารถเลือกเรียนได้หลายแบบด้วยกัน ระดับปริญญาตรี ทั้งในรูปแบบ 2 ปีการศึกษา 4 ปีการศึกษา หรือระดับปริญญาโท (2 ปีต่อจากระดับปริญญาตรี) หรือระดับปริญญาเอก (หลายปีหลังจากสำเร็จปริญญาโทขึ้นอยู่กับสาขาหรืองานวิจัย)

 

ระดับริญญาจะแตกต่างจากระดับใบประกาศนียบัตรและระดับอนุปริญญาตรงที่ ในระดับนี้นักเรียนจะต้องเรียนวิชาขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ตนเองสนใจพวกวิชาบังคับ (ส่วนใหญ่จะเป็นประโยชน์สำหรับการทำงานในอนาคต) เช่น ในมหาวิทยาลัย นักเรียนที่เรียนสาขาการสื่อสาร ในชั้นปีแรก นักเรียนอาจจะต้องเรียน ภาษาอังกฤษ คณิตศาตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา เป็นต้น ซึ่งบางวิชาอาจไม่ได้ใช้ในการศึกษาต่อในขั้นสูง แต่ก็จำเป็นต้องเรียนเพื่อให้ครบหลักสูตร

 

การศึกษาในระดับปริญญา ยังได้รับการยอมรับและการให้ความสำคัญมากกว่าอีกสองระดับข้างต้น เนื่องจากสถาบันเอกชนส่วนมากเชื่อว่า ทางมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานมากกว่า สามารถรับรองได้มากกว่าว่านักเรียนมีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานได้อย่างมีปะสิทธิภาพ ดังนั้นนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญา จะมีโอกาสและช่องทางในการทำงานมากกว่า จะเห็นได้จากการรับสมัครงานของบริษัททั่วไปส่วนใหญ่ที่ขั้นต่ำกำหนดไว้ว่า ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญา เป็นต้น 

 

แม้จะดูไม่ต่างกันมากนักแต่ระยะเวลาที่ลงแรงก็แตกต่างกัน ทั้งนี้ใครจะเลือกอะไรก็ขึ้นอยู่กับความสนใจ ความต้องการของตัวเองที่จะไปต่อตามด้านต่างๆ จะเก็บทุกใบก็ได้ถ้าใครสนใจและรักการหาความรู้ ใบรับรองแต่ละใบถือเป็นการรับรองว่าเราได้ใช้เวลาไปกับการลงทุนลงแรงศึกษา เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดาๆ แน่นอน :) 

 

ไม่ว่ายังไงการศึกษาก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่นักเรียนควรให้ความสนใจ เพราะเถียงไม่ได้เลยว่า การศึกษาที่ดี นำมาซึ่งโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้น ไม่ว่านักเรียนสนใจเรียนในระดับไหน เลือกสาขาที่ตนเองสนใจ ตั้งใจเรียน และทำการเรียนให้ประสบความสำเร็จ เท่านี้ก็จะทำให้การหางานทำ หรือการใช้ชีวิตของนักเรียนสำเร็จไปอีกขั้นนึงแล้ว

 

 

 

ตัวอย่างการศึกษาระดับต่างๆในประเทศอังกฤษ

 

 

 

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญา ต่างกันอย่างไร

จบการศึกษาด้านสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย เคยทำงานด้านอีเว้นท์และงานโฆษณา ปัจจุบันเป็นนักเรียนและนักเขียนอิสระ

MUST READ

จัดตารางชีวิต พิชิตเรียนต่อเมืองนอก (ตอนที่ 1 มาเรียนอย่างมีเป้าหมาย)

จัดตารางชีวิต พิชิตเรียนต่อเมืองนอก (ตอนที่ 1) มีเพื่อนๆ และรุ่นน้องหลายคนที่พี่รู้จัก มักจะบ่นถึงความยากและความหนักหนาในการเรียนต่อ โดยเฉพาะการมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เพราะหลักสูตรปริญญาโทแบบเต็มเวลาใช้เวลาเพียงปีเดียว (ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกาหรือไทย ใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง - 2 ปี) หมายความว่าการเรียนที่นี่จะอัดแน่นและหนักกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับระดับปริญญาตรีที่เรามักจะเรียนกันแบบสบายๆ ทํารายงาน หรือไม่ก็อ่านหนังสือไปสอบ

16832

5 มุมแชะรูปห้ามพลาด สำหรับนักเรียนอังกฤษ

5 มุมแชะรูปห้ามพลาด สำหรับนักเรียนอังกฤษ “ภาพถ่ายหนึ่งภาพแทนคำได้เป็นล้าน” เป็นคำกล่าวสุดคลาสสิกที่ยังคงเป็นจริงอยู่ทุกยุคสมัย กล้องถ่ายรูปจึงถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการไปท่องเที่ยวหรือเรียนต่อเมืองนอก ภาพถ่ายเป็นตัวช่วยชั้นดีในการช่วยระลึกความทรงจำถึงสถานที่ต่างๆ ที่เราเคยไปเยี่ยมเยือน หรือใช้ชีวิตศึกษาอยู่ที่นั่นเป็นเวลานับปี คนที่มีโอกาสใช้ชีวิตนักเรียนนอกควรทำอัลบั้มเฉพาะกิจขึ้นมาสักชุด

7511